เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก•ตอนที่ 5

คู่แข่งจอมอิจฉา

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"หากท่านยังกล้าเอาผักเน่าๆ เหล่านี้มาวางขายหน้าร้านข้าอีกแม้แต่ก้านเดียว อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวเรียกสายตาจากชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาในตลาดเมืองจินหลิงให้หันมามองเป็นตาเดียว หลี่จื่อ เจ้าของเหลาอาหาร ‘หอมหมื่นลี้’ ยืนค้ำหัวลูกน้องร่างผอมแห้งด้วยใบင်းบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกลียว ดวงตาเรียวรีที่มักกรีดอายไลเนอร์สีเข้มจนเฉี่ยวคมฉายแววอาฆาตมาดร้าย ขณะจ้องมองตะกร้าผักกาดหอมที่เหี่ยวเฉาและมีรอยหนอนเจาะพรุน ซึ่งเป็นสินค้าล็อตใหม่ที่เพิ่งถูกส่งมาจากไร่ตระกูลเฉิน ในฐานะเหลาอาหารอันดับหนึ่งของเมือง หลี่จื่อไม่เคยต้องทนขายหน้าเช่นนี้มาก่อน... โดยเฉพาะเมื่อนับตั้งแต่ที่แม่นางหลินอิงเปิดแผงขายผักสดไร้สารพิษที่ท้ายตลาด ความนิยมของเหลาอาหารนางก็ดิ่งฮวบลงอย่างน่าใจหาย ลูกค้าประจำต่างพากันบ่นว่าผักของเหลาอาหารนางไม่อร่อย กรอบสู้ผักจากแผงของหลินอิงไม่ได้เลยแม้แต่น้อย "นายหญิง... ข้า... ข้าพยายามไปติดต่อซัพพลายเออร์เจ้าอื่นแล้วขอรับ แต่พวกเขากลับบอกว่า... บอกว่าผลผลิตทั้งหมดถูกเหมาซื้อไปโดยบุรุษชุดดำรูปร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งจนเกลี้ยง" ลูกน้องเอ่ยเสียงสั่นเทา พรางก้มหน้าหลบสายตาดุร้าย "บุรุษชุดดำผู้ใดกัน?" หลี่จื่อกัดฟันกรอด มือเรียวที่สวมแหวนหยกสลักลายกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด "นอกจากสามีไร้ประโยชน์ของนางที่เป็นแค่นายทหารชั้นผู้น้อยแล้ว นังสารเลวหลินอิงยังมีเส้นสายที่ไหนอีก!" ภาพรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจและผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลของหลินอิงผุดขึ้นมาในหัว ยิ่งทำให้หลี่จื่อรู้สึกราวกับมีไฟสุมอยู่ในอก นางลงทุนลงแรงสร้างชื่อเสียงให้เหลาอาหารหอมหมื่นลี้มาหลายปี ไฉนแม่หญิงบ้านนอกผู้หนึ่งจึงกล้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดไปได้อย่างง่ายดายเช่นนี้? ในขณะเดียวกัน ณ เรือนพักหลังน้อยปลายหมู่บ้าน บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความสุขและความหอมหวานของกลิ่นอายอาหารที่โชยมาจากห้องครัว หลินอิงกำลังงละเลงแป้งทำซาลาเปาทอดไส้หมูสับและผักกวางตุ้งในมิติลับ แป้งสีขาวเนียนนุ่มถูกนวดจนได้ที่ ก่อนจะห่อหุ้มไส้เนื้อแน่นที่เคล้าเครื่องเทศจนหอมฟุ้ง เสียงฉ่าของน้ำมันร้อนๆ ในกระทะเหล็กดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าเนียนใสของนาง "อิงอิง กลิ่นหอมเช่นนี้ ข้าเกรงว่าคนครึ่งหมู่บ้านคงจะกลืนน้ำลายตามท่านหมดแล้วกระมั้ง" เสียงทุ้มนุ่มลึกดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของจวินเยี่ยที่ก้าวเข้ามาในครัว มือหนาถือฟืนท่อนสุดท้ายมาวางไว้ข้างเตาก่อนจะสวมกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมคายเกยลงบนลาดไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมสะอาดจากเรือนผมของภรรยาอย่างมอมแม่วันละนิดวันละหน่อย "ท่านแม่ทัพ หากท่านยังมาคลอเคลียข้าเช่นนี้ ระวังซาลาเปาล็อตนี้จะไหม้เกรียมจนกินไม่ได้นะเจ้าคะ" หลินอิงเอี้ยวตัวกลับมาค้อนใส่สามีหนุ่มวงใหญ่ แม้ปากจะเอ็ดแต่แววตากลับระบายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน นางหยิบตะเกียบไม้คีบซาลาเปาทอดสีทองอร่ามขึ้นมาหนึ่งชิ้น เป่าลมเบาๆ แล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากหยักหนา "ลองชิมดูสิว่ารสชาติพอใช้ได้หรือไม่" จวินเยี่ยหาได้ปฏิเสธไม่ ชายหนุ่มอ้าปากรับซาลาเปาร้อนๆ เข้าไปเคี้ยวช้าๆ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อรสชาติกรอบนอกนุ่มในของแป้งผสานกับความชุ่มฉ่ำของไส้หมูและผักสดกรอบกระจายอยู่ทั่วโพรงปาก