เสียงกระเบื้องเคลือบสีครามกระทบโต๊ะไม้จันทน์หอมดัง *“เพล้ง”* สะท้อนก้องความเงียบสงัดภายในห้องทรงพระอักษร ทว่าไม่มีผู้ใดในที่นั้นกล้าขยับตัวแม้แต่ปลายนิ้ว
ราชโองการฉบับยาวเหยียดที่เพิ่งถูกประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าของขันทีเฒ่า ยังคงสั่นระริกอยู่ในมือของมหาเสนาบดีซ่ง ผู้ซึ่งบัดนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดั่งคนใกล้ตายที่ถูกดึงลงมาจากบัลลังก์แห่งอำนาจในชั่วพริบตา
“ใต้เท้าซ่ง... ดูท่ากระดานนี้ ท่านคงเดินพลาดตาสำคัญเสียแล้วกระมังคะ”
สุ้มเสียงนุ่มนวลทว่าเยียบเย็นราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูเหมันต์ดังขึ้นจากเบื้องหลังม่านมุกโปร่งแสง เซี่ยหว่านหนิงก้าวเท้าออกมาอย่างเชื่องช้า อาภรณ์ปักลายดอกโบตั๋นสีชาดลู่ลมตามจังหวะการเคลื่อนกาย ราวกับพญาหงส์ที่กำลังกางปีกครอบ P統แผ่นดิน นางมิได้เร่งร้อน ทว่าทุกย่างก้าวกลับกดทับลมหายใจของขุนนางกังฉินนับสิบชีวิตในห้องนั้นให้จมดิ่งลงสู่ห้วงเหว
การถอดถอนขุนนางกังฉินที่ทุจริตคดโกงและสร้างเครือข่ายอำนาจมืดมานานนับทศวรรษ มิได้เริ่มต้นด้วยเสียงคำรามของกองทัพ หากแต่เริ่มต้นด้วยกระดาษแผ่นเดียวและปลายพู่กันที่จุ่มด้วยหยาดโลหิตแห่งความจริง
“เจ้า... นังเด็กแซ่เซี่ย เจ้ากล้าดีอย่างไร…” มหาเสนาบดีซ่งกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้นเคืองระคนหวาดกลัว เขาพยายามจะชี้หน้าด่าทอ แต่ทว่าพลังกดดันจากร่างสูงสง่าที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างกายนางกลับทำให้เขาต้องชะงัก
ฉีเหิง แม่ทัพผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย ปรายตามองขุนนางเฒ่าผู้นั้นราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง นิ้วแกร่งเคาะด้ามกระบี่อิงฟ้าที่เหน็บอยู่ข้างกายเป็นจังหวะช้าๆ ทว่าน่าสะพรึงกลัว กลิ่นอายคาวเลือดและสนามรบแผ่ซ่านกดดันจนเหล่าทหารองครักษ์เสื้อแพรที่กรูเข้ามาล้อมห้องโถงไว้หมดสิ้นทางหนี
“ปากของใต้เท้าซ่งควรใช้กินข้าวและทูลถวายฎีกาด้วยความสัตย์จริง หาใช่ไว้เห่าหอนใส่พระชายาของเปิ่นหวังไม่” น้ำเสียงทุ้มต่ำดุดันเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงอำนาจจนมหาเสนาบดีซ่งทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น
เซี่ยหว่านหนิงป้องมือคารวะตามธรรมเนียมพลางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่ากลับซ่อนคมดาบไว้พันเล่ม นางกวาดสายตามองบัญชีลับการทุจริตที่ถูกรวบรวมมาอย่างยากลำบาก เอกสารเหล่านี้คือหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของราษฎรนับหมื่นที่ถูกตระกูลซ่งและพรรคพวกสูบเลือดสูบเนื้อมานานปี และบัดนี้ ถึงเวลาที่ดอกเบี้ยแห่งความโลภจะต้องถูกชำระด้วยชีวิต
“ใต้เท้าซ่งไม่ต้องตกใจไปหรอคะ บัญชีฉบับนี้มิใช่สิ่งเดียวที่ท่านอ๋องกับหม่อมฉันเตรียมไว้ต้อนรับท่านหรอกเพคะ ยังมีพยานปากเอกอีกสามคนที่รอให้การหน้าพระพักตร์ ในข้อหาขายชาติและรับสินบนจากแคว้นอริ... ท่านคิดว่าเก้าอี้มหาเสนาบดีของท่าน จะยังรองรับก้นเน่าๆ ของท่านได้อีกสักกี่ก้านธูปกัน?”
