เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก•ตอนที่ 6

สูตรลับฉบับสวนสวรรค์

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชาหยกขาวสั่นสะเทือน หลี่จื่อหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นสีเดียวกับก้นกระทะ ดวงตาเรียวรีจ้องมองป้ายไม้หน้าร้าน "สวรรค์รสเลิศ" ที่เงียบเหงาจนแทบจะมีหยากไย่เกาะ ขณะที่ร้าน "สวนส้มปลายฟ้า" ของนังตัวดีหลินอิงกลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนล้นทะลักออกมานอกถนน "มันจะมากเกินไปแล้วนะ!" หลี่จื่อกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก "นังสารเลวหลินอิง นั่นมันสูตรอาหารที่ข้าอุตส่าห์ส่งคนไปสืบมา ทำไมลูกค้าของขถึงแห่กันไปกินของนางหมด!" บ่าวรับใช้หน้าซีดตัวสั่นรีบก้มหน้าคุดคู้ "นายท่าน... ข้าว่ามีบางอย่างไม่ชอบ마. อาหารของนาง... เอ่อ... กลิ่นมันหอมยวนใจยิ่งกว่าเหล้าหมักพันปีเสียอีก ต่อให้เป็นขุนนางใหญ่จากเมืองหลวงยังต้องแวะเวียนมาต่อแถวเลยขอรับ" ตัดภาพมาที่เบื้องหลังความโกลาหลนั้น หลินอิงกำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ใบหน้ารูปไข่มีเหงื่อกาฬผุดพรายเล็กน้อยแต่กลับยิ่งขับเน้นให้ดวงตาเปล่งประกายเฉลียวฉลาด มือเรียวบางตวัดตะหลิวผัดผักในกระทะเหล็กอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมอวลของเครื่องเทศชั้นดีผสมผสานกับความหวานฉ่ำของผักสดจากมิติลับพวยพุ่งตลบอบอวลไปทั่วตรอกซอกซอย นี่คือ "สูตรลับฉบับสวนสวรรค์" เมนูใหม่ที่นางคิดค้นขึ้นเพื่อประกาศศักดาว่า ต่อให้ใครหน้าไหนก็โค่นบัลลังก์ราชินีเกษตรกรคนนี้ไม่ได้! "ระวังหน่อย ภรรยาข้า เดี๋ยวไฟจะลวกเอา" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือด้วยความอ่อนโยนดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของจวินเยี่ยที่ก้าวเข้ามาประชิดเบื้องหลัง มือหนาถือผ้าสะอาดบรรจงซับเหงื่อบริเวณขมับให้ภรรยาอย่างเบามือ สายตาคมกริบที่เคยใช้สังหารศัตรูในในสนามรบ บัดนี้กลับทอดมองหญิงสาวด้วยความรักใคร่และเอ็นดูจนแทบจะละลาย หลินอิงเหลือบมองสามีหนุ่มผู้เกลียดผักในอดีต แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นทาสเมนูผักสามมื้อไม่ขาดสาย นางอดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มสากระคายอย่างหมั่นไส้ "ท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก เจ้าค่ะ มัวแต่มายืนหวานอยู่ตรงนี้ ระวังลูกค้าข้างนอกจะรุมทึ้งเอาเสียก่อนนะเจ้าคะ เมนู 'ผัดผักสวรรค์ราดซอสเต้าเจี้ยวโบราณ' ในวันนี้ ข้าทำเตรียมไว้แค่วันละสามสิบชามเท่านั้น!" จวินเยี่ยหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับ "ต่อให้พวกมันอยากกินจนตัวสั้นแค่ไหน แต่ถ้าข้าไม่อนุญาต ก็ไม่มีใครหน้าไหนได้แตะต้องอาหารที่ภรรยาข้าทำทั้งนั้น... ว่าแต่ ชามแรกของวันนี้ ต้องเป็นของข้าก่อนใช่หรือไม่?" ประโยคออดอ้อนที่ไม่น่าเชื่อว่าจะออกจากปากแม่ทัพผู้เยือกเย็น ทำให้หลินอิงหัวเราะคิกคัก นางตักผัดผักสีเขียวมรกตส่งกลิ่นหอมกรุ่นใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีตยื่นให้เขา "เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพผู้คลั่งรัก เชิญลิ้มรสฝีมือภรรยาได้เลยเจ้าค่ะ" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นและกลิ่นหอมของอาหารที่เรียกน้ำลายสอ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมปักดิ้นทอง ใบหน้าบึ้งตึงและมีรอยแผลเป็นน่ากลัวที่หางตา เขากวาดสายตามองไปรอบร้านด้วยท่าทางเหยียดหยาม