เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก•ตอนที่ 11

ขยายพื้นที่เพาะปลูก

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"ถ้าพวกท่านยังแบกจอบด้วยท่าทางราวกับคนใกล้หมดลมหายใจเช่นนั้น เกรงว่าแปลงผักกาดขาวของข้าคงได้แห้งเหี่ยวตายก่อนที่พวกท่านจะขุดดินเสร็จเป็นแปลงแรกเสียอีกค่ะ!" เสียงใสราวกับกระดิ่งเงินสะท้อนก้องท่ามกลางผืนดินกว้างใหญ่ที่เพิ่งได้รับการแผ้วถาง หลินอิงยืนเท้าสะเอว ใบหน้างามล้อมกรอบด้วยผ้าคลุมกันแดดสีส้มสดใส ดวงตาคู่คมกวาดมองกลุ่มชายฉกรรจ์ฉอเลาะเกือบสิบคนที่สามีรูปหล่อของนางไปคัดตัวมาจากค่ายทหารปลดประจำการ พวกเขาเหล่านี้ล้วนมีร่างกายกำยำแต่กลับกำลังทำหน้าเหเกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับกองทัพศัตรู ไม่ใช่แปลงดินร่วนซุยที่อุดมไปด้วยอินทรียวัตถุ "ฮูหยินน้อยโปรดเมตตา! พวกข้าเป็นอดีตทหารที่คุ้นเคยกับการถือทวนและดาบ ไฉนเลยจะมาพ่ายแพ้ให้กับดินโคลนพวกนี้เล่าขอรับ!" ชายร่างยักษ์เคราคริ้มผู้มีนามว่า 'จ้าวหู' หัวหน้ากลุ่มคนงานร้องครวญครางเสียงดังลั่นพลาดปาดเหงื่อบนหน้าผาก แต่มุมปากกลับแอบอมยิ้มชอบใจ ใครจะไปคิดเล่าว่าอดีตภรรยาที่ถูกตระกูลหลี่ทอดทิ้งอย่างไร้ค่า บัดนี้กลับกลายเป็นเจ้าของที่ดินผืนใหญ่โต แถมยังมีสามีเป็นถึงท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจที่ยอมลงมือสร้างรั้วไม้ไผ่ด้วยตัวเอง ท่าทางที่จวินเยี่ยกำลังใช้ค้อนตอกตะปูอย่างทะมัดทะแมงโดยไม่ถือตัวว่ามีตำแหน่งใหญ่โต ทำให้เหล่าอดีตทหารรู้สึกยำเกรงและยินดีที่จะทำงานให้อย่างเต็มที่ หลินอิงแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้น กลิ่นหอมจางๆ ของผลส้มสดจากมิติลับลอยอบอวลไปทั่วบริเวณจนคนงานสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว "หากพวกท่านทำงานขยันขันแข็งเช่นทหารกล้าในยามศึก ข้าสัญญาว่าข้าวปลาอาหารทุกมื้อจะไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ยิ่งไปกว่านั้น..." นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดถุงผ้าไหมปักลายประณีตออกจากเอวแล้วเทเหรียญเงินนับสิบลงบนฝ่ามือของจ้าวหูเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง "นี่คือค่าจ้างล่วงหน้าสำหรับเดือนแรก และถ้าแปลงผักชุดนี้เติบโตจนส่งขายเหลาอาหารในเมืองได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ข้าจะมีโบนัสพิเศษให้อีกคนละเท่าตัวค่ะ!" ดวงตาของเหล่าชายฉกรรจ์เป็นประกายวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เงินจำนวนนี้มากมายเสียยิ่งกว่าเบี้ยหวัดที่เคยได้จากกองทัพเสียอีก! บรรยากาศความเหนื่อยล้าเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น จ้าวหูตบหน้าอกตัวเองเสียงดังป้าบ สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที "ฮูหยินวางใจได้! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินนี้เป็นทองคำ ข้าและพี่น้องก็ยินดีจะทำถวายหัว!" หลินอิงยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ นางชอบคนทำงานจริงมากกว่าคนดีแต่พูด ความสะใจเล็กๆ ค่อยๆ เอ่อล้นในอกเมื่อนึกถึงใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นของหลี่จื่อ เจ้าของร้านอาหารคู่แข่งที่ตอนนี้คงกำลังนั่งกัดฟันกรอด เพราะผักตระกูลกวางตุ้งและหัวไชเท้าราคาแพงลิบลิ่วจากฟาร์มของนางกำลังครองตลาดในเมืองหลวงจนหมดสิ้น