"ถ้าราคากุหลาบสีเพลิงล็อตนี้ยังสูงลิ่วเหมือนสัปดาห์ก่อน ฉันเกรงว่าโรงปรุงยาของตระกูลวาล็อตคงต้องปิดตัวลงภายในสิ้นฤดูใบไม้ผลินี้ค่ะ... คุณนาย"
เสียงกระซิบที่เจือด้วยความหวาดวิตกดังลอดออกมาจากช่องหน้าต่างบานแคบของร้านสมุนไพรเก่าแก่ประจำเมืองท่า ม่านผ้าสักหลาดสีทึบถูกดึงปิดสนิทเกือบมิด ชวนให้บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของรากไม้แห้งและผงยาจีน เอลิน่าในชุดคลุมผ้าฝ้ายสีเทาเข้มหลวมโพรงจนแทบกลืนไปกับเงาของเสาไม้หน้าร้าน ขยับฮู้ดคลุมศีรษะให้ต่ำลงเพื่อบังใบหน้าเรียብเนียน ดวงตาสีมรกตคู่สวยกวาดตามองความเคลื่อนไหวเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล แต่ทว่าสีหน้าของเธอกลับนิ่งสงบราકผิวน้ำในบึงใหญ่
การแอบย่องเบาเข้ามาในเขตเมืองหลวงเพื่อสืบข่าวเรื่อง "กลุ่มพ่อค้าเงา" ที่กว้านซื้อเมล็ดพันธุ์กุหลาบเวทมนตร์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ โดยเฉพาะเมื่อเซนเดอร์ย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามเธอเดินออกนอกอาณาเขตพงไพรตลอดยามวิกาล... แต่ความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในอกตั้งแต่เหตุการณ์ประหลาดเมื่อคืนก่อน มันเรียกร้องให้เธอต้องเสี่ยง
นิ้วเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังเนื้อนุ่มแตะสัมผัสเบาๆ ที่กระเป๋าเสื้อด้านใน ที่นั่นมีกลีบกุหลาบสีครามสะท้อนแสงเรืองรองอ่อนๆ ซุกซ่อนอยู่ มันคือกุหลาบวิเศษที่ร่วงหล่นผิดฤดูกาล และเป็นเบาะแสเดียวที่เชื่อมโยงระหว่างสวนกุหลาบของเธอ กับความเคลื่อนไหวอันน่าสงสัยของขุนนางชั้นสูงในเมือง
"เจ้าค่ะคุณนายเฟอร์กูสัน... ข้าได้ยินมาว่ามีคนกลุ่มหนึ่งจากราชสำนักกำลังตามหา 'ผู้ดูแลสวน' คนใหม่" เสียงของเด็กส่งของในร้านดังแทรกขึ้นมา ตัดบทสนทนาระหว่างหญิงวัยกลางคนทั้งสอง "พวกเขาต้องการคนที่คุ้นเคยกับการเพาะปลูกพืชหายาก... ได้ยินว่าให้ค่าจ้างสูงลิ่วเชียวล่ะค่ะ แลกกับการส่งมอบผลผลิตทั้งหมดเข้าวังหลวงโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง"
เอลิน่าชะงักฝีเท้าที่กำลังจะถอยฉากออกไป หูของเธอผึ่งขึ้นทันที
*ราชสำนักกำลังตามหาคนดูแลสวน?*... นี่มันเรื่องบังเอิญเกินไปหรือเปล่า ในเมื่อเธอกำลังฟื้นฟูสวนกุหลาบโบราณที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ต้องห้ามตามคำสั่งของพ่อมดหนุ่ม หรือว่ามีใครบางคนกำลังจจับตาดูความเคลื่อนไหวในพงไพรของพวกเขาอยู่แล้ว?
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก กลิ่นไอน้ำฝนและกลิ่นอายความเจริญของเมืองใหญ่ช่างแตกต่างจากกลิ่นดินชื้นและดอกไม้ป่าในอาณาเขตของเซนเดอร์ราวฟ้ากับเหว ที่นี่มีแต่ความเร่งรีบ สายตาหวาดระแวง และร่องรอยการแย่งชิงอำนาจที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากอันสุภาพ
"คุณหนูคะ... มุมนั้นลมมันโชกแรง หลบมาทางนี้ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา"
เสียงทุ้มนุ่มที่กระซิบอยู่ข้างใบหูทำเอาเอลิน่าสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับกลับไปหมายจะฟาดศอกใส่ผู้บุกรุก แต่ข้อมือเรียวกลับถูกปลายนิ้วอุ่นจัดรวบเอาไว้เสียก่อน สัมผัสคุ้นเคยนี้... กลิ่นอายจางๆ ของไม้สนและควันไฟสะอาดๆ แบบนี้...
