เศษกระเบื้องเคลือบสีขาวกระจายเกลื่อนพื้น ดินร่วนซุยที่เคยโอบอุ้มรากของกุหลาบเวทมนตร์ถูกย่ำยีด้วยรองเท้าบูทหนังหนาหนัก เสียงคมดาบที่เสียดสีกับฝักดังกรีดแก้วหู กลบเสียงถอนหายใจที่สั่นพร่าของเอลิน่าจนมิด
"เจ้าซ่อนตัวอยู่ในคราบของหญิงชาวสวนที่มือเปื้อนดินได้แนบเนียนเหลือเกินนะ เอลิน่า" ชายผู้มาเยือนเอ่ยขึ้น นัยน์ตาสีเทาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกจดจ้องใบหน้าที่ซีดเผือดของหญิงสาว "แววตาที่เคยฉาบไปด้วยความอิจฉาริษยาหายไปไหนเสียล่ะ? หรือว่าความตายที่เจ้าเคยได้รับไปเมื่อคราวก่อน มันล้างสมองเจ้าจนลืมไปหมดแล้วว่าเจ้าเป็นใคร"
เอลิน่าไม่ได้ถอยหนี แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองรบที่กำลังจะพังทลาย เธอค่อยๆ วางพลั่วในมือลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงโลหะกระทบไม้ดังก้องในความเงียบที่บีบคั้น เธอหันกลับไปสบตาคนตรงหน้าด้วยความสงบที่น่าประหลาดใจ
"อดีตที่ท่านกล่าวถึง... มันตายไปพร้อมกับผู้หญิงคนนั้นแล้วค่ะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ แม้ริมฝีปากจะสั่นระริก "ตอนนี้เหลือเพียงหญิงสาวที่รู้คุณค่าของผืนดินและการเติบโต หากท่านมาเพื่อทวงคืนความแค้นจาก 'เอลิน่าคนเดิม' ข้าเกรงว่าท่านคงมาผิดที่แล้ว เพราะคนคนนั้นไม่อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป"
"โกหก!" เขาสะบัดดาบชี้หน้าเธอ แรงกดดันมหาศาลทำให้ลำต้นกุหลาบข้างกายลู่ลงราวกับหวาดกลัวต่อจิตสังหาร
ทว่า ก่อนที่ปลายดาบจะเข้าใกล้ใบหน้าของเอลิน่า ไอหมอกสีครามเข้มก็ม้วนตัวเข้าปะทะกับใบมีดนั้นอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงปะทะดั่งสายฟ้าฟาด เซนเดอร์ก้าวออกมาจากเงามืดของเรือนกระจก ร่างสูงใหญ่ของพ่อมดหนุ่มยืนขวางกั้นระหว่างคนทั้งสองไว้ราวกับกำแพงเหล็กกล้า ดวงตาของเขาไม่ได้ฉายแววโกรธเคือง แต่มันคือความเรียบเฉยที่น่าสะพรึงกลัวกว่าสิ่งใด
"เจ้าทำลายกระถางของข้าไปสามใบ" เซนเดอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยอันตราย เขาไม่ได้มองไปที่ชายแปลกหน้า แต่สายตาเขากลับจดจ้องไปยังเศษดินที่กระจัดกระจาย "และที่สำคัญที่สุด... เจ้ากำลังทำลายความสงบในสวนของข้า"
"ท่านพ่อมด... ท่านปกป้องสตรีร้ายกาจผู้นี้งั้นหรือ? ท่านรู้หรือไม่ว่าภายใต้ใบหน้าที่ดูไร้เดียงสานี้คืออสรพิษที่เคยทำลายชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน!"
