กลีบกุหลาบสีเพลิงร่วงหล่นลงบนปลายนิ้วเรียวที่กำลังสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของน้ำค้างยามค่ำคืน แต่เป็นเพราะสายตาของบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าต่างหากที่ทำให้หัวใจของเอลิน่าเต้นไม่เป็นจังหวะ
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่างานเล็กๆ ของเราในวันนี้ จะไม่ทำให้พวกเขากล่าวหาว่าเจ้าใช้เวทมนตร์นอกรีตอีก"
เสียงทุ้มต่ำของเซนเดอร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เขาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ที่หล่นอยู่บนพื้นหญ้า ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับปลายนิ้วของเธอแผ่วเบา ราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง เอลิน่ารีบชักมือกลับอย่างเขินอาย ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อจนต้องเบือนหน้าหนีไปยังแปลงกุหลาบเวทมนตร์สายพันธุ์ 'ดารารัตน์' ที่กำลังเปล่งประกายแสงสีทองเรืองรองรับยามค่ำคืน
"ถ้าพวกเขากล่าวหา ข้าก็แค่จะให้เจ้าแปลงร่างพวกเขากลายเป็นต้นกระบองเพชรเสียให้หมดค่ะ ท่านพ่อมด" เอลิน่าเอ่ยกลั้วหัวเสียงเราะเบาๆ พยายามกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก
นี่คือค่ำคืนแห่งการจัดงานชมดอกไม้เล็กๆ ในสวนหลังบ้านที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจปลูกมันขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและความรัก ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ณ ดินแดนแห่งนี้ที่เคยโดดเดี่ยวและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของดอกไม้นานาพันธุ์ โคมไฟเวทมนตร์ดวงน้อยถูกแขวนไว้ตามกิ่งไม้ ทอดแสงสีนวลตาขับให้บรรยากาศดูราวกับความฝัน
เซนเดอร์ไม่ได้ตอบคำเขานั้นทันที นัยน์ตาสสีนิลลึกล้ำคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าของหญิงสาวอย่างพินิจพิเคราะห์ เขารู้ดีว่ากว่าเอลิน่าจะก้าวข้ามผ่านเงาอดีตอันดำมืดในฐานะนางร้ายผู้ถูกตราหน้าได้ นางต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง มือหนายื่นออกไปปัดเศษใบไม้ออกจากเส้นผมสีน้ำตาลนุ่มของเธออย่างเบามือสัมผัสนั้นแฝงความอ่อนโยนที่เขามักจะสงวนไว้ให้เธอผู้เดียวเสมอ
"ข้าไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องสวนของเจ้า... และตัวของเจ้าเด็ดขาด" น้ำเสียงของเซนเดอร์หนักแน่นและจริงจัง จนเอลิน่าต้องเงยหน้าขึ้นสบตา เขานิ่งค้างไปครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าหนีด้วยความเคอะเขินเล็กน้อย ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากพ่อมดผู้เงียบขรึมและทรงอำนาจแห่งพงไพรผู้นี้
บรรยากาศรอบกายเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงกระซิบของเหล่าดอกไม้ที่กำลังเริงระำไปตามแรงลม เอลิน่าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ นางกวาดสายตามองโต๊ะน้ำชาไม้ตัวเล็กที่ถูกประดับด้วยผ้าปูโต๊ะสีครีม บนนั้นมีขนมพายแอปเปิ้ลอุ่นๆ และชาดอกกุหลาบหอมกรุ่นที่นางต้มเองกับมือ ทุกอย่างถูกเตรียมไว้ต้อนรับแขกคนสำคัญ... หรืออันที่จริงแล้ว งานเลี้ยงครั้งนี้มีไว้เพื่อเขากับนางเพียงสองคนเท่านั้น
"ชาร้อนๆ ค่ะ ลองชิมดูสิคะว่าถูกปากท่านไหม ข้าใส่กลีบกุหลาบมนตราลงไปด้วย น่าจะช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการปรุงยาเมื่อวานได้นะ" เอลิน่ารินชาใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบยื่นให้เขาด้วยรอยยิ้มละมุน
