เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 30

แผนการชั่วร้าย

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
"คุณกำลังบอกว่า... ความผิดพลาดในอดีตของฉัน ยังตามมาหลอกหลอนถึงในสวนที่แสนสงบแห่งนี้อย่างนั้นหรือคะ?" เอลิน่าเอ่ยถามขณะที่นิ้วเรียวบางยังคงแตะค้างอยู่บนกลีบกุหลาบสีเพลิงที่เพิ่งบานสะพรั่ง เธอไม่ได้หันไปมองเซนเดอร์ แม้ในใจจะเต้นระรัวจนแทบจะกลบเสียงลมหายใจของตัวเอง เธอสัมผัสได้ถึงไอเวทมนตร์ที่ผิดปกติจากดอกกุหลาบ—มันสั่นไหวราวกับหวาดกลัวบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เซนเดอร์ลดจดหมายในมือลง แววตาคมกริบของพ่อมดหนุ่มฉายแววหม่นแสง เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอในระยะที่ใกล้พอจะสัมผัสได้ถึงความร้อนจากแผ่นหลัง "ตราประทับนี้ไม่ได้มาจากสภาเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันมาจาก 'ภาคีเงาทมิฬ' เอลิน่า พวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องอดีตของคุณหรอก... สิ่งที่พวกเขาสนใจ คือพลังงานมหาศาลที่กักเก็บอยู่ในหัวใจของสวนแห่งนี้ต่างหาก" เขายื่นจดหมายแผ่นนั้นให้เธอ กระดาษเนื้อหยาบมีกลิ่นอายของซากศพจางๆ กลิ่นที่ทำให้เอลิน่าขมวดคิ้วมุ่น ความทรงจำเมื่อสามปีก่อน—วันที่เธอถูกเนรเทศด้วยข้อหาป้ายสีว่าใช้เวทมนตร์มืดทำลายพืชพรรณในวังหลวง—ย้อนกลับมาเหมือนฉากละครที่ฉายซ้ำ มันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นแผนการวางรากฐานเพื่อบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ "พวกเขารู้ได้อย่างไรคะว่าฉันอยู่ที่นี่?" เอลิน่าหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีมรกตของเธอสั่นไหวด้วยความกังวล "เซนเดอร์... สวนนี้คือทุกอย่างของฉัน หากพวกเขามาที่นี่..." "พวกเขาจะทำลายความเงียบงันที่คุณเฝ้าถนอม" เซนเดอร์ขัดขึ้น น้ำเสียงเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจ "ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องกุหลาบของคุณ แม้แต่ปลายกลีบ... แต่เราต้องเผชิญหน้ากับความจริง เอลิน่า ภายในจดหมายฉบับนี้มีการระบุวันและเวลาที่จะเข้ามา 'ตรวจสอบ' สวนแห่งนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งนั่นเป็นเพียงข้ออ้างของการยึดครอง" เอลิน่ารับจดหมายมาอ่าน สายตาไล่ไปตามตัวอักษรที่สั่นระริกด้วยอาคมข่มขวัญ หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นชื่อผู้ลงนาม... *ดยุกเอ็ดเวิร์ด* ชายผู้เป็นหัวหน้าภาคีที่เคยกล่าวหาว่าเธอเป็นภัยต่อราชอาณาจักร ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่ในความเคร่งเครียด บรรยากาศรอบสวนที่เคยอ่อนโยนกลับแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัด กิ่งก้านของเถาวัลย์รอบๆ เริ่มขยับไหวผิดธรรมชาติ กุหลาบขาวที่เคยส่งกลิ่นหอมอบอวลกลับส่งกลิ่นคาวเลือดจางๆ ออกมา นี่ไม่ใช่สัญญาณปกติ แต่มันคือคำเตือนจากพืชพรรณที่รับรู้ถึง 'ผู้บุกรุก' "พวกเขาไม่ได้มาแค่ในจดหมาย" เอลิน่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นพร่า พลางทรุดเข่าลงแตะผืนดิน "สวนกำลังบอกฉันว่า... มีคนวางอาคมดักไว้ที่เขตป่าชั้นนอกแล้ว พวกเขากำลังบีบพื้นที่เข้ามาจากทุกทิศทาง" เซนเดอร์ชักไม้กายสิทธิ์ประจำตัวออกมาจากแขนเสื้อ แสงสีน้ำเงินจางๆ วาบขึ้นรอบตัวเขา เขาหันไปมองทางทิศตะวันออกที่บัดนี้ท้องฟ้าเริ่มหม่นแสงลงราวกับถูกหมึกดำเข้าครอบงำ "ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่มีเวลาเหลือแล้ว เอลิน่า จงฟังผมให้ดี... พลังของคุณไม่ใช่แค่การปลูกกุหลาบ แต่มันคือการเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของผืนป่าแห่งนี้ หากพวกเขาต้องการยึดสวน พวกเขาต้องผ่านเราไปให้ได้" "แต่ว่า..." ยังไม่ทันที่เอลิน่าจะได้ทักท้วง เสียงระเบิดเบาๆ ก็ดังขึ้นจากทางทิศเหนือ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายสิบคนที่พุ่งทะลุผ่านม่านอาคมเข้ามา เซนเดอร์กระชากแขนเธอให้ลุกขึ้นยืน พลางผลักให้เธอไปอยู่ข้างหลังเขาขณะที่เขาสร้างเกราะป้องกันชั้นบางๆ ขึ้นมา ชายในชุดคลุมสีเทาเข้มห้าคนปรากฏตัวขึ้นกลางสวน พวกเขาไม่ได้พกอาวุธธรรมดา แต่ในมือถือคฑาที่ทำจากกระดูกสัตว์ป่าซึ่งเปื้อนไอหมอกสีดำ หัวหน้ากลุ่มก้าวออกมาข้างหน้า เผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งดูเย็นเยียบและน่าสะอิดสะเอียน "ในที่สุดก็พบตัวจนได้... อดีตเลดี้ผู้ถูกเนรเทศ" ชายชุดคลุมเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เจ้าชายดยุกฝากมาบอกว่า สวนแห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นสุสานแห่งใหม่ของท่านมากกว่าจะเป็นที่พำนักของหญิงผู้ทรยศ" เอลิน่าจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่ไร้แววของพวกมัน เธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านมาจากผืนดินใต้เท้า ความกลัวในใจค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลเงียบเชียบ เธอขยับนิ้วเล็กน้อย... เวทมนตร์ที่เธอเฝ้าฟูมฟักมาตลอดสามปีเริ่มทำงานตอบสนองต่ออารมณ์ของเธอ ทันใดนั้น ผืนดินที่กลุ่มคนชุดคลุมยืนอยู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ดอกกุหลาบสีเพลิงที่เธอสัมผัสเมื่อครู่บานสะพรั่งขึ้นอย่างรวดเร็ว กิ่งก้านหนามแหลมคมพุ่งทะลุขึ้นมาจากผืนดินเหมือนอสรพิษ ล้อมกรอบพวกมันไว้ภายในเพียงชั่วพริบตา "ถ้าอยากได้สวนแห่งนี้เป็นสุสาน..." เอลิน่าเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนน่าขนลุก ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตเจิดจ้า "พวกคุณก็ต้องถามเจ้าของที่เสียก่อน... ว่าเขาอนุญาตให้พวกคุณฝังตัวเองลงไปหรือยัง" ทว่าก่อนที่หนามแหลมจะพุ่งเข้าจู่โจม เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากด้านหลังของกลุ่มคนชุดคลุม ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืดของพุ่มไม้ ลมพัดแรงจนผ้าคลุมเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เอลิน่าจำได้ดีที่สุดในชีวิต... ใบหน้าที่เธอหวังว่าจะไม่มีวันได้เห็นอีกตลอดกาล "ใจเย็นก่อนสิ เอลิน่า" ชายผู้นั้นยิ้มกว้าง แววตาคมกริบดุจมีดโกน "เธอยังไม่ทันได้ถามเลยไม่ใช่หรือ ว่าทำไมฉันถึงต้องเป็นคนมา 'รับตัว' เธอด้วยตัวเองในวันนี้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามการเติบโตและเรื่องราวของเอลิน่านะคะ ม่านหมอกโรแมนซ์จะพาคุณไปค้นพบความลับที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านี้ในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%