“ถ้าเธอคิดว่าคำขอโทษเพียงไม่กี่คำจะซื้อที่พักพิงในหุบเขาแห่งนี้ได้... เธอคงประเมินค่าของกาลเวลาต่ำเกินไปแล้ว เอลิน่า”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำที่ไร้กระแสคลื่นของเซนเดอร์กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องโถงไม้โอ๊คเก่าแก่ กลิ่นอายของสมุนไพรแห้งและไอเวทมนตร์จางๆ อบอวลอยู่รอบตัวเขา พ่อมดแห่งพงไพรไม่ได้หันมามองข้า เขายังคงง่วนอยู่กับการบดรากไม้สีม่วงเข้มในครกหิน สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องเพียงสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ราวกับข้าเป็นเพียงฝุ่นผงที่หลงเข้ามา
ข้ากำชายกระโปรงชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในใจ นี่ไม่ใช่เอลิน่าคนเดิมที่เอาแต่กรีดร้องและเรียกร้องความสนใจ แต่นี่คือหญิงสาวที่ยอมละทิ้งเกียรติยศจอมปลอมเพื่อโอกาสที่จะได้มีชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งที่เธอรักจริงๆ
“ข้าไม่ได้มาเพื่อขอความเมตตาเพราะความสงสารค่ะ ท่านเซนเดอร์” ข้าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้จะรู้ดีว่าระยะห่างระหว่างเรายังมีเส้นแบ่งที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ “แต่ข้ามาที่นี่เพื่อเสนอ ‘เงื่อนไข’... สิ่งที่ท่านต้องการที่สุด แต่ไม่มีเวลาให้มากพอที่จะจัดการกับมันด้วยตัวเอง”
มือของเซนเดอร์หยุดชะงักลงชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะวางสากหินลงอย่างเชื่องช้า เขากลับหลังหันมาเผชิญหน้ากับข้า แววตาสีเทาหม่นดุจท้องฟ้ายามพายุตั้งเค้านั้นกวาดมองข้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินว่าดอกไม้ในมือเขามีค่าหรือเป็นเพียงวัชพืชที่ควรถอนทิ้ง
“เงื่อนไข?” เขาทวนคำ มุมปากหนาหยักยิ้มที่ดูไม่น่าไว้ใจนัก “ในสวนพฤกษาหลังบ้านข้านั้น ดอกกุหลาบราตรีของข้ากำลังจะตายเพราะดินที่นั่นขาดพลังชีวิตที่เหมาะสม เธอเป็นแค่คุณหนูที่วันๆ รู้จักแต่การสั่งข้ารับใช้ จะไปรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องการปรับสมดุลดินเวทมนตร์”
ข้าไม่ได้หลบสายตา แม้ภายในใจจะประหม่าจนแทบหายใจไม่ออก แต่ข้าเลือกที่จะปลดปล่อยความอบอุ่นที่พยายามซ่อนไว้ในใจออกมาเพียงเบาบาง ข้าเดินตรงไปยังหน้าต่างบานสูงที่เปิดทิ้งไว้ มองเห็นแปลงกุหลาบสีดำมืดมัวที่กำลังเหี่ยวเฉาอยู่ไกลๆ ข้าสัมผัสได้... ไม่ใช่ด้วยสายตา แต่ด้วยความรู้สึกที่แล่นผ่านฝ่ามือที่สั่นระริก ดอกไม้เหล่านั้นกำลังร้องไห้
“ดินไม่ได้ขาดพลังชีวิตหรอกค่ะท่านเซนเดอร์... แต่มันกำลัง ‘โกรธ’” ข้าเอ่ยเสียงแผ่ว “ท่านบังคับให้พวกมันเติบโตด้วยคาถาเร่งเร้าจนลืมถามว่าพวกมันเหนื่อยแค่ไหน ข้าไม่ได้จะไปเปลี่ยนดินให้ท่านหรอกค่ะ แต่ข้าจะไปฟังสิ่งที่พวกมันต้องการต่างหาก”
เซนเดอร์นิ่งเงียบไปนาน ความเงียบนั้นกดทับบรรยากาศจนข้าแทบหยุดหายใจ เขาเดินตรงมาหาข้า ก้าวเดินที่มั่นคงและไร้สุ้มเสียงทำให้เขาราวกับเงาที่เคลื่อนที่ได้ เขาหยุดยืนตรงหน้าข้าใกล้เสียจนข้าได้กลิ่นไม้สนและไอฝนที่ติดตัวเขามา
“ถ้าในสามวัน ดอกกุหลาบราตรีของข้าไม่กลับมาผลิใบ” เซนเดอร์เอ่ยขึ้นพลางใช้ปลายนิ้วเย็นเยียบเชยคางข้าขึ้นเล็กน้อย “ข้าจะเนรเทศเธอออกจากป่านี้ไปตลอดกาล และรับรองว่าเธอจะไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในเมืองหลวงที่เธอจากมาอย่างแน่นอน เธอตกลงไหม?”
