เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก•ตอนที่ 24

เมื่อไม่มีท่านแม่ทัพ ใครจะกล้ารังแก

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามสั่นระริก น้ำชาอุ่นร้อนกระฉอกรดขอบโต๊ะไม้ไผ่ที่ขัดจนขึ้นเงา หลี่จื่อแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าอวบอูม นัยน์ตาหรี่แคบลงจนแทบมองไม่เห็นลูกตา ขณะจ้องมองหลินอิงที่ยืนสงบนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ร้าน "พฤกษาทิพย์" "หลินอิง! เจ้าอย่าได้ใจให้มันมากนักนะ! ปกติมีท่านแม่ทัพหนุนหลังคอยกางปีกปกป้อง เจ้าถึงได้กร่างกำแหงขึ้นราคาสินค้าตามใจชอบ แต่วันนี้... ท่านแม่ทัพเดินทางไปตรวจราชการชายแดนไกลลิบ ป่านนี้คงเหยียบย่างถึงค่ายทหารจนฝุ่นตลบแล้วกระมัง ใครเล่าจะมาปกป้องแม่ค้าปากจัดอย่างเจ้า!" เสียงหัวoเราะเยาะเย้ยของลูกน้องมือขวาที่หลี่จื่อพามาด้วยดังประสานเสียงขึ้นทันที บรรยากาศภายในร้านอาหารกึ่งสมุนไพรที่เคยเนืองแน่นไปด้วยลูกค้าผู้มีอันจะกิน บัดนี้กลับเงียบกริบ ลูกค้าหลายคนต่างพากันถอยร่นไปหลบอยู่มุมห้องด้วยความหวาดกลัว เกรงจะโดนลูกหลงจากอิทธิพลมืดของเจ้าถิ่นอย่างหลี่จื่อ ผู้ผูกขาดตลาดค้าส่งเนื้อสัตว์และแป้งสาลีในอำเภอมานานหลายปี หลินอิงมิได้แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางตะหลิวไม้ในมือลงบนโต๊ะเตรียมวัตถุดิบอย่างใจเย็น ท่วงท่าของนางสง่างามและเยือกเย็นราวกับพญาหงส์ที่มองดูฝูงกิ้งก่ากำลังชูคออวดเบ่ง มือเรียวบางปัดเศษแป้งบางเบาออกจากผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนมุมปากช่างเย็นเยียบจนหลี่จื่อเผลอผะถอยหลังไปกึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "อ๋อ... ที่แท้ก็อาศัยจังหวะที่สามีไม่อยู่ แอบวิ่งหางจุกตูดมาเห่าหอนถึงในร้านของข้าเพราะเหตุนี้เองหรอคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจถูกเอ่ยออกมาอย่างไม่รีบร้อน "นึกว่าท่านพี่จวินไม่อยู่แล้ว ข้าจะต้องก้มหัวให้สุนัขรับใช้เจ้าอย่างนั้นหรือคะ คุณหนูหลี่?" "ปากดีนักนะอีสารเลว! วันนี้ข้าจะสั่งคนมาพังร้านของเจ้าให้ราบคาบ ข้อหาขายสินค้าหนีภาษีและกักตุนพืชผักวิเศษที่ผิดกฎหมายของเมืองหลวง! เคลื่อนไหว!" หลี่จื่อตวาดลั่นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางโบกมือให้ชายฉกรรจ์ร่างกำยำสี่คนที่พกท่อนไม้หนาเตอะก้าวพรวดพราดเข้ามาหมายจะทุบทำลายข้าวของเครื่องใช้ในร้าน ทว่า หลินอิงหาได้ตกใจกลัวไม่ นางเพียงแค่ปรายตามองกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นด้วยความเวทนา ในมิติลับของนางเวลานี้ ผลึกหยกโบราณกำลังส่องแสงเรืองรอง ปลุกเร้าพลังปราณธรรมชาติให้ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายจนประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด "ถ้าพวกเจ้ากล้าก้าวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว... อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะคะ" หลินอิงกล่าวพร้อมกับหยิบขวดกระเบื้องสีเขียวมรกตขนาดเล็กออกมาจากใต้เคาน์เตอร์ มันคือ "ผงสเปรย์พริกหอมสวรรค์" ที่นางเพิ่งสกัดขึ้นมาจากพืชกลายพันธุ์ในมิติลับ อานุภาพของมันรุนแรงเสียยิ่งกว่าพริกปีศาจสิบเท่า หากสูดดมเข้าไปแม้แต่น้อย จะทำให้แสบร้อนดั่งไฟเผาทั้งเป็น น้ำตาไหลพรากจนมองไม่เห็นทางไปสามวันเจ็ดวัน "ฮ่าๆๆๆ ขู่หรือ? คิดว่าเอาขวดน้ำยาปลอมๆ มาขู่แล้วพวกเราจะกลัวหรือไงวะ!" หัวหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์หัวร่อต่อกระซิกด้วยความฮึกเหิม ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางในระยะประชิด มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าจับแขนเรียวของหลินอิงเพื่อลากตัวออกมาประจานกลางถนน *ฟรึบ!* หลินอิงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างงดงามราวกับสายลมพัดผ่าน นิ้วเรียวดีดขวดกระเบื้องในมือพ่นละอองสีชมพูอ่อนจางๆ ออกมาเป็นวงกว้าง ละอองฝอยลอยฟุ้งกระจายเข้าสู่ใบหน้าของชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนในพริบตา "อ๊ากกกกก! แสบ! ตาข้า! ช่วยด้วยยย ไฟไหม้ตาข้าแล้ว!" เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระเบิดขึ้นทันที ชายร่างกำยำทั้งสี่ทิ้งท่อนไม้ในมือ ทรุดฮวบลงไปดิ้นพล่านกุมใบหน้าตัวเองอยู่บนพื้นร้าน น้ำตาและน้ำมูกไหลทะลักออกมาผสมปนเปกันจนน่าสมเพช หลี่จื่อที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลูกตแทบหลุดออกมาจากเบ้า "เจ้า... เจ้าทำอะไรลูกน้องข้า!" หลี่จื่อกรีดร้องเสียงแหลมสูง ชี้หน้าหลินอิงด้วยมือที่สั่นเทา "ข้าก็แค่สั่งสอนคนไร้มารยาทที่บุกรุกเข้ามาสร้างความวุ่นวายในเคหสถานของผู้อื่นค่ะ" หลินอิงก้าวเดินเข้าไปหาหลี่จื่อช้าๆ รองเท้าผ้าปักลายดอกเหมยกระทบพื้นไม้ส่งเสียงก้องกังวาน ทุกย่างก้าวที่นางขยับเข้าหา ทำให้หลี่จื่อต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนติดกับเสาไม้กลางร้าน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "ถ้าเจ้ายังไม่ไสหัวออกไปจากร้านของข้าภายในสามลมหายใจนี้... อย่าหาว่าข้าไม่เตือนว่า ข้าอาจจะเผลอทำน้ำยาล็อตใหญ่ออกมาล้างบางพวกตระกูลหลี่ของเจ้าให้สิ้นซากจากอำเภอนี้เลยก็ได้นะคะ!" คำขู่ที่เยือกเย็นและจริงจังราวกับมัจจุราชทวงวิญญาณ ทำให้หลี่จื่อขนลุกซู่ไปทั้งร่าง นางรีบพยุงลูกน้องที่ตาบอดมองไม่เห็นทางวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากร้านอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องด้วยความสะใจของลูกค้าที่แอบลุ้นเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ เมื่อความสงบกลับคืนมา หลินอิงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก นางยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ซึมตามไรผมเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาจัดการทำความสะอาดร้านเพื่อเตรียมต้อนรับลูกค้ากลุ่มใหม่ ทว่าลางสังหรณ์บางอย่างกลับสะกิดเตือนใจนางขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกหนาววาบแล่นปราดไปตามสันหลังราวกับมีสายตานับร้อยคู่กำลังจับจ้องมองมา *แกร๊ก...* เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตูร้าน ทว่าไม่ใช่เสียงฝีเท้าของชาวบ้านทั่วไป และไม่ใช่เสียงฝีเท้าของหลี่จื่อ แต่มันคือเสียงรองเท้าบูทหนังทหารที่กระทบกับพื้นหินกรวดด้านนอกอย่างเป็นจังหวะ ระเบียบวินัยและแรงกดดันอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณจนอากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งขึ้นมาทันที หลินอิงชะงักมือที่กำลังถือผ้าเช็ดโต๊ะ นางหันขวับไปมองยังประตูร้านด้วยหัวใจที่เต้นรำรัวไม่เป็นจังหวะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เงิน ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่องลงมา กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นอายฝุ่นควันจากการเดินทางไกลลอยมาแตะจมูก... จวินเยี่ยยืนนิ่งสงอยู่ตรงนั้น ใบหล่อเหลาเย็นชาไร้ร่องรอยของความอ่อนล้า แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยประกายไฟอันตราย สายตาดุดันกวาดมองคราบความวุ่นวายภายในร้านที่เพิ่งผ่านพ้นไป ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบเข้ากับดวงตาของนางนิ่งสนิท "ใครรังแกเจ้า... สั่งสอนแค่นั้น... น้อยไปหรือเปล่า หืม?" รักและคิดถึงรี้ดทุกท่านเสมอค่ะ ❤️ สวนส้มปลายฟ้า
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%