เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 18

ศัตรูเก่าวนกลับมา

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
“ถ้าเจ้ายังไม่หยุดลากฝีเท้าให้เท่ากัน ข้าเกรงว่ากุหลาบพันธุ์ ‘น้ำค้างรัตติกาล’ ของเราคงได้เหี่ยวเฉาเพราะแรงโทสะของเจ้าก่อนจะทันได้บานแน่” เอลิน่าชะงักมือที่กำลังถือบัวรดน้ำไม้แกะสลัก เธอวางมันลงบนขอบถังไม้อย่างเบามือ ก่อนจะหันกลับไปมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงต้นโอ๊กโบราณอยู่ด้านหลัง เซนเดอร์ไม่ได้มองมาที่เธอ สายตาคมกริบของเขากำลังจับจ้องไปยังพุ่มไม้หนาทึบที่อยู่ถัดจากรั้วกั้นอาณาเขตเวทมนตร์ออกไปไม่กี่เมตร ใบหน้าเรียบเฉยนั้นดูเคร่งขรึมกว่าปกติ ราวกับเขากำลังฟังเสียงกระซิบจากผืนป่าที่ไม่มีใครได้ยิน “ท่านเซนเดอร์... มีอะไรผิดปกติหรือคะ?” เอลิน่าเอ่ยถาม เสียงของเธอนุ่มนวลทว่าแฝงความระแวดระวัง เธอกวาดสายตามองไปรอบสวน กลิ่นหอมจางๆ ของดินชื้นและดอกไม้ที่เธอเฝ้าฟูมฟักมาหลายเดือนยังคงให้ความรู้สึกปลอดภัย แต่วันนี้... มันมีกลิ่นอายที่แปลกปลอม กลิ่นสนิมเหล็กเจือจางในลม เซนเดอร์ขยับตัวเพียงเล็กน้อย มือที่สวมถุงมือหนังสีเข้มของเขาแตะลงบนลำต้นไม้เบาๆ ทันใดนั้น เถาวัลย์รอบบริเวณก็ขยับไหวราวกับมีชีวิต พวกมันไม่ได้โน้มเอียงเข้าหาเอลิน่าเหมือนเช่นทุกที แต่กลับพุ่งตัวไปปิดกั้นทางเดินเข้าสู่ใจกลางสวนอย่างรวดเร็ว “มีคนกำลังหิวโซอยู่ในป่า” เซนเดอร์พึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยอำนาจเวทมนตร์ “แต่ไม่ใช่ความหิวโหยของสัตว์ป่าทั่วไป มันเป็นความหิวโหยของสุนัขล่าเนื้อที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังนานเกินไป” เอลิน่ารู้สึกได้ถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านสันหลัง อดีตที่เธอพยายามทิ้งไว้เบื้องหลังมักจะตามมาหลอกหลอนด้วยวิธีที่คาดไม่ถึงเสมอ ภาพของงานเลี้ยงในพระราชวังหรูหรา ใบหน้าที่ฉาบด้วยหน้ากากของมิตรภาพ และคำพูดกรีดเฉือนที่เคยทำให้เธอเจ็บปวดไหลย้อนกลับมา เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจไม่ให้ตื่นตระหนก “พวกเขามาหาข้าใช่ไหมคะ?” เอลิน่าถามโดยไม่ต้องการคำตอบ เธอรู้ดีว่าในโลกที่เธอจากมา ไม่มีใครปล่อยให้ตัวหมากที่หายไปกลับมามีชีวิตอย่างสงบสุข เซนเดอร์หันมาสบตาเธอ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาดูอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที “เอลิน่า เจ้าเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่วันที่เจ้าเลือกจะรดน้ำให้กุหลาบแทนการแก่งแย่งชิงดีในเมืองหลวง เจ้าไม่ใช่หญิงสาวคนเดิมที่ข้าเคยพบในคราแรก” “แต่เงาของอดีตมันยาวกว่าที่ข้าคิดนะคะ” เธอตอบเบาๆ พลางก้มลงสัมผัสกลีบกุหลาบสีม่วงอ่อนที่เริ่มสั่นไหวตามสัญชาตญาณอันตรายของเธอ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับ เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากทางด้านชายป่าทึบ มันไม่ใช่เสียงเหยียบย่างของสัตว์ แต่เป็นเสียงฝีเท้าของคนที่พยายามย่องเงียบ ทว่ากลับหนักแน่นด้วยความมุ่งมั่น เซนเดอร์โบกมือเบาๆ ม่านหมอกเวทมนตร์สีจางก็ก่อตัวขึ้นปกคลุมบริเวณโดยรอบ เขาก้าวมาหยุดยืนอยู่ข้างเธอ ร่างสูงใหญ่ของเขากลายเป็นปราการที่แข็งแกร่งที่สุดในเวลานี้ “ข้าจะไม่ให้ใครหน้าไหนมาทำลายสวนของเจ้า” เซนเดอร์กระซิบ เสียงนั้นทุ้มลึกและจริงจังจนเอลิน่าเผลอพยักหน้าตอบรับ ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เสียงหนึ่งที่แหลมเล็กและเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งก็ดังแทรกผ่านม่านหมอกเข้ามา “ข้าว่าข้าได้กลิ่น ‘ดอกไม้เน่าๆ’ จากที่ไหนสักแห่ง... โอ๊ะ ไม่ใช่สิ กลิ่นของคนทรยศที่หนีมาเป็นชาวสวนต่างหากล่ะ เอลิน่า!” เอลิน่าตัวแข็งทื่อ ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีหรูหราที่บัดนี้เต็มไปด้วยคราบโคลนและรอยขาดวิ่นเดินก้าวออกมาจากแนวป่า ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง แววตาของศัตรูเก่าที่เอลิน่าไม่มีวันลืมเลือน มือของหญิงสาวผู้นั้นไม่ได้ถือพัดเหมือนยามอยู่ในวัง แต่กำลังกำกริชอาคมที่ส่องแสงสีม่วงคล้ำออกมา “เจ้าตามข้ามาถึงนี่เลยหรือ... เซเลน่า” เอลิน่าเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย เซเลน่าแสยะยิ้ม มุมปากที่เคยเคลือบลิปสติกสีสดบัดนี้แห้งกรังจนเห็นรอยแตก “ตามหาหรือ? เปล่าเลย... ข้าแค่ได้รับมอบหมายให้มา ‘กำจัดเศษขยะ’ ที่บังอาจทำให้ตระกูลต้องอับอาย ใครจะไปคิดว่านางร้ายที่ใครๆ ก็ว่าตายไปแล้ว จะมาขุดดินปลูกกุหลาบอยู่ในป่าบ้านนอกแบบนี้!” เซเลน่ายกมือขึ้น ทันใดนั้นพุ่มไม้รอบตัวเซนเดอร์และเอลิน่าก็เริ่มถูกไฟสีเขียวเผาไหม้ กลิ่นไหม้ของต้นไม้เวทมนตร์ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เอลิน่าพุ่งตัวไปที่พุ่มกุหลาบของเธออย่างลืมตาย เธอไม่ได้กลัวความตายของตัวเอง แต่เธอทนไม่ได้ที่เห็นสิ่งที่เธอรักต้องถูกทำลาย เซนเดอร์ขยับจะร่ายเวทป้องกัน แต่เขากลับชะงักไปเมื่อเห็นสิ่งที่เซเลน่าดึงออกมาจากกระเป๋าคาดเอว นั่นคือผลึกแก้วที่ผนึก ‘ละอองเกสรแห่งความตาย’ ซึ่งเป็นพืชพรรณต้องห้ามที่เอลิน่าเคยทำลายทิ้งไปตั้งแต่วันแรกที่เธอตัดสินใจเริ่มชีวิตใหม่ ถ้าผลึกนี้แตกออก สวนทั้งสวนของเธอ... และพื้นที่ป่ารอบข้างจะถูกกัดกินจนไม่เหลือแม้แต่ธุลี “วางมันลงซะ เซเลน่า” เสียงของเอลิน่าสั่นเทา ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยแรงโทสะที่พุ่งพล่านในอก เธอไม่ได้อ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตที่ดูสว่างวาบผิดปกติราวกับถูกพลังบางอย่างกระตุ้น เซเลน่าหัวเราะร่า “กลัวงั้นหรือ? ถ้าอยากให้สวนนี่รอด ก็ก้มลงกราบเท้าข้า แล้วเดินกลับไปกับข้าที่เมืองหลวงซะเอลิน่า!” ในวินาทีที่เซเลน่ากำลังจะง้างมือขว้างผลึกแก้วนั้นลงพื้น เอลิน่าก็ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เธอไม่ได้ก้มลงกราบตามคำสั่ง แต่เธอกลับเดินตรงเข้าไปหาเซเลน่าอย่างไม่เกรงกลัว ท่ามกลางเปลวไฟสีเขียวที่ล้อมรอบตัวเธอ เซนเดอร์เบิกตากว้าง เขารู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่กำลังไหลเวียนอยู่ในตัวเอลิน่า พลังที่เธอพยายามกดทับเอาไว้มาโดยตลอด “เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังทำลายสวนของข้าอยู่หรือ?” เอลิน่าเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วบริเวณ “เจ้าคิดผิดแล้ว... ที่นี่คือบ้านของข้า และทุกต้นไม้ที่นี่... ฟังคำสั่งของข้าเพียงผู้เดียว” ทันใดนั้น รากไม้ขนาดมหึมาพุ่งขึ้นมาจากใต้เท้าของเซเลน่าพันธนาการนางเอาไว้แน่นจนกริชในมือร่วงหล่นลงสู่พื้น พร้อมๆ กับเสียงตะโกนด้วยความตกใจของหญิงสาวผู้บุกรุก ทว่า ในขณะที่เอลิน่ากำลังจะก้าวเข้าไปเก็บผลึกแก้วนั้น กลับมีมือปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทโผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลังของเซเลน่า แล้วคว้าผลึกแก้วนั้นไปได้ก่อนที่เธอจะเอื้อมถึง พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบจนเอลิน่าต้องชะงักฝีเท้า “ขอบคุณที่ช่วย ‘ปลุก’ พลังของนางขึ้นมานะ เอลิน่า... ข้าตามหามานานเหลือเกิน ว่าใครกันที่ทำให้ดอกไม้ที่เน่าเฟะพวกนี้กลับมาเบ่งบานได้อีกครั้ง” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความระทึกใจและร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของเอลิน่าในบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ม่านหมอกโรแมนซ์
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%