"ท่านเซนเดอร์คะ รอยแยกบนกลีบกุหลาบสีมรกตนี่... ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแน่ๆ ค่ะ"
เอลิน่าเอ่ยเสียงแผ่ว นิ้วเรียวของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะลูบไล้ไปตามเส้นใยเวทมนตร์ที่บิดเบี้ยวบนกลีบดอกไม้หายาก เธอไม่ได้เงยหน้ามองบุรุษร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูโรงเรือนกระจก ดวงตาคู่สวยของเธอยังคงจดจ้องอยู่กับความผิดปกติที่เปรียบเสมือนรอยร้าวในความสงบสุขที่เธอเพิ่งพยายามสร้างขึ้น
เซนเดอร์ละสายตาจากทิวทัศน์ภายนอก—ป่าอาคมที่ดูเหมือนจะมีหมอกหนาผิดปกติในยามบ่าย—เขาก้าวเข้ามาใกล้เอลิน่า กลิ่นอายจางๆ ของไม้สนและตำราเก่าแก่ที่ติดตัวเขามาด้วยทำให้บรรยากาศรอบกายหญิงสาวตึงเครียดขึ้น
"มันคือร่องรอยของการค้นหาด้วยเวทชั้นสูง" เขาตอบพลางก้มลงมองกุหลาบดอกนั้น "ไม่ใช่เวทของป่านี้ แต่เป็นเวทของราชสำนัก... พวกเขาเริ่มตามหา 'ของหาย' ที่ไม่ใช่สมบัติของหลวงแล้วล่ะ"
เอลิน่าชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ ของดินชื้นรอบตัวไม่อาจปลอบประโลมหัวใจที่เต้นรัวได้อีกต่อไป เธอรู้ดีว่าคำว่า 'ของหาย' หมายถึงใคร อดีตหญิงสาวผู้หยิ่งผยองที่ทุกคนรู้จักในนามเอลิน่า ทายาทตระกูลขุนนางที่จู่ๆ ก็หายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์สังคมชั้นสูงทิ้งไว้เพียงความฉงนสงสัย
"พวกเขาทำไปเพื่ออะไรคะ?" เธอถามพลางหันไปสบตาเขา "ในเมื่อเอลิน่าคนเดิมตายไปตั้งแต่ใจของเธอแตกสลาย... ในเมื่อตอนนี้เหลือเพียงคนสวนที่พยายามจะรักษาความลับของตัวเองไว้เท่านั้น"
เซนเดอร์ไม่ได้ตอบในทันที เขาขยับเข้ามาใกล้จนเอลิน่าสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา เขายื่นมือหนามาจับมือของเธอที่ยังคงวางอยู่บนก้านกุหลาบหนามแหลม ผิวสัมผัสของเขาหยาบกร้านแต่ทว่ามั่นคงและอ่อนโยนอย่างประหลาด
"เพราะความผิดพลาดที่เธอไม่ได้ก่อยังคงต้องการแพะรับบาปเสมอ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นคลอนความรู้สึกของเธอ "คนในวังหลวงเริ่มซุบซิบกันว่าเธออาจจะกุมความลับบางอย่างที่ทำลายบัลลังก์ได้ และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาไม่ได้เพียงแค่ 'ตามหา' แต่พวกเขา 'ล่า' เพื่อกำจัด"
ภายในเรือนกระจกเงียบสงัด เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ภายนอกดังอื้ออึงราวกับสัญญาณเตือน เอลิน่ารับรู้ได้ถึงหยดน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอพยายามอย่างหนักที่จะหนีจากอดีตที่โสมม ทิ้งชุดราตรีราคาแพงและคำนินทาเหล่านั้นไว้เบื้องหลัง เพื่อมาแลกกับชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ แต่ดูเหมือนโลกใบนี้จะไม่ยอมให้เธอจากไปง่ายๆ
"ฉันแค่ต้องการมีชีวิตอยู่อย่างเงียบๆ" เธอพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง "ฉันแค่อยากให้กุหลาบของฉันบาน... ฉันขอมากไปหรือคะ เซนเดอร์?"
