“ท่านแม่... ท่านกำลังพูดเรื่องอันใด เหตุใดจึงทำเช่นนี้กับข้า!”
เสียงตะโกนของเซี่ยจื่อหลินดังก้องทั่วห้องโถงตระกูลเซี่ย ราวกับเสียงสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือ ขณะที่ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องมองไปยัง ‘เซี่ยฮูหยินใหญ่’ สตรีผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เซี่ยหว่านหนิงนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักหยก นางจิบชาดอกเก๊กฮวยช้าๆ กลิ่นหอมจางๆ อบอวลอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ นางไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงแค่ใช้นิ้วเรียวเล็กเคาะขอบถ้วยชาเบาๆ เป็นจังหวะที่กดดันยิ่งกว่าเสียงคำรามของสายฟ้า
“จื่อหลิน...” ฮูหยินใหญ่เอ่ยเสียงสั่นพร่า มือที่สวมแหวนหยกมันแพะสั่นระริก “เจ้าต้องเข้าใจ... กองทัพของท่านแม่ทัพฉีเหิงกำลังบีบบังคับ หากไม่มี ‘แพะรับบาป’ เรื่องทุจริตเสบียงหลวงในครั้งนี้ ตระกูลเซี่ยของเราก็ถึงคราวล่มสลาย”
“แพะรับบาปงั้นหรือ?” เซี่ยหว่านหนิงวางถ้วยชาลง เสียงกระทบกันของกระเบื้องเคลือบดังกังวานก้องหูทุกคน “ที่แท้ท่านแม่ก็มองบุตรสาวของตนเป็นเพียงหมากบนกระดานที่พร้อมจะถูกสละทิ้งได้ทุกเมื่อ น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
เซี่ยหว่านหนิงปรายตามองไปยังเอกสารบัญชีสองเล่มที่วางอยู่บนโต๊ะ กลางเล่มหนึ่งเป็นลายมือของฮูหยินใหญ่ที่สั่งให้โยกย้ายเงินกองกลางไปจ่ายสินบนขุนนางกรมคลัง ส่วนอีกเล่ม... คือสิ่งที่นางใช้เวลาแรมเดือนในการวางแผน ‘สร้าง’ ขึ้นมาเพื่อให้มันแนบเนียนจนแยกไม่ออก
“พี่หญิงใหญ่... ท่านทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้!” เซี่ยจื่อหลินหันมาทางหว่านหนิง น้ำตานองหน้า “ท่านเป็นคนบอกข้าเองมิใช่หรือว่าเส้นทางนี้จะทำให้เราเป็นใหญ่ในจวน!”
“ข้าบอกให้เจ้าเดินหมาก ไม่ได้บอกให้เจ้าตายโง่ๆ บนกระดาน” หว่านหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเย็นชาบาดลึกถึงกระดูก “เจ้าเองที่โลภมาก คิดจะแอบตัดตอนเงินส่วนนั้นเข้ากระเป๋าตัวเองโดยไม่บอกกล่าวท่านแม่ คิดหรือว่าความลับจะคงอยู่ตลอดไป?”
ฮูหยินใหญ่หันขวับไปมองบุตรสาวคนรองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยโทสะและหวาดระแวง “จื่อหลิน! นี่เจ้าคิดคดกับข้าจริงๆ หรือ?”
“ข้าไม่ได้ทำ! พี่หว่านหนิงต่างหากที่ใส่ร้ายข้า!”
ความโกลาหลเริ่มปะทุขึ้น ตระกูลเซี่ยที่เคยดูมั่นคงราวดั่งภูผา บัดนี้เริ่มแตกร้าวจากภายใน หว่านหนิงเฝ้ามองความพินาศตรงหน้าด้วยสายตาที่สงบนิ่งดั่งบึงน้ำลึก นางมิได้ใช้ดาบ ไม่ได้ใช้ยาพิษ แต่ใช้เพียง ‘ความระแวง’ ที่นางเพาะบ่มมานานนับปี โรยราลงบนผืนดินที่เรียกว่าครอบครัว
จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองแม่ทัพคนสนิทของฉีเหิงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน เหล่าทหารชุดเกราะดำกรูกันเข้ามาล้อมตัวทุกคนไว้
“เซี่ยหว่านหนิง” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังมาจากด้านหลัง ฉีเหิงก้าวเข้ามาในชุดเกราะศึกสีนิล ใบหน้าคมเข้มมีรอยแผลเป็นที่ชวนให้เกรงขาม ดวงตาดุดันจ้องมองนางเพียงผู้เดียวท่ามกลางความวุ่นวาย “เจ้าทำสำเร็จแล้ว”
หว่านหนิงลุกขึ้นยืน จัดอาภรณ์สีม่วงอ่อนให้เข้าที่ นางไม่ได้แสดงอาการยินดีหรือตกใจ มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก “ท่านแม่ทัพ... ท่านมาเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก”
ฉีเหิงก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนาง เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กๆ นั้นไว้แน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วขณะเมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ชาญฉลาดคู่นั้น “ตระกูลเซี่ยกำลังจะล่มสลายด้วยน้ำมือของเจ้า เจ้าคิดไว้หรือยังว่าจะไปอยู่ที่ใดหลังจากนี้?”
ทว่าก่อนที่หว่านหนิงจะได้ตอบโต้ กลับมีเสียงกระซิบข้างหูจากฉีเหิงที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ
“เจ้าวางหมากจนคนอื่นตายหมดแล้ว... แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ ว่ากระดานหมากใบนี้มีเจ้าของเป็น ‘ข้า’?”
ฉีเหิงปล่อยมือจากนาง ก่อนจะหันไปทางฮูหยินใหญ่ที่กำลังเสียสติด้วยความหวาดกลัว เขาชักกระบี่ออกมาชี้ไปยังโต๊ะบัญชี “คนผู้หนึ่งในห้องนี้ เพิ่งจะส่งจดหมายลับถึงข้าเมื่อครู่... บอกว่าหว่านหนิงเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตนี้ด้วย”
หว่านหนิงชะงัก สายตาของฉีเหิงเปลี่ยนไปเป็นคมกริบดั่งดาบที่พร้อมจะสะบั้นศีรษะนางได้ทุกเมื่อ
“ดูเหมือนว่า ‘หมาก’ ที่ข้าคิดว่าเดินเองมาตลอด... จะมีคนอื่นคอยเดินตามหลังอยู่เสียแล้ว” หว่านหนิงพึมพำกับตนเอง ขณะที่ในมือของฉีเหิงมีตราประทับลับของ ‘อดีตคนรัก’ ที่นางเคยลืมเลือนไปนานปีปรากฏขึ้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากในสายหมอกแห่งเล่ห์กลนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 20
หมากตายที่กลายเป็นหมากรุก
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!