"ข้าไม่ได้จ้างพวกเจ้ามานั่งกินบ้านกินเมืองนะ! ถ้าข่าวลือเรื่องผักมีพิษในร้านของนาคผู้นั้นยังไม่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงภายในสามวัน เตรียมตัวเก็บข้าวของไสมือออกไปจากตระกูลหลี่ได้เลย!"
เสียงตบโต๊ะไม้สลักลวดลายวิจิตรดังสนั่นจนกาน้ำชาเนื้อดีสั่นสะเทือน หลี่จื่อใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเรียวรีจ้องมองบ่าวไพ่และนักเลงหัวไม้สองคนที่ยืนกุมมือค้อมตัวอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาดุจดั่งงูพิษ รอบตัวเขามีกลิ่นอายของความอิจฉาริษยาคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน
ตั้งแต่วันที่ "หอมกลิ่นไอยุค" ร้านอาหารและแผงผักออร์แกนิกของหลินอิงเปิดตัวขึ้นมาพร้อมกับรสชาติอันล้ำเลิศที่แม้แต่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ยังต้องยอมต่อคิว กิจการร้านอาหารตระกูลหลี่ของเขาก็แทบจะกลายเป็นเมืองร้าง ลูกค้าประจำต่างพากันปันใจไปลิ้มลองเมนูแปลกใหม่ที่ทำจากผักสดกรอบหวานล้ำในมิติพิศวงของนาง จนทำให้หลี่จื่อแทบกระรอกคลั่งตายด้วยความแค้นฝังหุ่น
"นายท่านหลี่ โปรดวางใจเถอะขอรับ..." หนึ่งในนักเลงหัวไม้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ พร้อมรอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปาก "พวกเราจัดการเตรียมคนปล่อยข่าวลือเรื่อง 'ปุ๋ยเร่งพิษ' และ 'ผักสาปแช่ง' ตามตลาดสดและโรงน้ำชาเรียบร้อยแล้ว รับรองว่าอีกไม่กี่ชั่วยาม ชาวบ้านตาดำๆ จะต้องหวาดกลัวจนไม่มีใครกล้าเหยียบเข้าร้านของนังตัวดีนั่นอีกเป็นแน่!"
หลี่จื่อแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ดีมาก... หากคราวนี้มันยังไม่ล่มจม ข้าคงต้องใช้วิธีที่สกปรกกว่านี้เสียแล้ว!"
ในขณะเดียวกัน ที่ร้านอาหาร "หอมกลิ่นไอยุค" บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความสุขและความคึกคักสวนทางกับแผนการชั่วร้ายอย่างสิ้นเชิง
กลิ่นหอมกรุ่นของ "ไก่ผัดพริกเสฉวนสูตรพิเศษ" และ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัว" ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วตรอกซอกซอย หลินอิงในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีปักลายดอกส้มสีส้มอ่อนกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมวัตถุดิบสดใหม่ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวออกมาจากมิติลับสดๆ ร้อนๆ หยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน แต่นางหาได้ใส่ใจไม่ รอยยิ้มสดใสยังคงประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อเห็นแถวลูกค้ารอคิวหน้าร้านยาวเหยียด
"ภรรยาข้า เหนื่อยหรือไม่?"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอ่อนโยนที่บรรจงใช้ผ้าแพรสะอาดซับเหงื่อบริเวณขมับให้นางอย่างทะนุถนอม จวินเยี่ย แม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชาต่อคนทั้งโลก แต่กลับกลายเป็นสามีสายเปย์ผู้คลั่งรักภรรยาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น วันนี้เขาสละเวลาจากค่ายทหารมาช่วยนางจัดโต๊ะและคอยกันพวกแขกจอมตื๊อด้วยสายตาดุร้ายที่ทำเอาไม่มีใครกล้าเข้ามาวุ่นวาย
หลินอิงเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีหนุ่ม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างอบอุ่น นางยื่นมือไปหยิกแก้มสากของเขาเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "ข้าเหนื่อยเสียที่ไหนกันท่านแม่ทัพ แค่เห็นเงินตำลึงไหลเข้ากระเป๋า ความเหนื่อยล้าก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้วค่ะ... ว่าแต่ท่านเถอะ วันนี้ดูว่างงานนักนะเจ้าคะ ถึงได้มาป้วนเปี้ยนอยู่ในครัวของข้าได้?"