คำพูดของนางเฉียบคมราวน้ำ Eุ่ยที่กรีดลงบนเนื้อสด ขุนนางหลายคนที่เคยหนุนหลังตระกูลซ่งต่างพากันตัวสั่นเทา บางคนถึงกับเป็นลมล้มพับคาพื้นห้อง เพราะรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การล้างบางแบบฉาบฉวย แต่นี่คือการถอนรากถอนโคนที่ไม่เหลือทางรอดให้ผู้ใดทั้งสิ้น
บรรยากาศในห้องทรงพระอักษรตึงเครียดจนแทบระเบิด ฉีเหิงก้าวเข้ามาใกล้ร่างบาง เอื้อมมือหนาโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเขาช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บจากเล่ห์กลการเมืองรอบด้าน เซี่ยหว่านหนิงเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้เคียงข้าง นางเห็นประกายความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันนั้น เพียงแค่ชั่วพริบตาก่อนที่เขาจะหันไปออกคำสั่งกับกองกำลังด้านนอก
“ลากตัวมหาเสนาบดีซ่งและพรรคพวกทั้งหมด ไปขังไว้คุกหลวง รอการไต่สวนในยุ่งฉุกเฉิน หากผู้ใดขัดขืน… ตัดหัวเสียบประจานหน้าประตูเมืองได้ทันที!”
เสียงกู่ก้องรับคำสั่งดังสะท้าน ทหารองครักษ์กรูเข้ามาหิ้วปีกขุนนางกังฉินที่ส่งเสียงร้องโหยหวนขอความเมตตา ทว่าไม่มีใครกล้าเหลียวแลแม้แต่หางตา มหาเสนาบดีซ่งถูกลากตัวผ่านหน้าเซี่ยหว่านหนิง ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย เขาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้นสุดชีวิต
“เซี่ยหว่านหนิง... อย่าลำพองใจให้มากนัก! เจ้าคิดว่าโค่นข้าได้แล้วจะปลอดภัยหรือ? คนหลังฉากที่แท้จริง... เขาไม่มีทางปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดไปจนเห็นรุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้แน่!”
เซี่ยหว่านหนิงมิได้สะท้านสะเทือน นางเพียงเอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มบนเรียวปากงดงามยิ่งลึกล้ำและเยືือกเย็นกว่าเดิม
“เช่นนั้น... หม่อมฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันเพคะว่า สุนัขตัวใหญ่อย่างท่านตายไปแล้ว เจ้านายของพวกท่านจะกล้าโผล่หัวออกมาเห่าหอนแข่งกับสายลมหนาวสักกี่น้ำ”
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนมาพร้อมกับชัยชนะอันงดงาม เสียงฝีเท้าเร่งรีบของขันทีน้อยผู้หนึ่งก็ดังแหวกความมืดเข้ามาจากนอกตำหนัก พร้อมกับป้ายคำสั่งหยกขาวสลักลวดลายมังกรห้าเล็บที่ชูขึ้นสูงจนสั่นเทา
“พระราชโองการด่วนที่สุดจากตำหนักใน... ฮองเฮามีรับสั่งให้ปลดเปลื้องตำแหน่งพระชายาของเซี่ยหว่านหนิง และควบคุมตัวเข้าสู่ตำหนักเย็นทันที ข้อหา... วางยาพิษปลิดชีพองค์รัชทายาท!”
ฉับพลันนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยหว่านหนิงก็แข็งค้างลงชั่วพริบตา ขณะที่ดวงตาคมกริบของฉีเหิงหรี่แคบลง ปรากฏจิตสังหารรุนแรงแผ่พุ่งออกมาราวกับพายุคลั่งที่พร้อมจะฉีกกระชากท้องนภาให้ขาดเป็นวิ่น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากในสายหมอกแห่งเล่ห์กลนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 21
ลมพายุในราชสำนัก
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!