เซนเดอร์เลิกคิ้วเล็กน้อย เขาหันกลับมามองเอลิน่าที่ยืนกำชายกระโปรงแน่นอยู่ด้านหลัง สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความอ่อนโยนเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูอีกครั้ง
"ข้าไม่สนใจว่าเธอเคยเป็นใคร" เซนเดอร์กล่าวพลางแบมือออก ไอเวทมนตร์สีครามสว่างวาบขึ้นรอบฝ่ามือ "ข้ารู้แค่ว่าเธอคือคนเดียวที่เข้าใจภาษาของดอกไม้ที่ข้าปลูก เธอคือนางฟ้าที่เยียวยาแผลเป็นในใจของพงไพรด้วยน้ำมือของเธอเอง สำหรับข้า... อดีตของเธอไม่มีค่าพอที่จะมาตัดสินคุณค่าในปัจจุบันที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้หรอก"
คำพูดนั้นราวกับค้อนหนักที่ทุบลงกลางใจของเอลิน่า น้ำตาที่เธอพยายามกักเก็บรื้นขึ้นมาคลอเบ้า มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความรู้สึกตื้นตันที่โถมเข้าใส่จนจุกในลำคอ นี่คือครั้งแรกที่มีคนมองเห็น 'เนื้อแท้' ของเธอจริงๆ ไม่ใช่ภาพจำของนางร้ายในนิยายที่เธอเคยเป็น
ชายแปลกหน้าแค่นหัวเราะ "ถ้างั้นก็จงจมปลักอยู่กับคนบาปไปเถอะ!"
เขาเก็บดาบและหันหลังกลับ ก่อนจะหายไปในเงามืดของพงไพรทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น เอลิน่าทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหมดแรง มือเรียวบางพยายามเก็บเศษกระถางที่แตกหักด้วยความสั่นเทา
เซนเดอร์เดินเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้ปลอบประโลมด้วยคำหวาน แต่เขากลับนั่งลงบนพื้นดินข้างๆ เธอ มือที่ดูหยาบกร้านจากการทำงานหนักของเขาเอื้อมมาจับมือที่สั่นเทาของเธอไว้
"ไม่ต้องเก็บมันแล้ว" เขาเอ่ยเบาๆ ก่อนจะเสกเวทมนตร์สีเขียวเรืองรองให้เศษกระถางเหล่านั้นค่อยๆ เชื่อมประสานกันใหม่ด้วยเถาวัลย์เล็กๆ ที่งอกออกมา "เอลิน่า... ความผิดพลาดในอดีตเปรียบเสมือนรอยร้าวบนกระถาง แต่มันไม่ได้ทำให้ดอกไม้ข้างในหยุดเติบโตหรอกนะ"
เอลิน่าเงยหน้าขึ้นมองพ่อมดหนุ่ม แววตาของเขาที่สะท้อนเงาของเธออยู่ ณ ขณะนี้ มันช่างใสซื่อและจริงใจจนเธอไม่อาจหลบสายตาได้
"ท่านไม่กลัวหรือคะ? หากวันหนึ่งอดีตของข้ามันร้ายแรงกว่าที่ท่านคิด..."
เซนเดอร์โน้มตัวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนใบหน้าของเธอ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากอย่างแผ่วเบา "ข้าเป็นพ่อมดที่อยู่กับความมืดและสิ่งลี้ลับมาทั้งชีวิต เอลิน่า... ข้ารู้จักความดาร์กในใจคนดีกว่าใคร และข้าขอยืนยันว่า ตัวตนที่เธอเป็นอยู่ตอนนี้ คือสิ่งที่งดงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเจอมา"
บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง ความตึงเครียดจางหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ห่อหุ้มหัวใจ ทว่าความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีเสียงนกฮูกสีหิมะบินโฉบลงมาเกาะที่ไหล่ของเซนเดอร์ มันคาบจดหมายตราประทับสีแดงฉานที่ดูคุ้นตา... มันคือตราสัญลักษณ์จากวังหลวงที่เอลิน่าจดจำได้ดีไม่มีวันลืม
เซนเดอร์หยิบจดหมายขึ้นมาแกะอ่าน สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความเคร่งขรึมในทันที เขาหันมามองเอลิน่าด้วยสายตาที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
"เอลิน่า... ดูเหมือนอดีตที่เธอพยายามหนี จะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างที่คิดแล้ว" เขาพูดพลางยื่นจดหมายฉบับนั้นให้เธอ "ราชาประกาศเรียกตัวเธอเข้าวัง... ในฐานะ 'ผู้กุมความลับของดอกไม้สีเลือด' ที่สูญหายไปเมื่อสิบปีก่อน"
ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเอลิน่าและเซนเดอร์ในตอนนี้ด้วยกันนะคะ
เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 22
ยอมรับในสิ่งที่เธอเป็น
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!