ก่อนจะตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "ใครคือเจ้าของร้านนี้ ออกมาคุยกันเดี๋ยวนี้!" ความเงียบเข้าปกคลุมร้านชั่วขณะ ลูกค้าที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารต่างพากันวางตะเกียบด้วยความตกใจ หลี่จื่อที่แอบซุ่มดูอยู่มุมตึกถึงกับยิ้มเยาะด้วยความสะใจ เพราะชายผู้นี้คือ "พ่อค้าใหญ่หม่า" ผู้มีอิทธิพลผูกขาดตลาดพืชผักและเครื่องเทศทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออก ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไม่เคยยอมให้ใครมาล้ำเส้นการค้าของตน หลินอิงหรี่ตาลงเล็กน้อย นางวางตะหลิวในมือลงอย่างใจเย็น ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าแม้แต่น้อย กลับกัน รอยยิ้มเย้ายวนแต่มั่นใจถูกจุดขึ้นที่มุมปาก นางก้าวเท้าเดินออกจากห้องครัวมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างสง่างาม โดยมีจวินเยี่ยก้าวตามติดประกบไม่ห่างราวกับเงาตามตัว "ข้าเองที่เป็นเจ้าของร้าน 'สวนส้มปลายฟ้า' แห่งนี้" หลินอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "ไม่ทราบว่าคุณوหม่หม่าผู้ยิ่งใหญ่ มีธุระอันใดกับร้านเล็กๆ ของข้า ถึงได้มาพังบรรยากาศการกินอาหารของแขกเหรื่อเช่นนี้เจ้าคะ?" พ่อหม่าแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองวัตถุดิบสีเขียวสดใสบนโต๊ะลูกค้าด้วยความริษยา "บังอาจนัก! เจ้าใช้กลอุบายสกปรกอันใด ถึงทำให้ผักบ้านๆ เหล่านี้มีรสชาติและกลิ่นหอมผิดธรรมชาติเช่นนี้ได้? ส่งสูตรลับของเจ้ามาให้ข้าเดี๋ยวนี้ หรือไม่ก็... เตรียมตัวปิดร้านนี้แล้วไสหัวออกไปจากเมืองนี้ซะ!" บรรยากาศในร้านตึงเครียดขึ้นจนแทบจะตัด-ขาดได้ ลูกค้าหลายคนเริ่มหน้าถอดสีเพราะรู้ว่าอิทธิพลของตระกูลหมม่านั้นน่ากลัวเพียงใด ทว่า หลินอิงกลับยกย่องมุมปากขึ้น รอยยิ้มของนางช่างเยือกเย็นและทรงพลังเสียจนพ่อค้าใหญ่ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ นางเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบคู่หนึ่ง คีบผัดผักชิ้นโตขึ้นมา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่สะท้อนไปทั่วร้าน "อยากได้สูตรลับของข้าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ? เกรงว่าต่อให้ท่านเอาทรัพย์สินทั้งชีวิตมาแลก ก็ยังเทียบไม่ได้กับความตั้งใจที่ข้าใช้ปลูกมันขึ้นมาหรอกนะเจ้าคะ..." นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองพ่อค้าใหญ่ด้วยแววตาท้าทาย ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วกล่าวต่อด้วยประโยคที่ทำเอาทุกคนในที่นั้นต้องกลั้นหายใจ "แต่อยากให้ข้าบอกความจริงไหมล่ะ... ว่าผักเหล่านี้ ไม่ได้ปลูกจากดินธรรมดา แต่ข้าปลูกมันมาจาก 'น้ำตาของคนตระกูลหลี่' ที่เคยมาหาเรื่องข้าต่างหากเล่า!" สิ้นคำพูดนั้น พ่อค้าหม่าหน้าถอดสีด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน ขณะที่จวินเยี่ยขยับตัวก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว พร้อมปลดปล่อยรัศมิสังหารอันเย็นเยียบกดดันบรรยากาศรอบตัวจนทุกคนแทบหายใจไม่ออก ทว่า ในวินาทีที่ความขัดแย้งกำลังจะปะทุถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงปรบมือดังแปะๆ ก็ดังขึ้นจากเงาดำมืดที่ประตูหลังร้าน... พร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท ที่ดึงผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้หลินอิงถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! รักและคิดถึงรี้ดทุกท่านเสมอค่ะ ❤️ - สวนส้มปลายฟ้า -
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%