“ท่านเซนเดอร์คะ... ข้าว่าเรามีปัญหาใหญ่แล้วล่ะค่ะ”
เสียงของเอลิน่าสั่นพร่าขณะก้าวถอยหลังมาจนชิดแผ่นอกกว้างของชายหนุ่ม เธอไม่ได้หันไปมองคนข้างหลัง แต่สายตาจดจ้องอยู่ที่ผืนดินเบื้องหน้า—ผืนดินที่ควรจะเป็นสีขาวโพลนจากหิมะที่ตกหนักมาตลอดสามวัน ทว่าตอนนี้ กลับมีสีสันฉูดฉาดของกลีบดอกกุหลาบสีเพลิงกำลังชูช่อไสว สั่นไหวล้อเลียนความหนาวเหน็บอย่างผิดธรรมชาติ
เซนเดอร์ไม่ตอบ แต่เขาก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ในเสื้อคลุมสีเข้มปกคลุมด้วยไอเย็นจางๆ นิ้วเรียวยาวของเขาสัมผัสที่กลีบดอกกุหลาบนั้นเบาๆ ทันทีที่สัมผัส ดอกไม้สีสดก็สั่นระริกราวกับตอบรับกระแสพลังเวทที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเขา ก่อนจะเริ่มเปล่งแสงเรืองรองสีทองอ่อนออกมาในความมืดสลัวของฤดูหนาว
“ไม่ใช่แค่เรื่องที่มันบานผิดฤดูกาล... แต่มันกำลังดึงดูด ‘บางอย่าง’ เข้ามา” เซนเดอร์พึมพำ น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
เอลิน่ากำชายกระโปรงแน่น พลางมองไปยังแนวป่าทึบเบื้องหน้า เธอรับรู้ได้ถึงจิตสัมผัสของพืชพรรณที่กรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก กุหลาบเวทมนตร์ของเธอไม่ใช่แค่ดอกไม้ประดับสวน แต่มันเหมือนเสาอากาศที่กระจายพลังงานชีวิตออกไปไกลเกินกว่าที่เธอคาดคิด ในดินแดนที่ความตายและฤดูหนาวปกคลุม ความมีชีวิตชีวาที่ล้นเกินนี้ถือเป็นภัยคุกคามชั้นดี
“ข้าเพียงแค่... อยากให้สวนนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง ในยามที่ทุกคนต้องหลบอยู่ในบ้าน” เธอสารภาพเบาๆ ก้มหน้าลงต่ำ “ข้าไม่คิดว่าพลังของข้ามันจะรุนแรงถึงขนาดทำให้กฎของธรรมชาติบิดเบี้ยวได้ขนาดนี้”
เซนเดอร์หันกลับมามองเธอ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่เคยถูกขนานนามว่าเป็นนางร้ายผู้โหดเหี้ยม แต่ในยามนี้ มีเพียงความหวาดหวั่นและความอ่อนโยนที่เปราะบาง “เจ้าไม่ได้ทำผิดที่อยากเห็นความงดงาม เอลิน่า แต่เจ้าลืมไปหรือว่า... ในโลกนี้ สิ่งที่งดงามเกินไป มักเป็นที่จับตามองของพวกที่ต้องการครอบครองเสมอ”
เขายังพูดไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าหลายตัวก็ดังแทรกผ่านเสียงพายุหิมะเข้ามา ความเงียบสงัดของหมู่บ้านเวทมนตร์ถูกทำลายลงด้วยขบวนรถม้าที่ประดับด้วยตราสัญลักษณ์ของ ‘หน่วยตรวจสอบเวทมนตร์หลวง’ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ใครต่างก็หวาดเกรงที่สุดในอาณาจักร
เอลิน่าหน้าถอดสี เธอจำตรานั้นได้ดี มันคือหน่วยงานที่เคยส่งตัวเธอไปรับโทษทัณฑ์ในชาติก่อน การที่พวกเขามาปรากฏตัวที่กระท่อมชายป่าแห่งนี้ในเวลาแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
“พวกเขามารออยู่แล้วสินะ” เซนเดอร์กระซิบพลางกระชับมือที่ถือไม้เท้าเวทมนตร์แน่น
“ท่านหมายความว่าอย่างไรคะ?” เธอเงยหน้ามองเขาด้วยความสับสน
เซนเดอร์ไม่ตอบ แต่เขากลับก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ สายตาจ้องเขม็งไปยังทางเข้าสวนที่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยไอเวทสีทองจากกุหลาบที่บานสะพรั่งผิดธรรมชาติ ประตูรั้วไม้เก่าๆ ของสวนถูกพังลงด้วยแรงกระแทกจากอัศวินในชุดเกราะสีเงินวาววับ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพียงแค่อัศวินเหล่านั้น แต่เป็นบุคคลที่เอลิน่าไม่อยากเจอที่สุดในชีวิตนี้
ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบขุนนางชั้นสูงก้าวลงจากรถม้า ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมไปด้วยความรักในความทรงจำของเธอ บัดนี้กลับเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาของเขาไม่ได้มองมาที่เซนเดอร์แม้แต่น้อย แต่จ้องมองมาที่เอลิน่าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและคำถามที่คาดคั้น
“เจอตัวแล้ว... ท่านหญิงเอลิน่า” เสียงทุ้มต่ำของเขาก้องกังวานท่ามกลางสวนกุหลาบเวทมนตร์ “ดูเหมือนว่าดอกไม้ในฤดูหนาวของเจ้า จะช่างยั่วยวนใจให้ข้าต้องเดินทางไกลมาตรวจสอบด้วยตัวเองเหลือเกินนะ”
เอลิน่าตัวแข็งทื่อ เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะเมื่อเห็น ‘เขา’ มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
ม่านหมอกโรแมนซ์ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาสุดระทึกของตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 8
ดอกไม้บานในฤดูหนาว
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!