กลิ่นอายดินชื้นหลังฝนตกอบอวลปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของกุหลาบสีครามสายพันธุ์ "เฌอรีน" ที่เอลิน่าเพิ่งบรรจงตัดแต่งกิ่งไปเมื่อครู่ ทว่าบรรยากาศในเรือนกระจกยามนี้กลับไม่ได้สงบอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งกำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ ประตูไม้สักแกะสลักถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ เผยให้เห็นเงาร่างคุ้นตาที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
"เจ้ายังคงหมกมุ่นอยู่กับพวกดอกไม้งี่เง่าพวกนี้สินะ... เอลิน่า"
น้ำเสียงนั้น... น้ำเสียงที่เธอเคยคุ้นเคยยิ่งกว่าเสียงลมหายใจของตนเองในชาติภพก่อน ร่างของหญิงสาวชะงัก กรรไกรตัดแต่งกิ่งในมือร่วงหล่นกระทบพื้นหินชนวนเสียงดัง *กริ๊ง* สะท้อนก้องความเงียบ เอลิน่าค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาผู้มาเยือน หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสม The complex mix of betrayal and bitter realization
ฟลอเรียน... อดีตคู่หมั้นผู้เคยประกาศกร้าวว่ารังเกียจเธอนักหนา และเป็นคนที่เธอคิดว่าไม่มีทางสาวมาถึงตัวได้ง่ายๆ ชายหนุ่มในชุดคลุมกำมะหยี่สีเข้ม เขายังคงรูปงามราวกับภาพวาด ทว่ารอยยิ้มมุมปากเวลานี้กลับอาบเคลือบด้วยพิษร้าย
"ไม่คิดเลยว่าคนอย่างท่าน จะลดตัวมาเหยียบเรือนกระจกเล็กๆ ของคนตกอับเช่นข้าค่ะ" เอลิน่าเอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมมือที่สั่นเทาไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมา เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นไอเวทมนตร์จางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวของฟลอเรียนทำให้เธอมั่นใจในทันที—ไอเวทมนตร์ชนิดเดียวกับที่เคยแอบลอบวางยาแปลงกุหลาบวิเศษของเซนเดอร์เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
ฟLOREN กวาดสายตามองไปรอบเรือนกระจกด้วยแววตาสสมเพชเวทนา "ตกอับงั้นหรือ? เจ้าช่างสำอางเกินไปเสียมากกว่า เอลิน่า เจ้าหนีความอับอายจากเมืองหลวงมาซุกหัวนอนอยู่ในชายป่าทึบกับไอ้พ่อมดไร้นามคนนั้น นึกว่าข้าจะตามหาเจ้าไม่เจอหรือไง"
"ท่านคือคนเบื้องหลังทั้งหมด..." มันไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่คือประโยคบอกเล่าที่เอลิน่ากลั่นกรองมาจากหลักฐานทั้งหมดที่เธอและเซนเดอร์ช่วยกันแกะรอยมาตลอด "การลอบวางยาพิษรากแก้วของพฤกษาเวทมนตร์ การส่งคนมาปั่นป่วนอาณาเขตพงไพร... ทั้งหมดเป็นฝีมือของท่าน เพื่อต้องการทำลายชื่อเสียงของเซนเดอร์ และบีบให้ข้าไม่มีที่ยืน"
ฟลอเรียนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "ฉลาดขึ้นนี่... หรือเพราะได้นอนตักไอ้พ่อมดป่าเถื่อนนั่นทุกคืน จนสมองที่เคยโง่เขลาได้รับการเปิด The eyes? น่าสมเพชจริงนะ เอลิน่า เจ้าคิดว่าผู้ชายคนนั้นรักเจ้าจริงหรือ? เขาแค่มองเจ้าเป็นแค่คนสวนชั้นต่ำ เป็นแค่เครื่องมือใช้ประดับเรือนกระจกของเขาเท่านั้นแหละ!"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก แต่เอลิน่ากลับไม่รู้สึกสะทกสะท้าวอย่างที่ฟลอเรียนคาดหวัง เธอกลับยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและเยือกเย็น ซึ่งทำให้อีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ
"ท่านเข้าใจผิดแล้วค่ะ... ฟลอเรียน" เอลิน่าก้าวเท้าเข้าไปหาชายหนุ่มช้าๆ ทว่ามั่นคง แววตาของเธอฉายประกายความเด็ดเดี่ยว "เซนเดอร์ไม่เคยเห็นข้าเป็นเครื่องมือ เขาให้เกียรติข้า รับฟังข้า และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่ได้มีความคิดสกปรกโสมmเหมือนคนที่ใช้เล่ห์กลตลบตะแลงเพื่อแย่งชิงอำนาจอย่างท่าน"
"ปากกล้าขึ้นนี่นา!" ฟลอเรียนก้าวประชิดตัวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนาเอื้อมหมายจะบีบปลายคางเรียวของหญิงสาวเพื่อสั่งสอน ทว่า...
