“ถ้าเจ้ายังดึงดันจะเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ไร้ทางรอดไว้ในแปลงดินนี้ อีกไม่เกินสามวัน ความตายจะลามไปถึงรากแก้วของต้นไม้ทั้งสวน... เอลิน่า เจ้ากำลังทำลายสิ่งที่ข้าเพียรดูแลมานับร้อยปี”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเซนเดอร์ไม่ได้เกรี้ยวกราด ทว่ามันกลับหนักแน่นและเย็นเยียบเหมือนแผ่นน้ำแข็งที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านผิวน้ำ เอลิน่าไม่ตอบโต้ทันที เธอใช้ปลายนิ้วที่เปื้อนดินโคลนลูบไล้ไปตามผิวสัมผัสที่แห้งกร้านและขรุขระของลำต้นไม้เวทมนตร์ขนาดเล็กที่วางอยู่ตรงหน้า มันคือ ‘กุหลาบดาริกา’ พันธุ์หายากที่ควรจะเบ่งบานเป็นสีเงินยวงในคืนจันทร์เต็มดวง ทว่ายามนี้ใบของมันกลับเหี่ยวเฉาและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ำราวกับถูกสูบพลังชีวิตไปจนหมดสิ้น
“ความตายไม่ได้มาถึงเพราะเมล็ดพันธุ์พวกนี้หรอกค่ะท่านพ่อมด แต่มันมาเพราะความหวาดกลัวที่ท่านขังมันไว้ในกฎเกณฑ์ต่างหาก” เอลิน่าเงยหน้าขึ้น สบสายตากับนัยน์ตาสีรัตติกาลของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง “ท่านดูสิคะ มันไม่ได้กำลังจะตาย... มันแค่กำลังรอใครสักคนที่เข้าใจว่ามันต้องการอะไร”
เซนเดอร์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แต่ในแววตานั้นกลับวูบไหวด้วยความไม่เข้าใจ “กุหลาบดาริกาต้องการดินภูเขาไฟและน้ำค้างจากยอดเขาสูง ข้าให้ทุกอย่างที่ตำราว่าไว้แล้ว แต่มันก็ยังแห้งเหี่ยวลงทุกที เจ้าจะบอกว่าเจ้าเข้าใจมันดีกว่าพ่อมดที่มีชีวิตอยู่มานานอย่างข้าอย่างนั้นหรือ”
เอลิน่าไม่ตอบคำถามนั้น มือบางค่อยๆ หลับตาลง ลมหายใจของเธอเริ่มสอดประสานเข้ากับจังหวะของพืชตรงหน้า ในวินาทีนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงแมลงในสวนเงียบลงราวกับเกรงใจต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เธอสัมผัสได้ถึง ‘เสียงสะอื้น’ ที่แผ่วเบาจากภายในแก่นไม้
*‘หนาว... ข้าแค่ต้องการความอบอุ่นจากหัวใจที่ไม่ได้หวังผลตอบแทน’*
เสียงนั้นไม่ได้ดังเป็นภาษา แต่เป็นความรู้สึกที่ไหลรินเข้ามาในจิตวิญญาณของเธอ เอลิน่าคลี่ยิ้มออกมาบางๆ ยิ้มที่ดูอ่อนโยนจนเซนเดอร์ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่ได้ใช้เวทมนตร์ร่ายมนตร์บทไหนเลย เธอเพียงแค่โอบกอดกระถางต้นไม้นั้นไว้แนบอก ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอแผ่ซ่านผ่านเสื้อผ้าเข้าไปหาลำต้นที่อ่อนแอ
“ท่านบอกว่ามันต้องการดินภูเขาไฟและน้ำค้างใช่ไหมคะ?” เอลิน่าพึมพำขณะที่แสงสีเขียวอ่อนจางๆ เริ่มเปล่งประกายออกมาจากปลายนิ้วของเธอ “แต่สิ่งที่มันขาดจริงๆ คือความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อต่างหาก ท่านมักจะดูแลพวกมันเหมือนเป็นเพียงของสะสมที่มีค่า แต่มันเป็นสิ่งมีชีวิตนะคะเซนเดอร์”