ดวงตาสีมรกตเบิกกว้างขึ้นเมื่อพบว่าใบหน้าคมคายของเซนเดอร์อยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นไม่ได้ดุร้ายอย่างที่ควรจะเป็นยามที่เขาจับได้ว่าเธอดื้อรั้นขัดคำสั่ง แต่กลับมีความระคนระวังและความห่วงใยฉาบอยู่ลึกๆ ในแววตา
"คุณ... เซนเดอร์?" เอลิน่าอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ "คุณตามฉันมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ? ฉัน... ฉันแค่ออกมาหาซื้อปุ๋ยหมักเพิ่มเติมเท่านั้นเองนะ"
พ่อมดแห่งพงไพรเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอุ่นใจเลยสักนิดในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เขากวาดสายตามองไปรอบตรอกแคบๆ ก่อนจะใช้มืออีกข้างดึงฮู้ดของเธอให้คลุมลงมาปิดบังใบหน้าให้มิดชิดยิ่งขึ้น พร้อมกับขยับกายเข้าไปชิดผนังตึกอิฐเก่าเพื่อบังสายตาจากผู้คนที่เดินผ่านไปมา
"ปุ๋ยหมักในเมืองนี้ราคาแพงหูฉี่เชียวหรือ เอลิน่า..." เซนเดอร์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความขบขันระคนดุ "ถึงขั้นต้องมาแอบฟังชาวบ้านคุยกันเรื่องกุหลาบเวทมนตร์และการซื้อขายลับๆ ของราชสำนักเลยทีเดียว"
แก้มเนียนของเอลิน่าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความจำนน รู้ตัวดีว่าข้อแก้ตัวตื้นๆ ของเธอนั้นตบตาพ่อมดผู้รอบรู้คนนี้ไม่พ้นหรอกค่ะ
"ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมช่วงนี้กุหลาบในแปลงทางทิศเหนือถึงเหี่ยวเฉาผิดปกติ..." เธอยังคงพยายามหาข้ออ้างด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด "และฉันก็ไม่อยากกวนใจคุณในเมื่อคุณดูยุ่งๆ กับการปรุงยาบทใหม่... ฉันแค่..."
"พอได้แล้วค่ะ" เซนเดอร์เอ่ยตัดบท น้ำเสียงของเขาอ่อนลง แต่กลับสร้างแรงกดดันให้หัวใจของเธอยิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีก ปลายนิ้วอุ่นที่ยังคงกุมข้อมือเธออยู่ค่อยๆ เลื่อนลงมาประสานเข้ากับฝ่ามือของเธออย่างแผ่วเบา "ถ้าคุณอยากรู้อะไร... ทำไมไม่หันมาถามคนที่รู้ดีที่สุดอย่างฉันล่ะคะ? การเอาตัวเข้ามาเสี่ยงในเมืองที่เต็มไปด้วยหูตาของสภาเวทมนตร์แบบนี้ มันไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดเลยสักนิด"
เอลิน่าชะงัก เงยหน้าขึ้นมองสบตาเขา ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กุมกันไว้ถ่ายทอดความรู้สึกบางอย่างที่เกินเลยกว่าคำว่าเจ้านายกับผู้ดูแลสวน
"สภาเวทมนตร์เหรอคะ?" เธอทวนคำ เสียงแผ่วหวิว "หรือว่าเรื่องกุหลาบสีครามเมื่อคืนก่อน..."
"ไม่ใช่แค่เรื่องกุหลาบหรอกค่ะเอลิน่า..."
เซนเดอร์ยังพูดไม่ทันจบ ประโยคสนทนาก็ต้องถูกกลืนหายไป เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มทหารรักษาการณ์ในชุดเกราะเงินวาววับกำลังเคลื่อนพลเลี้ยวเข้ามาในตรอกแคบแห่งนี้ ปลายหอกเหล็กสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องเข้ามาใกล้ทุกที
พ่อมดหนุ่มดึงร่างบางของเอลิน่าเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่งใต้เสื้อคลุมสีเข้ม มือข้างหนึ่งของเขาโอบเอวเธอไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นร่ายเวทมนตร์บทเล็กๆ พรางตา ซ่อนเร้นกายของเขากับเธอให้กลืนหายไปกับเงาของกำแพงอิฐ
ลมหายใจอุ่นๆ ของเซนเดอร์เป่ารดอยู่ข้างขมับของเธอ ความใกล้ชิดนี้ทำให้เอลิน่าไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เสียงฝีเท้าของทหารเดินผ่านไปห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แต่หัวใจของเธอกลับเต้นรัวเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ทว่า ในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังคลี่คลายลง เสียงทุ้มต่ำของเซนเดอร์ก็กระซิบชิดริมหูเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนน่ากลัว
"ดูเหมือนว่า... พวกมันไม่ได้ตามหาแค่คนดูแลสวนธรรมดาแล้วล่ะค่ะเอลิน่า..." พ่อมดหนุ่มหยุดพูดไปชั่วขณะ ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปแตะที่ปลายคางของเธอให้เงยขึ้นสบตา "แต่พวกมันกำลังตามหา 'เจ้าสาวแห่งพงไพร'... ผู้หญิงที่มีกลิ่นอายเวทมนตร์โบราณติดตัว... ซึ่งบังเอิญเหลือเกินว่าคนๆ นั้น กำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉันในตอนนี้"
เอลิน่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับที่เธอกลัวที่สุด บัดนี้ได้ถูกเปิดเผยออก
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ ม่านหมอกโรแมนซ์
เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 46
สืบความลับ
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!