เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 48

ถอยกลับเพื่อตั้งหลัก

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
ปลายปากกาขนนกในมือของเซนเดอร์หยุดนิ่งสนิท น้ำหมึกสีเข้มหยดหนึ่งซึมลงบนกระดาษหนังแกะจนเป็นวงกว้าง กลบข้อความพยากรณ์ที่เขาเพิ่งเขียนไปเสียมิดชิด ความเงียบงันภายในห้องทำงานหินแกรนิตหนาทึบชวนให้อึดอัดเสียจนเสียงถอนหายใจเบาๆ ของเอลิน่าดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงฝนโปรยปรายนอกหน้าต่าง "เราถอยไม่ได้ไกลกว่านี้อีกแล้วค่ะ ท่านเซนเดอร์" เอลิน่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวไว้อย่างเต็มเปี่ยม ร่างระหงในชุดกระโปรงผ้าลินินสีครีมกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ นางไม่ได้มองหน้าเขา แต่มุ่งความสนใจไปที่แผนที่อาณาจักรเวทมนตร์ที่กางแผ่หลาอยู่เบื้องหน้า บนแผนที่นั้นมีหมุดไม้แกะสลักปักระบุตำแหน่งของกองกำลังสภาเวทมนตร์ที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เขตแดนพงไพรเข้ามาทุกที เซนเดอร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงเวทมนตร์ที่วับแวม เขาขยับตัวเล็กน้อย แผ่นหลังกว้างพิงพนักเก้าอี้ไม้โอлдโบราณ "การถอยไม่ใช่ความพ่ายแพ้ เอลิน่า" พ่อมดหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบ ราวกับต้องการสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน "แต่คือการรักษาลมหายใจและผืนดินที่เราต่างพยายามฟื้นฟูมันขึ้นมา... คุณก็รู้ว่าหอคอยแห่งนี้ไม่มีทางต้านทานกองกำลังผสมของสภาเวทมนตร์ได้นานนัก หากพวกมันใช้ 'เพลิงพิฆาตวิญญาณ' กุหลาบเวทมนตร์กลายพันธุ์ทั้งหมดที่คุณเพิ่งปลูกไว้ก็จะมอดไหม้ในพริบตา" เอลิน่าเม้มริมฝีปากแน่น นางจำภาพในอดีตชาติได้ดี ภาพที่นางต้องจบชีวิตลงอย่างไร้ค่าในคุกใต้ดินอันมืดมิด ทว่าในชาตินี้ นางไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว ข้างกายนางมีผู้ชายคนนี้... พ่อมดผู้เย็นชาภายนอกแต่กลับอ่อนโยนกับต้นไม้ทุกต้นที่นางสัมผัส นางยื่นมือเรียวบางออกไป วางทับลงบนแผนที่จุดที่แสดงถึงหุบเขากุหลาบเร้นลับ ปลายเล็บเรียวสั่นน้อยๆ แต่ไม่อาจหลบซ่อนความมุ่งมั่นในแววตาได้ "ถ้าเราถอยเข้าสู่เขตป่าลึกชั้นใน... ที่ซึ่งพลังเวทมนตร์ธรรมชาติหนาแน่นที่สุด พลังของท่านจะเพิ่มเป็นเท่าตัว และกุหลาบเหล่านั้นจะช่วยเราสร้างแนวป้องกันที่มีชีวิต" เอลิน่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "เราไม่ได้ถอยเพื่อยอมจำนนค่ะท่านเซนเดอร์ เราถอยเพื่อตั้งหลัก และลากพวกมันเข้ามาสู่สนามรบที่เราควบคุมกฎเกณฑ์ได้ทั้งหมดต่างหาก" เซนเดอร์มองลึกลงไปในดวงตาสีมรกตคู่นั้น ดวงตาที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและร่องรอยของความชั่วร้ายในคำทำนาย ตอนนี้มันกลับเปล่งประกายด้วยความเด็ดเดี่ยวและสติปัญญาที่เฉียบคม หัวใจของพ่อมดหนุ่มกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ภายใต้หน้าที่และกฎเกณฑ์ของหอคอย ค่อยๆ ก่อตัวและแผ่ขยายออกราวกับรากไม้ที่ได้รับน้ำฝน เขายื่นมือหนาออกมาอย่างช้าๆ ฝ่ามือที่หยาบกร้านจากการปรุงยาและสัมผัสดิน วางทับลงบนหลังมือของนางที่วางอยู่บนแผนที่ สัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคง จนเอลิน่าเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "คุณชักจะกล้าหาญเกินไปแล้วนะ เอลิน่า" เสียงทุ้มเจือรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง "แต่... เป็นความคิดที่ไม่เลวเลย" เซนเดอร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายของเขาสูงใหญ่จนทำให้ห้องทำงานดูกว้างแคบลงไปถนัดตา เขาดึงแผนที่แผ่นนั้นม้วนเก็บอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบกุญแจทองเหลืองโบราณที่ห้อยอยู่กับสร้อยคอขึ้นมาไขลิ้นชักลับใต้โต๊ะ "ถ้าเราจะย้ายฐานไปยังเขตป่าลึกชั้นใน เราต้องขนย้าย 'หัวใจพฤกษา' ไปด้วย" เซนเดอร์กล่าวพลางหยิบคริสตัลใสรูปร่างประหลาดที่เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนออกมาจากลิ้นชัก "และนั่นหมายความว่าคุณจะต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีในการเชื่อมโยงจิตวิญญาณกับรากไม้โบราณตลอดการเดินทาง มันอันตรายมากนะ เอลิน่า หากจิตใจของคุณหลุดลอยไปกับกระแสเวทมนตร์ป่า คุณอาจจะ...สูญเสียตัวตนไปตลอดกาล" เอลิน่ารับคริสตัลนั้นมาถือไว้ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความเย็นเยียบแต่ทรงพลังก็ไหลทะลักเข้าสู่กระแสเลือด นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสมดุลพลังเวทในร่างกาย ก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มบางๆ ให้เขา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจอย่างเต็มเปี่ยม "ฉันไม่ได้สูญเสียตัวตนไปตั้งแต่ตอนที่ท่านยอมให้ฉันเข้ามาในสวนกุหลาบนั้นแล้วค่ะ" นางกระซิบเบาๆ "เรามาเริ่มวางแผนขั้นเด็ดขาดกันเถอะค่ะ" ตลอดสองชั่วโมงถัดมา แสงตะเกียงในห้องทำงานยังคงสว่างไสว ทั้งสองคนระดมความคิดและร่างแผนการอย่างรอบคอบ เอลิน่าใช้ความรู้เรื่องพฤกษศาสตร์เวทมนตร์ในการวางกับดักธรรมชาติ ขณะที่เซนเดอร์ใช้ความเชี่ยวชาญด้านอาคมโบราณในการสร้างกำแพงลวงตาเพื่อปกปิดร่องรอยการเคลื่อนย้าย ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด ทว่าสอดประสานกันอย่างลงตัวราวกับว่าพวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันมาเนิ่นนาน จนกระทั่ง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นอย่างกะทันหันที่ระเบียงทางเดินด้านนอก *กึก! กึก! กึก!* เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินแกรนิตไม่ได้มาจากทหารของสภาเวทมนตร์ เพราะเกราะของพวกมันส่งเสียงโลหะกระทบกัน แต่อันนี้... เป็นเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอย่างไร้ที่ติ เสียงฝีเท้าของคนที่ควรจะอยู่ห่างออกไปนับร้อยโยชน์ และไม่มีทางล่วงรู้ทางลับเข้าสู่หอคอยแห่งนี้ได้ เซนเดอร์ชักไม้เท้าเวทมนตร์ออกจากข้างเอวในเสี้ยววินาที ดวงตาสีเทาเข้มหรี่ลงด้วยความระแวงขีดสุด เขาขยับตัวยืนบังเอิญหน้าเอลิน่าไว้โดยสัญชาตญาณ ประตูกระจกสีstained glass ของห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ลมหนาวพัดโหมกระหน่ำเข้ามาจนเปลวไฟในตะเกียงเกือบดับวูบ ร่างสูงโปรสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทของนักบวชมารก้าวเข้ามา รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่เอลิน่าจำได้แม่นยำแม้ในยามหลับใหล "ไม่ต้องเหนื่อยหาทางหนีหรอกนะ... น้องรักของฉัน" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังเอลิน่า "เธอกำลังจะไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น... กลับบ้านเราเถอะ เอลิน่า" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ ม่านหมอกโรแมนซ์
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%