"การมีความสุขคือเรื่องที่ขัดต่อประสงค์ของโชคชะตาสำหรับบางคน" เซนเดอร์ตอบ พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาบนแก้มของเธอแผ่วเบา "แต่ตราบใดที่เธอยังอยู่ในเขตอาคมของข้า ไม่มีใครหน้าไหนเข้าใกล้ที่นี่ได้... เว้นแต่ว่าพวกมันจะใช้กุญแจที่เธอเองก็ไม่คาดคิด"
"กุญแจอะไรคะ?"
เซนเดอร์เงียบไปชั่วขณะ เขาสบตาเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอ่านออก ก่อนจะเบนความสนใจไปทางหน้าต่างโรงเรือนกระจกที่มองเห็นทุ่งหญ้าไกลสุดสายตา
"ทหารม้าหน่วยพิเศษของอาณาจักร... ดูเหมือนคนพวกนั้นจะเดินทางมาถึงเขตพงไพรเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้สามวัน"
เอลิน่าใจหายวูบ เธอรีบวิ่งไปที่หน้าต่างภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ท่ามกลางหมอกหนาที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามา ปรากฏเงาร่างของอัศวินในชุดเกราะสีเงินวาววับนับสิบชีวิตกำลังควบม้าฝ่าสายหมอกเข้ามาในเขตพงไพรอาคมอย่างไม่เกรงกลัวอันตราย บนยอดธงในมือของผู้นำขบวนมีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่เธอรู้จักดีที่สุด—ตราสัญลักษณ์แห่งตระกูลของเธอเอง
"เขามาที่นี่..." เอลิน่าครางชื่อบุคคลหนึ่งออกมาด้วยความหวาดหวั่น "พี่ชายของฉัน... เขามาตามหาศพน้องสาวที่ไม่เคยมีตัวตนคนนี้จริงๆ ด้วย"
เซนเดอร์เดินเข้ามาซ้อนหลังเธอ สัมผัสถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านจากร่างกายของหญิงสาว เขาวางมือลงบนไหล่เธออย่างปลอบโยน ทว่าสายตาของเขากลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความไม่พอใจ
"เอลิน่า ฟังข้า..." เซนเดอร์กระซิบชิดใบหู "เจ้าจะออกไปพบเขา หรือจะให้ข้าเป็นผู้จัดการกับ 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' เหล่านี้ด้วยวิธีของพ่อมด... วิธีที่อาจจะทำให้คนพวกนี้ลืมเลือนไปเลยว่าเหตุใดพวกเขาถึงเดินทางมาที่นี่"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าศึกก็หยุดลงที่หน้ากระท่อมของพวกเขา เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและไร้ซึ่งความเมตตาดังขึ้นขัดจังหวะทุกความคิด
"เปิดประตู!" เสียงทุ้มต่ำของบุรุษผู้คุ้นเคยตะโกนก้องผ่านบานไม้เก่าๆ "ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่ เอลิน่า... ออกมาให้ข้าเห็นหน้าเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะพังบ้านหลังนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง!"
เอลิน่ามองไปที่ประตูสลับกับใบหน้าของเซนเดอร์ เธอรู้ดีว่านี่คือจุดตัดสินใจสำคัญที่สุดในชีวิตใหม่ของเธอ หากเธอเปิดประตูไป เธออาจต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่หลบหนีมาตลอด แต่หากเธอเลือกที่จะปิดประตูและให้เซนเดอร์ลงมือ เธออาจจะต้องทำลายชีวิตของผู้คนที่เคยร่วมสายเลือดไปตลอดกาล
ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง เซนเดอร์รอคอยการตัดสินใจของเธอพร้อมกับร่ายเวทมนตร์ที่ปลายนิ้วเตรียมไว้
ทันใดนั้นเอง บานประตูไม้ก็สั่นสะเทือนอย่างแรงราวกับถูกกระแทกด้วยพลังเวทมหาศาลจากภายนอก กุหลาบเวทมนตร์ทุกดอกในเรือนกระจกต่างพากันร่วงโรยลงในพริบตาเดียวเมื่อความมืดมิดบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาจากช่องว่างระหว่างบานประตู
ม่านหมอกโรแมนซ์ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาสุดระทึกของตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 9
ข่าวลือจากวังหลวง
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!