หัวใจของข้าเต้นรัวราวกับกลองรบ ข้าประสานสายตากับเขาก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “ตกลงค่ะ แต่นั่นหมายความว่า หากข้าทำสำเร็จ ท่านต้องให้ข้าอยู่ที่นี่... ในฐานะคนสวนของท่าน ไม่ใช่นักโทษ”
เซนเดอร์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังประตูหลังบ้านที่เชื่อมต่อกับสวนพฤกษาเวทมนตร์ “ตามมา แล้วอย่าหวังว่าข้าจะใจอ่อนถ้าเธอทำสวนข้าพัง”
ทันทีที่ก้าวเท้าออกสู่สวน กลิ่นอายของความเศร้าสร้อยที่ลอยอบอวลอยู่รอบพุ่มกุหลาบก็โถมเข้าใส่ข้า มันไม่ใช่สถานที่ที่น่ารื่นรมย์เหมือนในจินตนาการ แต่มันเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกบังคับให้เติบโต ข้าทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นดินที่แห้งกรังทันที ไม่สนว่ากระโปรงที่สวมอยู่จะเปรอะเปื้อนเพียงใด
ข้าหลับตาลง แตะฝ่ามือลงบนเนื้อดินที่เย็นเยียบ พึมพำถ้อยคำที่ไม่มีในตำราเล่มไหน เป็นเพียงบทเพลงที่หัวใจของข้าเคยร่ำร้องมาตลอดชีวิตก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย
ผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า เซนเดอร์ยืนกอดอกพิงต้นไม้ใหญ่เฝ้ามองข้าจากระยะไกล แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความฉงนสนเท่ห์ เมื่อเถาวัลย์สีดำมืดที่เคยเหี่ยวเฉาเริ่มขยับตัวราวกับมีชีวิต พวกมันค่อยๆ พันเกี่ยวรอบข้อมือข้าอย่างแผ่วเบา ราวกับเด็กน้อยที่โหยหาความอบอุ่นจากมารดา
ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง... ไม่ใช่พลังเวทมนตร์จากพ่อมดอย่างเซนเดอร์ แต่มันคือพลังที่แฝงอยู่ในตัวข้าเอง พลังที่ข้าไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่จริงในร่างของนางร้ายผู้นี้
“เธอทำอะไรลงไป...” เสียงของเซนเดอร์ดังขึ้นจากด้านหลัง ความสับสนฉายชัดในน้ำเสียงของพ่อมดผู้หยิ่งผยอง
ข้าลืมตาขึ้นมองเขาด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนคราบดิน แต่ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความหวัง ข้ากำลังจะเอ่ยตอบ แต่ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามแผ่วต่ำก็ดังก้องมาจากพุ่มไม้ทึบหลังสวนเวทมนตร์ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาที่ไม่มีใครคาดคิด
เงาสีดำสนิทที่แผ่ออร่าแห่งความตายค่อยๆ คืบคลานออกมาจากพุ่มกุหลาบที่ข้าเพิ่งฟื้นคืนชีพ และเมื่อเซนเดอร์เห็นบุคคลที่ยืนอยู่หลังเงาร่างนั้น ดวงตาสีเทาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
“เจ้า... กลับมาที่นี่ได้ยังไง!” เซนเดอร์คำราม พร้อมกับหยิบไม้เท้าขึ้นมาเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ม่านหมอกโรแมนซ์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเอลิน่าในความตื่นเต้นของตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 5
เงื่อนไขของพ่อมด
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!