เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก•ตอนที่ 13

ข่าวลือไม่สามารถทำลายของอร่อยได้

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"หากคำพูดพล่อยๆ ของพวกท่านเปลี่ยนแปลงรสชาติอาหารในมือข้าได้ ป่านนี้ตระกูลหลี่คงได้เลื่อนขั้นเป็นพ่อครัวหลวงประจำวังหลังไปนานแล้วกระมั้งคะ" เสียงหัวเราะเยาะในลำคอของหลินอิงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของตลาดค้าส่ง ใบหน้าเรียวเนียนประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าแววตากลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่หลังแพขนตางอนงาม เบื้องหน้าของนางคือกลุ่มชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายที่กำลังซุบซิบกันด้วยความตื่นตระหนก จากข่าวลืออัปยศที่ถูกกุขึ้นโดยฝีมือของหลี่จื่อ เจ้าของร้านอาหารคู่แข่งตัวฉกาจ ที่เที่ยวปล่อยข่าวว่าผักและวัตถุดิบจากสวนของนางเป็นพืชต้องสาป เจือสารพิษจากแดนเถื่อน จนทำให้ลูกค้าหลายคนเริ่มลังเลที่จะก้าวเท้าเข้ามาอุดหนุน หลี่จื่อที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล ยิ้มเยาะด้วยความสะใจ แววตาเต็มไปด้วยความริษยาและต้องการเหยียบย่ามให้จมดิน "หลินอิง! อย่ามาปากเก่งกลบเกลื่อนความจริง ชาวบ้านเขาเห็นกันทั่วว่าผักจากสวนเจ้าหน้าตาแปลกประหลาด สีสันเขียวสดผิดธรรมชาติ ป่านนี้คงแอบใส่ยาเร่งผลผลิตหรือของอัปมงคลล่ะสิ ร้านเจ้าถึงได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบนี้!" คำกล่าวหาอันไร้หลักฐานนั้นเรียกเสียงฮือฮาจากฝูงชนได้ไม่น้อย หลายคนเริ่มถอยก้าวหนีแผงผักของนางโดยอัตโนมัติ ทว่า หลินอิงมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงแค่ปัดเศษผงละอองบนเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีฟ้าครามอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปหยิบเข่งไม้ไผ่ที่บรรจุ ‘แตงกวาหิมะ’ และ ‘มะเขือเทศราชินีมิติพิเศษ’ ที่ส่งกลิ่นหอมหวานสดชื่นออกมาจางๆ กลิ่นอายความหวานฉ่ำที่โชยแตะจมูกผู้คนรอบข้าง ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดพลันผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด "ท่านหลี่ช่างจินตนาการเก่งเสียจริงนะคะ น่าเสียดายที่ท่านเอาความสามารถนี้ไปใช้ในทางที่ผิด..." หลินอิงก้าวเท้าเดินช้าๆ เข้าหาโต๊ะเตรียมอาหารที่นางตั้งขึ้นเป็นพิเศษสำหรับวันนี้ รอยยิ้มพิมใจประดับบนเรียวปาก ทว่าแผ่รังสีความกดดันจนหลี่จื่อต้องเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ร่างสูงใหญ่ของจวินเยี่ย แม่ทัพหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและเกลียดผักเข้าไส้ ก็ก้าวแหวกฝูงชนเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาดั่งเหยี่ยววาวโรจน์กวาดตามองกลุ่มคนที่กล้ามาหาเรื่องภรรยาของตนด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาทุกคนถึงกับกลั้นหายใจ จวินเยี่ยไม่ได้กล่าวคำใด เขาเพียงแต่เดินตรงไปหยุดยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย ยกมือหนาขึ้นโอบไหล่บางไว้หลวมๆ เป็นการประกาศสถานะและแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เขาพร้อมจะสนับสนุนนางในทุกหนทาง สายตาคมกริบเหลือบมองหน้าหลี่จื่อชั่วขณะ จนคู่กรณีถึงกับหน้าถอดสี ขาสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอำนาจมืดของท่านแม่ทัพ "อยากพิสูจน์ความจริงนักใช่ไหมคะ?" หลินอิงเอ่ยทำลายความเงียบ นางหยิบมีดสั้นเล่มบางคมกริบขึ้นมา มือกวาดหยิบแตงกวาหิมะสีเขียวมรกตและมะเขือเทศสีแดงสดขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว "ในเมื่อข่าวลือมันลบไม่ออกจากสมองของคนบางคน งั้นวันนี้ข้าจะใช้ ‘ปลายลิ้น’ ของทุกท่านนี่แหละ เป็นเครื่องตัดสินความจริงเองค่ะ!" สิ้นคำพูด ทักษะการหั่นผักระดับปรมาจารย์ในมิติลับก็ถูกนำมาใช้ เสียงมีดกระทบเขียงไม้ดัง *ฉับๆๆ* เป็นจังหวะรวดเร็วและงดงามราวกับเสียงดนตรี ชิ้นส่วนของแตงกวาถูกสไลด์บางเฉียบเท่ากันทุกชิ้นจนแทบโปร่งแสง มะเขือเทศถูกผ่าครึ่งเผยให้เห็นเนื้อในฉ่ำน้ำสีแดงทับทิมที่เปล่งประกายล่อตาล่อใจ จากนั้น หลินอิงจึงหยิบขวดกระปุกเซรามิกบรรจุน้ำยำสูตรลับเฉพาะที่ผสมผสานความเปรี้ยวจากมะนาวป่า ความเผ็ดร้อนจากพริกหยวกสวรรค์ และความหวานกลมกล่อมจากน้ำผึ้งดอกไม้ป่าในมิติลับ ราดลงบนส่วนผสมทั้งหมดอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมเย้ายวนใจของสมุนไพรและเครื่องเทศพวยพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความตกตะลึงของฝูงชน "นี่คือเมนู ‘ยำแตงกวาหิมะกรอบสะท้านฟ้า’ ค่ะ" หลินอิงตักชิ้นแตงกวาที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำยำสีสวยใส่ลงในจานกระเบื้องเคลือบยื่นให้ผู้อาวุโสท่านหนึ่งในหมู่บ้านที่ยืนอยู่แถวหน้า "เชิญท่านผู้เฒ่าทดลองชิมดูได้เลยค่ะ หากข้าใส่ยาพิษหรือของอัปมงคลตามที่คนปากพล่อยกล่าวหา ร่างกายนี้ของข้า... ยินดีให้ทางการลงทัณฑ์แต่โดยดีค่ะ" ท่านผู้เฒ่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตามองจานอาหารตรงหน้าสลับกับใบหน้าที่มั่นอกมั่นใจของหลินอิง สุดท้ายด้วยความอยากรู้อยากเห็นและกลิ่นที่หอมยวนใจจนเกินต้านทาน เขาจึงใช้ตะเกียบหนีบชิ้นแตงกวาเข้าปาก ทันทีที่ฟันกระทบลงบนเนื้อแตงกวา เสียง *กรุบ!* ดังชัดเจน ความเย็นสดชื่นพร้อมรสชาติเปรี้ยวหวานเผ็ดกลมกล่อมระเบิดขึ้นในโพรงปาก ความกรอบอร่อยที่ไร้ซึ่งกลิ่นเหม็นเขียว ราวกับผลไม้สวรรค์ที่ร่วงหล่นจากฟ้า ทำให้ดวงตาของท่านผู้เฒ่าเบิกกว้างขึ้นด้วยความทึ่ง "อร่อย! อร่อยยิ่งนัก!" ท่านผู้เฒ่าอุทานออกมาเสียงดังลั่น "นี่มัน... รสชาติอะไรกันนี่! สดชื่นจนเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง ร่างกายที่เคยเหนื่อยล้าพลันสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็น!" เสียงฮือฮาครั้งใหม่ดังระเบิดขึ้นรอบทิศทาง เหล่าชาวบ้านที่เคยลังเลเริ่มเบียดเสียดกันเข้ามาหวังจะได้ลิ้มลองบ้าง หลี่จื่อหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม มือสั่นระริก ปากพยายามจะเถียงแต่ก็พูดไม่ออกเมื่อเจอพลังแห่งความอร่อยสยบทุกคำครหา หลินอิงยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ นางหันไปสบตากับจวินเยี่ยผู้เป็นสามี ซึ่งกำลังส่งสายตาพึงพอใจและเอ็นดูนางมาให้อย่างเปิดเผย ชายหนุ่มโน้มใบลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ "ภรรยาของข้านี่เก่งกาจและน่าหมั่นเขี้ยวเสียจริง... สมควรตบรางวัลให้ด้วยอะไรดีล่ะหืม?" หลินอิงแอบค้อนใส่สามีเบาๆ ทีหนึ่ง ก่อนจะหันไปตักอาหารแจกจ่ายให้ลูกค้าที่ยืนรอต่อคิวกันยาวเหยียด บรรยากาศการค้าขายกลับมาคึกคักและรื่นเริงยิ่งกว่าเก่า สินค้าในเข่งถูกกวาดซื้อเกลี้ยงเกลาในเวลาอันรวดเร็ว ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนของการแย่งกันซื้ออาหารนั่นเอง สายตาคมกริบของหลินอิงก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท กำลังยืนแอบมองเหตุการณ์อยู่มุมมืดหลังเสาไม้เก่าแก่ของตลาด ใบหน้าครึ่งหนึ่งซีกอยู่ใต้เงาหมวกสานปีกกว้าง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากของอีกฝ่าย ส่งตรงมายังนางราวกับมีความลับดำมืดบางอย่างซ่อนอยู่ และเมื่อเงาร่างนั้นหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกลิ่นอายพลังปราณคุ้นเคยที่นางจำได้แม่นยำ... หัวใจของหลินอิงก็กระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม นั่นมัน... สัญลักษณ์ประจำตระกูลขุนนางเก่าที่นางเคยสะสางบัญชีแค้นไปแล้วนี่นา! เหตุใดมันจึงมาโผล่ที่นี่ได้ หรือว่าเบื้องหลังของหลี่จื่อจะยังมีตัวการใหญ่กว่านั้นชักใยอยู่เบื้องหลัง? รักและคิดถึงรี้ดทุกท่านเสมอค่ะ ❤️ - สวนส้มปลายฟ้า -
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%