ในช่วงบ่าย การจัดการฟาร์มถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน หลินอิงใช้ความรู้ด้านเกษตรกรรมสมัยใหม่ผสมผสานกับภูมิปัญญาโบราณ นางวางแผนผังแปลงปลูกด้วยการทำระบบหมุนเวียนพืชผล เพื่อไม่ให้ดินเสื่อมสภาพ พร้อมทั้งให้จ้าวหูขุดคูน้ำขนาดเล็กเชื่อมต่อกับลำธารธรรมชาติ เพื่อให้การรดน้ำเป็นไปอย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องใช้แรงงานคนแบกถังน้ำให้หลังหัก ขณะที่นางกำลังก้มหน้าก้มตาจดบันทึกรายการเมล็ดพันธุ์ลงในสมุดหนัง ร่างสูงใหญ่คุ้นเคยก็ก้าวเข้ามาบังแสงแดดให้ ไออุ่นจากกายของสามีพร้อมกับกลิ่นอายบุรุษจางๆ ทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย จวินเยี่ยยื่นกระบอกไม้ไผ่บรรจุน้ำเย็นจัดมาให้ภรรยา ดวงคมกราบกรานมองใบระเรื่อของนางด้วยความอ่อนโยนที่มักจะมีให้แค่คนตรงหน้าเพียงคนเดียว "เจ้าทำงานหนักเกินไปแล้วหลินอิง พักดื่มน้ำเสียหน่อยเถอะ" หลินอิงรับกระบอกน้ำมาถือไว้ พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไรผมออกเบาๆ "ข้าไม่ได้เหนื่อยเลยค่ะท่านแม่ทัพ การได้เห็นฟาร์มแห่งนี้ค่อยเป็นค่อยไป มันทำให้ข้ารู้สึกว่าเรากำลังสร้างรากอนาคตที่มั่นคง... อีกอย่างนะ ท่านดูแปลงผักนั่นสิคะ อีกไม่เกินสัปดาห์ ผักกาดขาวล็อตแรกในมิติของข้าที่นำมาสับเปลี่ยนลงดินจริง จะต้องโตวันโตคืนจนพวกพ่อค้าคนกลางแย่งกันซื้อแน่ๆ" จวินเยี่ยหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ มือหนายื่นไปเกลี่ยเศษดินที่เปื้อนแก้มเนียนของภรรยาออกอย่างเบามือ "ไม่ว่าเจ้าอยากทำสิ่งใด ข้าผู้เป็นสามีล้วนสนับสนุนเสมอ... แต่อย่าลืมว่าเจ้ายังมีหน้าที่ต้องดูแลสามีคนนี้ด้วยนะ" คำพูดหยอกเย้าแกมเอาแต่ใจเล็กๆ นั้นทำเอาหลินอิงค้อนให้วงใหญ่ นางย่นจมูกใส่เขาอย่างหมั่นไส้ "ท่านนี่นะ วันๆ คิดแต่เรื่องกินกับเรื่อง..." ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยจบประโยค เสียงฝีเท้าเร่งรีบของบ่าวรับผิดชอบหน้าประตูฟาร์มก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน พร้อมกับร่างของเสี่ยวหลิน เด็กรับใช้ที่นางส่งไปดูลาดเลื่อนในเมือง วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ "ฮูหยิน! นายท่าน!แย่แล้วขอรับ!" เสี่ยวหลินหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยล้า ใบหน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด หลินอิงขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณความระแวงภัยพุ่งพล่าน นางวางสมุดในมือลงทันที "มีเรื่องอันใดรีบว่ามา ไฉนต้องตกใจปานนั้น?" เสี่ยวหลินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ "ที่ตลาดในเมือง... แปลงผักตระกูลกวางตุ้งทั้งหมดของร้านเรา ถูกเจ้าหน้าที่จากทางการสั่งอายัดไว้แล้วขอรับ! พวกเขากล่าวหาว่า... กล่าวหาว่าผักของเราปนเปื้อนสารพิษอันตราย และคนที่นำหลักฐานมายื่นเรื่องร้องเรียน ก็คือคุณชายหลี่จื่อแห่งเหลาอาหารตระกูลหลี่ขอรับ!" ดวงตาคู่สวยของหลินอิงหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างระหงทันที รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากขณะที่จวินเยี่ยข้างกายปล่อยไอสังหารเย็นยะเยือกออกมาจนจ้าวหูที่ยืนอยู่ไกลๆ ยังต้องสะดุ้งสุดตัว รักและคิดถึงรี้ดทุกท่านเสมอค่ะ ❤️ - สวนส้มปลายฟ้า -
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%