"หากจอกสุราจอกนี้คือความจริงใจ เหตุใดมือของฮูหยินจึงยังสั่นเทาเล่าเจ้าคะ"
เสียงหวานใสราวกับไข่มุกกระทบถาดหยกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศงานเลี้ยงฉลองชัยชนะของกองทัพพยัคฆ์ประจิมที่จัดขึ้น ณ ตำหนักรับรองอู่หนิง แสงจากโคมกระดาษเคลือบน้ำมันวาววับขับเน้นให้ห้องโถงใหญ่ระยิบระยับดั่งท้องฟ้าจำลอง แต่กลับไม่มีผู้ใดในที่นั้นกล้าส่งเสียงดัง แม้แต่เสียงลมหายใจยังราวกับถูกกลืนหายไปในความเงียบงัน
เซี่ยหว่านหนิงนั่งพับเพียรอยู่บนเบาะรองนั่งปักลายเมฆา ตัวนางอยู่ในชุดกระโปรงผ้าต่วนสีม่วงอมเทาปักลายดอกโบตั๋นสีเงินด้วยด้ายทองคำแท้ ท่วงท่าสง่างามราวนางพญาผู้กุมชะตากรรมของคนทั้งห้อง
เบื้องหน้าของนางคือเซี่ยฮูหยินใหญ่—มารดาเลี้ยงผู้ใช้กฎระเบียบและรอยยิ้มอาบยาพิษกดขี่นางมานับสิบปี บัดนี้สตรีผู้เคยสูงศักดิ์และเย่อหยิ่งผู้นั้นกลับมีใบซีดเซียว เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้พยายามฝืนยกยิ้มกลบเกลื่อนเพียงใด ริ้วรอยแห่งความหวาดกลัวก็ยังคงสั่นระริกอยู่มุมปาก
รอบกายของพวกนางคือเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และฮูหยินตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง ทุกคนต่างรู้ดีว่างานเลี้ยงนี้หาใช่การเฉลิมฉลองธรรมดาไม่ หากแต่เป็น 'หมากกระดาน' ที่ถูกจัดวางไว้เพื่อสะสางบัญชีแค้นในอดีต
"หว่านหนิง... เจ้าเข้าใจผิดแล้วกระมัง ข้าเพียงแต่..." เซี่ยฮูหยินใหญ่พยายามเค้นเสียงออกมา รอยยิ้มบนใบหน้าบิดเบี้ยวจนน่าเวทนา นางไม่คาดคิดเลยว่าเด็กสาวที่ตนเคยผลักไสให้ไปเผชิญความตายที่เรือนร้างท้ายจวนเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้จะก้าวขึ้นมาเคียงข้างท่านแม่ทัพผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน และใช้สติปัญญาเฉียบคมพลิกสถานการณ์จนนางกลายเป็นฝ่ายจนมุม
"เข้าใจผิดหรือเจ้าคะ?" หว่านหนิงทวนคำ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี นางค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวงามดั่งหยกแตะลงที่ขอบจอกสุลายาพิษที่ถูกสลับตำแหน่งอย่างแนบเนียนเมื่อครู่ "จดหมายฉบับนี้ ประทับตราลัญจกรประจำตระกูลเซี่ย และมีลายมือของท่านแม่เองมิใช่หรือ ที่สั่งให้คนนำยาชนิดนี้ไปใส่ไว้ในสำรับของมารดาผู้ให้กำเนิดข้าเมื่อสิบหี่ปีก่อน"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องโถงราวกับถูกแช่แข็ง ผู้คนต่างก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ความลับดำมืดของตระกูลใหญ่ถูกเปิดเผยกลางงานเลี้ยงต่อหน้าธารกำนัล เป็นการตบหน้าเซี่ยฮูหยินใหญ่อย่างฉาดฉานโดยไม่ต้องลงมือทุบตีแม้แต่น้อย
ณ มุมหนึ่งของห้องโถง ฉีเหิง แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น ในชุดคลุมศึกสีดำปักลายพยัคฆ์เงิน นั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีทอดมองร่างระหงของภรรยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความพึงพอใจ ความเอ็นดู และความระแวกระวังในคราวเดียวกัน รอยแผลเป็นพาดผ่านสันจมูกยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าหล่อเหลาดุดันนั้นดูน่าเกรงขาม เขายกจอกสุหาขึ้นจิบเงียบๆ โดยไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาแทรกแซง ปล่อยให้ภรรยาตัวน้อยของเขาแสดงฝีมือจัดการศัตรูด้วยสมองอันปราดเปรื่องอย่างเต็มที่ เพราะเขารู้ดีว่า... หว่านหนิงในยามนี้นั้นงดงามและอันตรายยิ่งกว่าคมดาบในมือเขาเสียอีก
