กลิ่นอายความชื้นของสนภูเขาและละอองน้ำแข็งที่เกาะอยู่ตามเส้นขนเฟอร์บนปกเสื้อคลุม คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าการเดินทางข้ามผ่านเขตแดนอาคมมายัง ‘ดินแดนแห่งความเงียบงัน’ นี้ไม่ใช่ความฝัน
เอลิน่ากระชับผ้าพันคอไหมพรมสีครีม—ชิ้นที่เซนเดอร์ถักให้ด้วยเวทมนตร์อุ่นไอร้อนเมื่อคืนก่อน—เข้าหากันแน่นขึ้น ดวงตาคู่สวยกวาดมองผืนป่าสนสีดำสนิทที่ปกคลุมด้วยหิมะหนาทึบเบื้องหน้า ป่าแห่งนี้ไม่ได้เงียบเพราะธรรมชาติ หากแต่เงียบเพราะมันกำลัง ‘หายใจ’ เป็นจังหวะเชื่องช้าและน่าหวาดหวั่น ใต้พื้นหิมะสีขาวโพลนนั้นมีพลังเวทมนตร์โบราณที่หลับใหลมานับพันปีซ่อนอยู่ และนั่นคือเหตุผลที่เธอกับเขาต้องก้าวเท้าเข้ามาในเขตหวงห้ามนี้
“ถ้าก้าวพลาดไปทางซ้ายอีกเพียงนิ้วเดียว รองเท้าบูทของเธอคงกลายเป็นหินไปตลอดกาลแล้วค่ะ เอลิน่า”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดบริเวณข้อศอก เซนเดอร์ก้าวเข้ามาประคองร่างของเธอให้พ้นจากหลุมพรางพลังงานสีม่วงจางๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้แห้ง ใบหน้าคมคายภายใต้ฮู้ดสีเข้มดูเคร่งขรึมเป็นพิเศษ ดวงตาสีไพลินของพ่อมดหนุ่มกวาดมองรอบกายอย่างระแวดระวัง สันจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยสะท้อนความตึงเครียดที่เขาพยายามซ่อนไว้ไม่ให้เธอกังวล
เอลิน่าหันไปสบตาเขา เม้มปากน้อยๆ ก่อนจะคลายยิ้มบางเบาเพื่อลดความกดดันในบรรยากาศ
“ฉันไม่ใช่เด็กซุ่มซ่ามเสียหน่อยนะคะท่านเซนเดอร์... อีกอย่าง กลิ่นของรากไม้โบราณแถวนี้เตือนฉันตั้งแต่ก่อนที่คุณจะดึงแขนเสียอีกค่ะ” เธอเอ่ยเสียงนุ่ม พลางผายมือไปยังพื้นดินใต้ต้นสนใหญ่ที่ปรากฏหน่อสีเงินแปลกตางอกแทรกขึ้นมาท่ามกลางหิมะ “พวกมันกำลังต้อนรับเรา... หรืออาจจะกำลังเตือนให้เราถอยกลับกันแน่คะ?”
เซนเดอร์ไม่ตอบในทันที นิ้วมือเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำเอื้อมไปสัมผัสเปลือกไม้ของสนโบราณต้นใกล้เคียง พلبชั่วพริบตา เปลือกไม้สีดำสนิทนั้นก็เปล่งแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนออกมาเพื่อขับไล่ไอน้ำแข็งที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวให้ออกห่างจากพวกเขา
“พืชที่นี่ไม่เหมือนกับในสวนของเธอ เอลิน่า” เซนเดอร์หันมามองเธอ แววตาที่มักจะนิ่งสงบกลับฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด “พวกมันดุร้ายและกระหายมานา หากเธอเผลอส่งจิตสื่อสารกับพวกมันอย่างไร้การป้องกัน จิตวิญญาณของเธออาจถูกดึงให้จมดิ่งลงไปใต้รากแก้วและไม่มีวันได้กลับขึ้นมาอีก... ฉันพาเธอมาเสี่ยงเกินไปหรือเปล่า?”
ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของเอลิน่ายื่นไปแตะหลังมือของเขาเบาๆ เป็นการปฏิเสธความกังวลนั้น ความอบอุ่นจากกายสาวส่งผ่านเนื้อผ้าหนาไปยังอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
“คุณก็รู้ว่ากุหลาบรัตติกาลในแปลงสุดท้ายของเราต้องการ ‘หัวใจแห่งพฤกษา’ ที่หลับใหลอยู่ที่นี่เพื่อเบ่งบานสมบูรณ์แบบนะคะ ถ้าไม่มีมัน ฤดูหนาวหน้าแปลงดอกไม้ทั้งหมดที่เราเพียรสร้างมาจะพังทลาย ฉันไม่กลัวความเสี่ยงหรอกค่ะ... ขอแค่มีคุณอยู่ข้างๆ แบบนี้”
คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจนั้นทำให้ดวงตาของพ่อมดหนุ่มไหววับ เขากำมือของเธอไว้แน่นขึ้น ยอมรับความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนนั้นด้วยความยอมจำนนโดยดุษฎี
ทั้งคู่ก้าวเดินลึกเข้าไปในหุบเขาแห่งความหนาวเหน็บเรื่อยๆ จนกระทั่งเบื้องหน้าปรากฏซากปรักหักพังของวิหารหินโบราณที่ถูกกลืนกินโดยกาลเวลา เสาหินขนาดใหญ่ล้มระเนระนาดปกคลุมด้วยมอสส์สีเขียวเข้มที่ยังคงมีชีวิตรอดท่ามกลางความหนาว และตรงใจกลางวิหารนั้นเอง—คือเป้าหมายของการเดินทาง
แท่นหินสีนิลตั้งตระหง่าน บนนั้นมีผลึกแก้วใสรูปทรงหยดน้ำขนาดเท่าฝ่ามือวางอยู่ ภายในผลึกมีแสงสีทองอบอุ่นหมุนวนราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ที่ถูกกักขังไว้ มันแผ่ไออุ่นจางๆ ออกมาตัดกับความหนาวเย็นรอบกายอย่างน่าอัศจรรย์
“นั่นคือ ‘หยดน้ำตาแห่งปฐพี’ สินะคะ” เอลิน่าพึมพำด้วยความทึ่ง ประกายตาสะท้อนแสงสีทองระยิบระยับ
“ใช่...” เซนเดอร์ก้าวเข้าไปใกล้แท่นหินนั้นก่อน เภทภัยบางอย่างทำให้เขาชะงักฝีเท้า “ระวัง! มีบางอย่างผิดปกติ...”
ยังไม่ทันที่เซนเดอร์จะเอ่ยจบประโยค พื้นดินรอบแท่นหินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หิมะรอบด้านพรูร่วงลงจากยอดสนราวกับม่านสีขาว ขณะที่รากไม้สีดำนับร้อยสายพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินราวกับกรงเล็บอสูร พวกมันพุ่งเข้าโอบล้อมแท่นหินและพยายามบดขยี้ผลึกแก้วให้แตกสลาย!
“มันไม่อยากให้เราได้มันไป!” เอลิน่าร้องอุทานด้วยความตกใจ
เซนเดอร์ไม่รอช้า พ่อมดหนุ่มยกมือขึ้นวาดวงเวทรunแรงเป็นม่านแสงสีครามปกป้องร่างของทั้งคู่ไว้ แรงระเบิดจากการปะทะระหว่างเวทมนตร์พงไพรและรากไม้อภินิหารทำให้เกิดลม1โกรกแรงจนเส้นผมสีน้ำตาลยาวของเอลิน่าปลิวสยาย
“เอลิน่า ถอยไปข้างหลัง!” เซนเดอร์ตะโกนเสียงเข้ม ขณะที่เหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามไรผมของเขาเพราะต้องต้านทานพลังมหาศาลที่กดทับลงมา
ทว่า ในวินาทีที่เอลิน่ากำลังจะก้าวถอยหลังตามคำสั่ง สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่บนซากเสาหินหักพังด้านบนสุด ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีขาวสนิทที่ตัดกับความมืดมิดของผืนป่า ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากโลหะรูปดอกกุหลาบไร้กลีบ
และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเอลิน่าหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากของคนแปลกหน้าผู้นั้น—รอยยิ้มที่เธอจำได้แม่นยำจากความทรงจำในชาติก่อน
“เซนเดอร์... ระวังข้างบนค่ะ!”
* * *
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ ม่านหมอกโรแมนซ์
เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 49
การเดินทางไปแดนเหนือ
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!