*ฟรึบ!*
เถาวัลย์หนามกุหลาบสีเขียวเข้มพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็วราวกับอสรพิษ มันพันธนาการข้อเท้าของฟลอเรียนเอาไว้แน่นจนขยับไม่ได้ แรงดึงมหาศาลทำให้ชายหนุ่มเซถลำเกือบล้มลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"นี่มัน... เวทมนตร์อะไรกัน!" ฟลอเรียนตะคอกเสียงดัง พยายามใช้เวทมนตร์ของตนเองตัดทำลายเถาวัลย์ แต่ยิ่งดิ้น หนามแหลมคมก็ยิ่งบาดลึกเข้าไปในเนื้อผ้าและผิวหนังจนมีคราบเลือดซึมออกมา
เอลิน่ามองดูภาพนั้นด้วยสายตาราบเรียบ เธอยกมือขึ้นสัมผัสกลีบกุหลาบครามเบาๆ ในขณะที่พฤกษาทั่วทั้งเรือนกระจกต่างส่งเสียงกระซิบกระซาบตอบรับคำสั่งของเธอ "ท่านคิดว่าข้าใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางดอกไม้เหล่านี้มานับแรมเดือน โดยไม่เรียนรู้อะไรเลยหรือคะ? พฤกษาเหล่านี้ไม่ได้มีไว้แค่ความสวยงาม... แต่พวกมันปกป้องคนที่ข้ารัก และลงโทษผู้ที่มารุกราน"
ฟลอเรียนกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจและอับอาย เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองเอลิน่าด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย "เจ้าคิดว่าจะขังข้าไว้ได้หรือ? อีกไม่นาน... คนของข้าก็จะบุกเข้ามาที่นี่ แล้วพวกแกทุกคนจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่!"