สำหรับบุรุษผู้เกลียดผักเข้าไส้มาตลอดชีวิต อาหารฝีมือหลินอิงกลับทำให้เขารู้สึกว่าผักเหล่านี้ช่างโอชาเสียจนอยากกินให้หมดทั้งกระทะ "ฝีมือฮูหยินของข้า... เป็นเลิศที่สุดในใต้หล้า ต่อให้ให้ข้ากินผักทุกมื้อไปตลอดชีวิต ข้าก็ไม่มีวันเบื่อ" จวินเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังจนน่าหมั่นไส้ ทำเอาหลินอิงต้องตีแขนกว้างๆ ไปทีหนึ่งแก้เขิน "ปากหวานเสียจริง ไม่รู้ไปฝึกคำเยินยอเหล่านี้มาจากที่ใดกัน" "ข้าพูดจากใจจริง" จวินเยี่ยรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดขึ้นอีกนิด นัยน์ตาคู่คมเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเมื่อเอ่ยถึงเรื่องสำคัญ "ว่าแต่... วันนี้เจ้าวางแผนจะไปส่งผักที่ตลาดหลักอีกหรือไม่? ข้าได้ยินข่าวลือมาว่า... หลี่จื่อแห่งเหลาอาหารหอมหมื่นลี้เริ่มส่งคนมาสืบเรื่องแหล่งที่มาของผักพวกนี้แล้ว นางดูหัวเสียไม่น้อยที่แผนการผูกขาดตลาดของนางพังไม่เป็นท่า" หลินอิงชะงักมือที่กำลังจัดซาลาเปาลงใส่ตะกร้าสาน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด นางหันมาสบตากับสามีด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ "ให้นางสืบไปสิเจ้าคะ..." หลินอิงเอ่ยเสียงหวานหยดย้อย แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบขาด "คนเช่นหลี่จื่อ หากไม่ทำให้เจ็บจนกระอักเลือดเสียบ้าง นางก็คงคิดว่าฟ้าดินนี้มีแต่นางเป็นใหญ่เพียงผู้เดียว ตลาดเมืองจินหลิงกว้างใหญ่ไพศาลนัก ไฉนจึงจะมีที่ยืนให้คนใจแคบเช่นนางได้ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวเล่า" จวินเยี่ยยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เขารักเหลือเกินเวลาที่ภรรยาตัวน้อยของเขาเผยด้านที่ทั้งฉลาดและเด็ดขาดออกมา ร่างสูงโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูบาง "หากผู้ใดกล้าหาเรื่องเจ้า ข้าพร้อมจะกวาดล้างเหลาอาหารแห่งนั้นให้ราบคาบภายในคืนเดียว" "อย่าใจร้อนนักสิเจ้าคะท่านแม่ทัพ การทำลายคู่แข่งที่มีความหยิ่งยโสเป็นอาวุธ... เราต้องค่อยๆ ต้อนให้จนมุม ชิมลางความพ่ายแพ้ทีละน้อย จึงจะสะใจที่สุดไม่ใช่หรือ?" หลินอิงหันมาสบตา พร้อมกับรอยยิ้มซุกซนที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพหนุ่มกระตุกวูบ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในเรือนกำลังอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยกลยุทธ์การค้าขายอันร้ายกาจ เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน รัวเร็ว และไร้มารยาท ราวกับจงใจจะทำลายความสงบสุขของเจ้าของบ้าน ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! หลินอิงขมวดคิ้วเล็กน้อย จวินเยี่ยส่งสัญญาณมือห้ามภรรยา ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเท้าเดินไปเปิดประตูเรือนด้วยใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา ประตูไม้ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างของชายชราแต่งกายด้วยชุดพ่อค้าเนื้อตัวสั่นเทา ยืนหอบหายใจโยนด้วยความเหนื่อยล้า ด้านหลังของเขาคือเด็กรับใช้ที่กำลังประคองบุรุษผู้หนึ่งซึ่งนอนหมดสติอยู่บนเปลไม้ไผ่ สภาพเสื้อผ้าขาดวิ่นและมีคราบเลือดแห้งกรัง "ท่าน... ท่านแม่ทัพจวิน! แม่นางหลินอิง! ช่วยด้วยเถิดขอรับ!" พ่อค้าชราคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้นเสียงดังลั่น "คุณชายใหญ่สกุลเฉิน... ถูกคนของเหลาอาหารหอมหมื่นลี้ทำร้ายจนปางตาย หลังพยายามนำผักล็อตสุดท้ายมาส่งให้พวกท่านที่นี่ขอรับ!" หลินอิงพุ่งตัวออกไปที่หน้าประตบทันที นัยน์ตาคู่สวยหรี่ลงเมื่อมองสำรวจร่างที่สะินสติของทายาทสกุลเฉิน ปลายจوกของนางพลันได้กลิ่นอายประหลาดบางอย่างที่ลอยมากับสายลม... กลิ่นพิษสลายวิญญาณชนิดเดียวกับที่ใช้ในเหลาอาหารหอมหมื่นลี้! รักและคิดถึงรี้ดทุกท่านเสมอค่ะ ❤️ - สวนส้มปลายฟ้า -
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%