เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 7

สัมผัสแห่งธรรมชาติ

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
“ถ้าเจ้ายังฝืนร่ายมนตร์เร่งโตแบบนั้น อีกไม่ถึงชั่วโมงรากพวกนี้ได้เน่าตายหมดแน่ เอลิน่า” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความกังวลดังขึ้นจากด้านหลัง เอลิน่าชะงักมือที่กำลังเรืองแสงสีอ่อนจางๆ อยู่เหนือแปลงกุหลาบสีมรกต เธอค่อยๆ คลายปลายนิ้วออก แรงกดดันจากมานาในอากาศรอบตัวผ่อนคลายลงทันที กลิ่นดินชื้นและกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าอบอวลไปทั่วบริเวณ กระท่อมหินกลางป่าลึกที่เธออาศัยอยู่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นเป็นจังหวะเนิบนาบ เอลิน่าหันกลับไปมองเซนเดอร์ พ่อมดหนุ่มผู้มีนัยน์ตาสีเทาเข้มดุจท้องฟ้าก่อนพายุเข้า เขายืนกอดอกพิงกรอบประตูไม้เก่าๆ สายตาของเขามิได้มองที่ตัวเธอ แต่จับจ้องไปยังต้นกุหลาบที่สั่นไหวราวกับกำลังหวาดกลัวมนตร์ที่เธอเพิ่งหยิบยื่นให้ “ฉันแค่... อยากให้พวกมันแข็งแรงพอจะต้านทานน้ำค้างแข็งคืนนี้ค่ะ” เอลิน่าตอบเสียงเรียบ พลางเช็ดคราบดินออกจากปลายนิ้วด้วยท่าทางทะนุถนอม ราวกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้าคือทารกน้อย มิใช่เพียงวัชพืชเวทมนตร์ เซนเดอร์เดินเข้ามาใกล้ ฝีเท้าของเขาแผ่วเบาจนแทบไร้เสียง เขาย่อตัวลงข้างๆ เธอ กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศและไม้สนที่ติดอยู่กับตัวเขาทำให้เอลิน่ารู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างประหลาด เขาใช้มือหนาหยาบกร้านจากการปรุงยาเอื้อมไปแตะกลีบกุหลาบที่เพิ่งเบ่งบานนั้นเบาๆ ก่อนจะพึมพำคาถาบทสั้นๆ เสียงของเขาไม่ใช่การร่ายมนตร์ที่ทรงพลัง แต่เป็นการกระซิบปลอบประโลม กุหลาบมรกตดอกนั้นสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะคลี่กลีบกว้างขึ้น ราวกับมันกำลังยิ้มตอบรับสัมผัสจากพ่อมดหนุ่ม “ธรรมชาติไม่ได้ต้องการการบังคับ เอลิน่า” เซนเดอร์หันมาสบตาเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาในวันแรกที่เธอมาถึง บัดนี้กลับดูอ่อนลงราวกับมีม่านหมอกจางๆ ปิดกั้นความห่างเหินนั้นไว้ “สิ่งที่เจ้าพยายามทำคือการมอบ ‘พลัง’ ให้พวกมันมากเกินไป แต่สิ่งที่พวกมันโหยหาจริงๆ คือ ‘ความเข้าใจ’... เจ้าลองฟังดูสิ” เอลิน่าหลับตาลงตามคำแนะนำ เธอวางมือลงบนพื้นดินเย็นเฉียบ ความเงียบเข้าโอบล้อม จนกระทั่งเธอเริ่มได้ยิน... เสียงกระซิบแผ่วเบาเหมือนเสียงใบไม้เสียดสีกัน มันเป็นเสียงแห่งความหิวกระหาย ความหนาวเหน็บ และความปิติที่ได้รับความอบอุ่น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอก เธอไม่ใช่แม่มดผู้ยิ่งใหญ่ แต่เป็นเพียงวิญญาณที่มาเกิดใหม่ในร่างของนางร้ายที่เคยถูกตราหน้าว่าใจดำ เอลิน่าสะอื้นในลำคอเบาๆ โดยไม่รู้ตัว หยดน้ำตาใสๆ ร่วงหล่นลงบนผืนดิน กุหลาบที่เธอเคยพยายามเร่งโตด้วยมนตร์กลับค่อยๆ เปล่งแสงสีทองละมุนและแข็งแรงขึ้นด้วยพลังแห่งธรรมชาติอย่างแท้จริง