"คนของท่านหรือคะ?" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นจากทางประตูกระจก น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก แต่กลับสร้างความอบอุ่นใจให้เอลิน่าได้อย่างประหลาด
เซนเดอร์ก้าวเข้ามาในเรือนกระจก ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองฟลอเรียนด้วยสายตาราวกับกำลังมองเศษฝุ่นที่ไร้ค่า ในมือหนาของเขาถือลูกแก้วเวทมนตร์ที่กำลังเปล่งแสงสีม่วงเรืองรอง และภายในลูกแก้วนั้น... มีภาพของกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคนที่ถูกพันธนาการด้วยรากไม้มนตร์นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ภายนอกเขตอาณา
ฟลอเรียนหน้าซีดเผือดลงทันที เมื่อตระหนักได้ว่าแผนการทั้งหมดของตนถูกซ้อนแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว
"เจ้า... แกทำอะไรกับลูกน้องของข้า!" ฟลอเรียนคำราม
เซนเดอร์เดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเอลิน่า มือใหญ่เอื้อมมาโอบไหล่บางของเธอไว้เบาๆ เป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยและการปกป้องอย่างชัดเจน พ่อมดหนุ่มปรายตามองอดีตคู่หมั้นของคนรักด้วยมุมมองที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
"ข้าก็แค่ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ... ตามวิถีของเจ้าบ้านที่ดีเท่านั้น" เซนเดอร์เอ่ยเสียงเรียบ "และข้าคิดว่า เจ้าคงต้องใช้เวลานานทีเดียวในการอธิบายเรื่องนี้ให้กับสภาพ่อมดฟัง ว่าเหตุใดลูกชายท่านดยุกจึงบุกรุกเข้ามาในเขตอนุรักษ์พฤกษาเวทมนตร์ พร้อมกับพยายามทำลายทรัพย์สินของข้า"
ฟลอเรียนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและความกลัวที่เริ่มกัดกินจิตใจ เขารู้ดีว่าหากเรื่องนี้ไปถึงสภาพ่อมด ตระกูลของเขาจะต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างแน่นอน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทำในสิ่งสุดท้ายที่สิ้นคิด—มือข้างหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมแอบหยดขวดแก้วบรรจุผงเวทมนตร์ต้องห้ามลงบนพื้นหมายจะระเบิดเรือนกระจกทิ้งเสีย
"ถ้าข้าไม่ได้... พวกแกก็ต้องพินาศกันไปให้หมด!"
เซนเดอร์หรี่ตาลงทันทีด้วยความไวเหนือมนุษย์ พ่อมดหนุ่มดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เกิดระเบิดเวทมนตร์สีทองสว่างวาบเข้าปะทะร่างของฟลอเรียนอย่างจังจนร่างกระเด็นไปกระแทกกับผนังกระจกจนแตกละเอียด เศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับร่างของฟลอเรียนที่หมดสติแน่นิ่งไปในทันที
ความเงียบสงบกลับคืนสู่เรือนกระจกอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจผ่อนเบาของคนทั้งสอง
เอลิน่ายังคงยืนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของเซนเดอร์ ความตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มคลี่คลายลง เธองยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มข้างกายด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองตอบเธอด้วยความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ภายใน
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" เซนเดอร์เอ่ยถามเสียงนุ่ม มือใหญ่ลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอเบาๆ อย่างทะนุถนอม ผิดกับมาดพ่อมดผู้เกรียงไกรเมื่อครู่นี้ลิบลับ
"ข้าไม่เป็นไรค่ะ... ขอบคุณนะคะเซนเดอร์" เอลิน่ายิ้มบางๆ ออกมาได้เสียที
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับคืนสู่ความอบอุ่น ดวงตาของเซนเดอร์กลับหรี่ลงเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ลอยมากับสายลมจากนอกหน้าต่างที่แตก
รอยยิ้มของพ่อมดหนุ่มเลือนหายไปทันทีเมื่อเขามองออกไปนอกเรือนกระจก—ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ควรจะมืดสนิท กลับถูกย้อมด้วยแสงสีแดงฉานเป็นวงกว้าง และเสียงคำรามต่ำๆ ของสัตว์อสูรเวทมนตร์นับร้อยตัวกำลังดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากแนวป่าชั้นใน
เซนเดอร์คว้าตัวเอลิน่าเข้าหาตัวทันที สีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "นั่นไม่ใช่ลูกน้องของฟลอเรียน... มีบางอย่างกำลังตื่นขึ้นใต้รากพงไพร"
และก่อนที่เอลิน่าจะทันได้เอ่ยถามอะไร ประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์ก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างในชุดคลุมสีทองที่เดินอาดๆ เข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย และคำพูดที่ทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้น—
"คิดว่ากำจัดแค่หมากตัวนี้แล้ว จะจบเกมแล้วงั้นหรือ... ลูกสาวตัวปลอมของท่านดยุก?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ ม่านหมอกโรแมนซ์
เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 47
เผชิญหน้าตัวการใหญ่
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!