เซนเดอร์รับถ้วยชามาถือไว้ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับไออุ่นที่ลอยขึ้นมา เขายกขึ้นจิบนิดหนึ่ง ดวงตาคมกริบเป็นประกายขึ้นด้วยความพึงพอใจ "ฝีมือของเจ้าไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเลย... หอมหวานและอบอุ่น เหมือนตัวเจ้า"
คำพูดหยอกเย้าที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของพ่อมดหนุ่มทำเอาเอลิน่าแทบสำลักน้ำลายตัวเอง นางค้อนใส่เขาด้วยความหมั่นไส้เบาๆ "ท่านนี่นะ... วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษหรืออย่างไร ถึงได้พูดจาหวานเลี่ยนเช่นนี้"
"เพราะเจ้าทำให้ข้าอยากมีชีวิตอยู่เพื่อวันแบบนี้ต่างหาก" เซนเดอร์วางถ้วยแบล็กลงบนโต๊ะ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกนิดจนระยะห่างแทบไม่เหลือ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับนาง "เอลิน่า... เจ้าจำสัญญาที่เราเคยให้ไว้เมื่อฤดูใบไม้ผลิครั้งก่อนได้หรือไม่?"
หัวใจของเอลิน่ากระตุกวูบ ความทรงจำหลั่งไหลย้อนกลับมา ในวันที่นางยังเป็นเพียงหญิงสาวผู้หวาดกลัวอนาคต วันที่ดินผืนนี้ยังแห้งแล้งและเต็มไปด้วยหนามแหลมคม เป็นเขา... พ่อมดผู้โดดเดี่ยวคนนี้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและสอนให้นางรู้จักวิธีเยียวยาจิตใจตนเองผ่านการปลูกดอกไม้
"จำได้สิคะ..." นางกระซิบตอบ เสียงแผ่วเบาแทบกลืนไปกับสายลม "เราสัญญาว่าจะสร้างสวนแห่งนี้ให้กลายเป็นสถานที่ปลอดภัย... สถานที่ที่เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง"
เซนเดอร์ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูอ่อนโยนราวกับภาพวาด มือหนาเอื้อมมาจับมือบางของเอลิน่าขึ้นมาแนบแก้มสากของตน ความอบอุ่นถ่ายทอดผ่านผิวสัมผัสจนขอบตาของหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความสุขที่เรียบง่ายเช่นนี้... คือสิ่งที่นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้รับมันหลังจากการเกิดใหม่
ทว่า ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของทั้งสองดวงไว้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงฝ่าความเงียบของพงไพรก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันแสนหวานนั้นทันที!
กิ่งไม้แห้งหักดังกรอบแกลบ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังมาจากความมืดเบื้องลึกของสวน
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง พ่อมดผู้สูงส่งกับนางร้ายผู้ร่วงหล่น... น่าเสียดายที่งานเลี้ยงชมดอกไม้ของพวกเจ้า คงต้องจบลงเพียงเท่านี้!"
เซนเดอร์ลุกขึ้นยืนบังร่างของเอลิน่าไว้ทันที นัยน์ตาสสีนิลแปรเปลี่ยนเป็นประกายสีเพลิงอันตราย พร้อมกับพลังเวทมนตร์มหาศาลที่แผ่พุ่งออกมาจากตัวเขา ขณะที่เอลิน่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพ้นความมืดออกมา... คนที่ควรจะถูกเนรเทศไปป์ดินแดนไกลโพ้น กลับมายืนอยู่ที่นี่ พร้อมกับกองกำลังทหารเวทมนตร์นับสิบชีวิตที่ล้อมรอบสวนดอกไม้ของนางไว้จนหมดทางหนี!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ ม่านหมอกโรแมนซ์
เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 42
งานเทศกาลดอกไม้
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอไปปลูกกุหลาบเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!