เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 4

แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
“ใครส่งเธอมา... หรือเป็นแผนการชั่วร้ายที่พวกในวังหลวงวางไว้เพื่อทำลายป่าต้องห้ามแห่งนี้กันแน่?” เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งท่ามกลางฤดูร้อนดังขึ้นจากเงามืดของพุ่มกุหลาบเวทมนตร์ เอลิน่าชะงักมือที่กำลังบรรจงประคองดอกกุหลาบสีน้ำเงินเข้มที่เพิ่งผลิบาน เธอยังไม่ทันหันกลับไปมอง ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากเบื้องหลัง กลิ่นอายของเวทมนตร์ที่เข้มข้นจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเริ่มรัดรึงจนเธอหายใจติดขัด เอลิน่าวางกรรไกรตัดแต่งกิ่งลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็กอย่างเชื่องช้า สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเงามืด ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเงินยวงและนัยน์ตาสีเทาหม่นที่ดูราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง เขามองเธอด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย—นั่นคือเซนเดอร์ พ่อมดแห่งพงไพร ผู้ที่เธอควรจะเรียกว่า 'เจ้านาย' แต่ในเวลานี้เขากลับมองเธอราวกับเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด “คุณเซนเดอร์... ดิฉันว่าเราควรเริ่มบทสนทนาด้วยการลดระดับเวทมนตร์ลงก่อนดีไหมคะ?” เอลิน่าเอ่ยเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก “ความกลัวของกุหลาบพวกนี้... มันทำให้พวกมันหุบกลีบลงหมดแล้วนะคะ” เซนเดอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาของเขาจ้องมองไปยังดอกกุหลาบสีน้ำเงินที่ค่อยๆ หุบกลีบเข้าหากันราวกับกำลังหวาดกลัวแรงกดดันจากเจ้าของบ้าน เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ แรงกดดันมหาศาลนั้นหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น “เธอรู้ภาษาของพวกมัน?” เซนเดอร์ก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสีนวลจากคฑาที่เหน็บอยู่ข้างเอวส่องให้เห็นโครงหน้าคมคายที่ดูเคร่งขรึม “คนทั่วไปที่หลงเข้ามาในป่านี้ มักจะทำได้แค่กรีดร้องและวิ่งหนี แต่เธอกลับพูดคุยกับพืชพรรณด้วยท่าทางเหมือนกำลังปลอบประโลมเด็กน้อย... เอลิน่า เธอไม่ใช่แค่คนรับใช้ที่หนีออกจากตระกูลขุนนางตกอับหรอกใช่ไหม?” เอลิน่าแค่นยิ้มบางๆ เธอขยับตัวไปหยิบถุงมือหนังขึ้นมาสวมใหม่ พยายามไม่ให้มือที่สั่นเทาสั่นไหวจนเขาสังเกตเห็น “ดิฉันก็แค่ผู้หญิงที่อยากมีชีวิตอยู่อย่างสงบ การที่ดิฉันเข้าใจพวกมัน ไม่ได้แปลว่าดิฉันจะมีจุดประสงค์ร้ายนะคะ ความสงบสุขเป็นสิ่งที่หายากสำหรับอดีตนางร้าย... ที่คนทั้งอาณาจักรสาปแช่ง คุณน่าจะเข้าใจดีไม่ใช่หรือคะ ว่าความโดดเดี่ยวในพื้นที่เล็กๆ มันทรมานแค่ไหน” เซนเดอร์หรี่ตาลง เขาก้าวเข้ามาจนอยู่ในระยะที่เอลิน่าได้กลิ่นจางๆ ของไม้สนและไอฝนจากตัวเขา พ่อมดหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นเหมือนจะมองทะลุไปถึงจิตวิญญาณที่ถูกสับเปลี่ยนของเธอ “ความทรงจำของเธอ... ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอดีตที่แตกสลายและจิตวิญญาณที่แปลกแยก” เขาพึมพำ น้ำเสียงไม่ได้ดุดันเหมือนก่อนหน้า แต่มันกลับดูเป็นอันตรายในแบบที่ทำให้อารมณ์ของเธอปั่นป่วน “เธอพยายามสร้างเกราะป้องกันด้วยดอกไม้พวกนี้ แต่กุหลาบพวกนี้มีสัญชาตญาณ... และตอนนี้พวกมันกำลังบอกข้าว่า เธอไม่ได้เป็นอันตรายต่อป่า แต่สิ่งที่เธอกำลังปกปิดอยู่... มันคือสิ่งที่จะทำให้ทั้งอาณาจักรลุกเป็นไฟ” เอลิน่าชะงัก เธอเผลอจ้องตากับเขาอยู่นานเกินไปจนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดึงเข้าสู่ภวังค์สีเทาหม่นนั้น เธอตัดสินใจรวบรวมความกล้า เอื้อมมือไปเด็ดดอกกุหลาบที่เพิ่งผลิบานดอกหนึ่งออกมา แล้วยื่นให้เขาด้วยความนิ่งสงบ “หากคุณสงสัย ก็จงอ่านความทรงจำของกุหลาบดอกนี้ดูสิคะ” เธอจ้องตากลับอย่างไม่เกรงกลัว “มันเห็นทุกอย่างที่ดิฉันทำ เห็นแม้กระทั่งหยดน้ำตาที่ดิฉันเสียไปในตอนที่หนีมาที่นี่ มันรู้ดีที่สุดว่าคนที่สูญเสียทุกอย่างไปแล้ว จะไม่มีวันหันกลับไปทำลายสิ่งที่ตัวเองรักที่สุดได้... แม้แต่คนเดียว” เซนเดอร์ชะงักไปเมื่อปลายนิ้วของเขาแตะเข้ากับกลีบกุหลาบนุ่มละเอียด ความเย็นของมันส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างเข้าสู่ปลายนิ้วของเขา เขาขมวดคิ้วแน่น สัมผัสได้ถึงเศษเสี้ยวความโศกเศร้าที่ลึกสุดหัวใจของหญิงสาวตรงหน้า มันไม่ใช่ความรู้สึกของผู้ที่วางแผนชั่วร้าย แต่มันคือความรู้สึกของผู้ที่ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก่อนที่เซนเดอร์จะทันได้เอ่ยอะไร ความเงียบงันของป่าก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงกิ่งไม้หักดังสนั่นจากทิศทางของชายป่า ทั้งสองหันไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ "ข้าไม่ได้มาคนเดียว..." เซนเดอร์พึมพำ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดขึ้นทันที "พวกนั้นตามรอยเวทมนตร์ของเธอมาที่นี่ เอลิน่า... ถ้าเจ้าไม่ใช่คนของราชสำนัก ใครกันที่ต้องการตัวเจ้าถึงขั้นกล้าบุกรุกเข้ามาในเขตกักกันอาคมของข้า!" ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำถาม ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทหลายสิบร่างก็พุ่งตัวลงมาจากยอดไม้ปิดล้อมสวนกุหลาบไว้ทุกทิศทาง พร้อมกับประกายของอาคมสีเลือดที่ขยายตัวกว้างขึ้น กุหลาบเวทมนตร์ในสวนเริ่มสั่นไหวและส่งเสียงหวีดร้องแหลมเล็กด้วยความหวาดกลัว เอลิน่าหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นตราประทับที่ปรากฏบนอกเสื้อของหนึ่งในผู้บุกรุก... ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลของอดีตคู่หมั้นของเธอที่ควรจะประกาศว่าเธอตายไปแล้ว ม่านหมอกโรแมนซ์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเอลิน่าในความตึงเครียดของตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%