ทันใดนั้น สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น ลำต้นที่เคยแห้งกร้านค่อยๆ เปลี่ยนสีกลับมาเป็นเขียวสดอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ ดอกตูมเล็กๆ ที่เคยหงิกงอกลับมาชูช่อและเริ่มคลี่กลีบออกเผยให้เห็นสีเงินวาววับสะท้อนกับแสงตะเกียงเวทมนตร์ในสวนจนสว่างไสวไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมจางๆ ที่หาได้ยากยิ่งอบอวลไปทั่วทั้งเรือนกระจก ทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาของเซนเดอร์สั่นไหวอย่างรุนแรง
“เป็นไปไม่ได้...” เซนเดอร์พึมพำ เขาก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ความมั่นใจที่เขามีมาตลอดหลายร้อยปีพังทลายลงในพริบตา เอลิน่าทำได้อย่างไร? เด็กสาวผู้มีอดีตที่แปดเปื้อนและดูไม่มีอะไรโดดเด่น กลับทำสิ่งที่แม้แต่พ่อมดระดับสูงยังต้องใช้เวลาศึกษาแรมปี
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ” เอลิน่าเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ “ถ้าท่านยอมลดทิฐิและรับฟังเสียงกระซิบของพวกมันบ้าง ท่านก็จะพบว่าสวนแห่งนี้ไม่ได้มีแค่เวทมนตร์ที่ท่านร่ายขึ้นมา แต่มันมีหัวใจของธรรมชาติซ่อนอยู่ด้วย”
เซนเดอร์นิ่งอึ้ง เขาพยายามจะเอ่ยบางอย่าง แต่ความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในกลับทำให้เขาพูดไม่ออก เขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาของเจ้านายที่มองคนรับใช้ ไม่ใช่สายตาของพ่อมดที่มองมนุษย์ธรรมดา แต่มันคือสายตาของคนที่เพิ่งตระหนักได้ว่า เขาได้พบเจอกับ ‘ความมหัศจรรย์’ ที่แท้จริงเข้าแล้ว
ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันเริ่มปกคลุมและดูเหมือนทุกอย่างกำลังจะคลี่คลายไปในทางที่ดี เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังกึกก้องมาจากทางเข้าสวน กลิ่นไหม้ของกระดาษเวทมนตร์ลอยอบอวลเข้ามาพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มที่คุ้นตา เอลิน่าขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นจดหมายตราประทับสีเลือดที่ชายลึกลับคนนั้นยื่นให้เซนเดอร์
ใบหน้าของเซนเดอร์เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันทีที่กวาดสายตาผ่านเนื้อความในกระดาษ เขารีบหันมามองเอลิน่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล “เจ้าต้องไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้... สิ่งที่เจ้าทำเมื่อครู่ ได้ดึงดูด ‘บางอย่าง’ ที่เราไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว”
เอลิน่ายังไม่ทันจะถามว่าหมายถึงอะไร เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหลมสูงและเย็นเยียบก็ดังมาจากเงามืดหลังพุ่มไม้ใหญ่ พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่สวมชุดสีดำสนิทก้าวออกมา เธอคนนั้นยกมือขึ้นชี้มาที่ต้นกุหลาบที่เพิ่งฟื้นตัว “หาเจอแล้ว... พลังแห่งการฟื้นคืนที่สาบสูญไปนานนับร้อยปี... เอลิน่า เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเจ้าจะซ่อนตัวอยู่ในสวนหลังบ้านของพ่อมดที่ไร้น้ำยาคนนี้ได้ตลอดไป?”
ม่านหมอกโรแมนซ์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาสุดระทึกของตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 6
ต้นอ่อนที่หายไป
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!