"เจ้า... เจ้าใส่ความข้า!" เซี่ยฮูหยินใหญ่กรีดร้องออกมาด้วยความจนตรอก ลืมสิ้นซึ่งมาandยาทของฮูหยินผู้สูงศักดิ์ "หลักฐานลมๆ แล้งๆ เช่นนี้ ใครจะไปเชื่อ! ท่านแม่ทัพ ท่านดูนางเถอะเจ้าค่ะ นางเป็นเพียงอนุภรรยาที่สามีเก็บมาเลี้ยง ไยจึงกล้าปรักปรำฮูหยินเอกเช่นข้า!"
นางหันไปขอความช่วยเหลือจากฉีเหิง ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงสายตาดุจคมมีดที่ส่งตรงมา จนเซี่ยฮูหยินต้องสะท้านเฮือกถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"อนุภรรยาอย่างนั้นหรือ?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากบุรุษผู้ครองกองทัพ ฉีเหิงวางจอกสุราลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กริ๊ง' ราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนโลงศพ "ภรรยาเอกในนามของข้า มีเพียงเซี่ยหว่านหนิงผู้เดียว ส่วนคนตระกูลเซี่ยของเจ้า... หากยังพูดจาเพ้อเจ้อสร้างความรำคาญให้ฮูหยินของข้า เกรงว่าพรุ่งนี้เช้า จวนตระกูลเซี่ยคงต้องเปลี่ยนป้ายชื่อใหม่กระมัง"
คำขู่ที่เรียบง่ายแต่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด ทำให้เซี่ยฮูหยินใหญ่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมสำหรับหว่านหนิงแล้ว... ทว่า ในจังหวะนั้นเอง ที่สายตาของนางเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของบ่าวรับผิดชอบงานเลี้ยงที่กำลังถอยหลังหายเข้าไปในม่านมุ้งด้านหลัง
นางจำปานแก้วลวดลายประหลาดบนข้อมือของบ่าวคนนั้นได้แม่นยำ... มันไม่ใช่บ่าวของจวนเซี่ย และไม่ใช่คนของกองทัพพยัคฆ์ประจิม!
หัวใจของหว่านหนิงกระตุกวูบ สัญชาตญาณอันตรายกรีดร้องเตือนภัย นางรีบผุดลุกขึ้นจะก้าวเข้าไปขัดขวาง ทว่าช้าไปเสียแล้ว เมื่อบ่าวผู้นั้นยกมือขึ้นกระชากม่านผ้าแพรออก เผยให้เห็นร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวพ้นเงาสลัวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาให้นางโดยเฉพาะ
"คิดไม่ถึงเลยว่า ฮูหยินน้อยเซี่ยจะมีความสามารถถึงเพียงนี้... เสียดายนัก ที่หมากกระดานนี้ มิได้มีเพียงเจ้ากับตระกูลเซี่ยเท่านั้นที่กำลังเดิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษลึกลับผู้สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ทำให้ดวงตาคู่สวยของเซี่ยหว่านหนิงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น—นั่นคือคนจากฝ่ายองค์ชายรองผู้ล่วงลับ... บุคคลที่ควรจะถูกกำจัดไปตั้งแต่สงครามชายแดนเมื่อครึ่งปีก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากในสายหมอกแห่งเล่ห์กลนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 16
ความลับใต้รอยยิ้ม
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!