เซนเดอร์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขามองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป จากความระแวงเป็นความสนใจ และจากความสนใจ... เป็นความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็ยากจะนิยาม เขาเห็นความจริงใจที่สะท้อนออกมาจากหยาดน้ำตานั้น มันเป็นความบริสุทธิ์ที่เขาไม่เคยพบเจอในเหล่าผู้คนจากเมืองหลวงที่พยายามจะกอบโกยผลประโยชน์จากป่าแห่งนี้ “เจ้า... ร้องไห้ทำไม?” เซนเดอร์ถามพลางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือของเขาลังเลอยู่กลางอากาศก่อนจะวางลงบนไหล่ของเธออย่างแผ่วเบา “ฉันแค่ไม่เคยได้รับโอกาสให้... รู้สึกถึงพวกมันจริงๆ ค่ะ” เอลิน่าเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยสั่นระริก “ในอดีตฉันมักจะคว้าทุกอย่างมาด้วยกำลังเสมอ ไม่เคยรอคอย และไม่เคยฟังใคร... จนกระทั่งมาที่นี่” บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทลงอีกครั้ง ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันในความสลัวของยามเย็น เซนเดอร์ขยับมือจากไหล่มาแตะที่ข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาออกอย่างเบามือ สัมผัสที่อบอุ่นนั้นทำให้หัวใจของเอลิน่ากระตุกวูบ “เจ้าในวันนี้ ไม่เหมือนกับคนที่ฉันเคยได้ยินคำเล่าลือเลยสักนิด” เขาพูดเสียงแหบพร่า สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของเธอชั่วครู่ก่อนจะเบนไปทางอื่นราวกับกำลังพยายามข่มอารมณ์บางอย่าง “ถ้างั้น... ท่านมองเห็นฉันเป็นคนแบบไหนหรือคะ?” เอลิน่าถามสวนกลับ หัวใจเต้นรัวแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน เซนเดอร์นิ่งเงียบไปนานจนเธอคิดว่าเขาจะเดินหนีไปเสียแล้ว แต่ทว่าเขากลับก้มลงมากระซิบใกล้ใบหูจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น “เจ้าคือคนเดียวที่ทำให้ป่าแห่งนี้ยอมลดทอนกำแพงที่ขวางกั้นไว้... เอลิน่า เจ้ากำลังทำให้หัวใจที่ตายด้านของฉันกลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง” ทันใดนั้น เสียงกิ่งไม้หักดังสนั่นมาจากแนวป่าทึบเบื้องหลัง ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมแทนที่แสงสีทอง เงาร่างสูงใหญ่ของชายผู้หนึ่งปรากฏขึ้นในความมืด เขาสวมผ้าคลุมสีดำสนิทที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดในความทรงจำของเอลิน่า ชายคนนั้นก้าวออกมาจากเงามืดพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ “ไม่เจอกันนานเลยนะ... เอลิน่า หรือข้าควรจะเรียกว่า ‘ยัยแม่มดผู้ต่ำต้อย’ แห่งสวนกุหลาบดีล่ะ?” เซนเดอร์ลุกขึ้นยืนบังหน้าเอลิน่าไว้ทันที มือของเขาปรากฏประกายไฟสีน้ำเงินวาบขึ้นเป็นอาวุธ เอลิน่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นตราประทับบนอกเสื้อของชายปริศนาคนนั้น—ตราสัญลักษณ์แห่งตระกูลที่เธอเคยก่อกรรมทำเข็ญไว้ในชาติก่อน ซึ่งบัดนี้มันกำลังตามมาหลอกหลอนเธอถึงหน้าประตูบ้าน ม่านหมอกโรแมนซ์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาสุดระทึกของตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%