"ข้าแค่นึกเป็นห่วงเจ้า..." จวินเยี่ยกระซิบเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "อีกอย่าง อาหารฝีมือเจ้า หอมยั่วยวนจนข้าทนอยู่ที่ค่ายทหารไม่ไหว ต้องรีบควบม้ากลับมาหาภรรยาและของอร่อยๆ ต่างหากล่ะ"
นางหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะตักซุปรากบัวร้อนๆ ใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบยื่นให้เขา "ปากหวานเสียจริง ระวังเถอะค่ะ กินฝีมือข้ามากๆ เข้า วันหนึ่งท่านอาจจะขาดผักในมิติของข้าไม่ได้ไปตลอดชีวิตแน่ๆ"
"ต่อให้เจ้าไม่ให้ข้ากินผัก ข้าก็ขาดเจ้าไม่ได้อยู่ดี..." แม่ทัพหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังจนหลินอิงต้องแสร้งทำเป็นค้อนใส่แก้เขิน
ทว่า ความสุขสงบมักอยู่ได้ไม่นานนัก...
ในขณะที่บรรยากาศภายในร้านกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น เสียงเอะอะโهاโหยจากด้านหน้าร้านก็ดังแทรกเข้ามาทำลายความเงียบสงบ เสียงทุบบานประตูไม้และเสียงตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินอิงค่อยๆ เลือนหายไป
"เปิดร้าน! นังแม่ค้าหน้าเลือด! เอาชีวิตชาวบ้านคืนมานะเว้ย!"
จวินเยี่ยขมวดคิ้วมุ่น รัศมีสังหารรอบตัวแผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงทันที ดวงตาคมกริบฉายแววเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาวางถ้วยซุปในมือลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึกที่แฝงไปด้วยความคุกคาม
"ดูท่า... จะมีแมลงวันน่ารำคาญบินมาขัดจังหวะความสุขของเราเสียแล้วกระมัง?"
หลินอิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตากลมโตฉายประกายความเด็ดขาดและเยือกเย็น นางปัดมือเบาๆ เพื่อจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวเดินออกไปหน้าร้านด้วยท่าทีสง่างามไม่สะทกสะท้าน "ไปค่ะท่านพี่ เราออกไปต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' เหล่านี้กันหน่อยดีกว่า ว่าพวกมันกล้าดีอย่างไร ถึงกล้ามาเหยียบย่ำหยาดเหงื่อแรงกายของภรรยาแม่ทัพผู้นี้!"
ทว่า ทันגעที่ก้าวเท้าพ้นธรณีประตูร้านออกไป สายตาของหลินอิงก็ต้องสะดุดเข้ากับร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดของกลุ่มผู้ประท้วง—ชายผู้ที่ไม่น่าจะมาปรากฏตัวอยู่ ณ ที่แห่งนี้ได้ในเวลานี้!
"เสี่ยวหลิน... เจ้าจำพี่รองคนนี้ได้หรือไม่?"
หลี่จื่อก้าวออกมาจากเงาฝูงชน พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่อาบด้วยพิษร้าย และในมือของเขากำลังชูห่อกระดาษไขที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็นของสมุนไพรประหลาด ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็น "หลักฐาน" มัดตัวว่าร้านของนางใช้ผักพิษทำลายล้างผู้คน!
รักและคิดถึงรี้ดทุกท่านเสมอค่ะ ❤️
- สวนส้มปลายฟ้า -
เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก•ตอนที่ 12
ภัยมืดที่เริ่มก่อตัว
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!