หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 15

เกมการเมืองที่เดิมพันด้วยศรัทธา

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของเอกสารราชการเก่าเก็บในห้องหนังสือลับ คล้ายกำลังกัดเซาะประสาทสัมผัสของคนทั้งคู่ให้ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง “ท่านแม่ทัพคิดว่า ‘ความภักดี’ ที่ท่านมอบให้ราชสำนักเหนือหัว กับหยาดเลือดของเหล่าขุนนางเฒ่าตระกูลโฉวที่ถูกกวาดล้างเมื่อสิบปีก่อน สิ่งใดมีน้ำหนักมากกว่ากันบนตาชั่งแห่งความยุติธรรมคะ” น้ำเสียงของเซี่ยหว่านหนิงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ใต้แพรไหม นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงตาหงส์ยังคงจดจ้องอยู่กับบันทึกคดีเก่าที่ถูกเปิดค้างไว้ หน้ากระดาษเหลืองกรอบปรากฏลายมือหวาดระแวงและคราบโลหิตจางๆ ที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน ฉีเหิงขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น2-3ริ้ว รอยแผลเป็นพาดผ่านแผ่นหลังใต้ชุดเกราะหนักราวกับคำสาปจากสนามรบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะไม้จันทน์ทีละก้าวอย่างคุกคาม ไอร้อนจากกายของบุรุษผู้คร่ำหวอดในกองเลือดแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวอึดอัด “เจ้ากำลังเล่นกับไฟ หว่านหนิง” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน ดุดันและเย่อหยิ่งดั่งพญาอินทรีที่ถูกท้าทาย “ขุนนางตระกูลโฉวสมควรตาย พวกมันคดโกง สมคบคิดกับชนเผ่าทางเหนือ ขายชาติแลกเงินทอง เอกสารเหล่านี้... ใครจะรู้ว่าเจ้าไม่ได้ปั้นแต่งขึ้นมาใหม่เพื่อล้างมลทินให้คนตาย!” “ท่านกล้ากล่าวว่าพวกเขาสมคบคิดจริงหรือเพคะ?” หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นลึกล้ำดั่งห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่ออำนาจของแม่ทัพผู้กุมกำลังทหารครึ่งแผ่นดิน “ท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร มองด้วยตา หรือมองด้วยหัวใจกันแน่? เอกสารชิ้นนี้ลงนามโดยมือของบิดาฉัน... และตราประทับประจำตัวที่ท่านเห็นอยู่นี้ เป็นของขุนนางผู้ซื่อสัตย์ที่ยอมตายคาสนามฝึกยุทธ์เพราะปฏิเสธที่จะส่งเสบียงเน่าเสียให้กองทัพของท่านในอดีต!” ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ฉีเหิงชะงักกึก ภาพความทรงจำสีเลือดเมื่อสิบปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว ในยามนั้นเขายังเป็นเพียงแม่ทัพหนุ่มผู้หิวกระหายชัยยะ รับคำสั่งเบื้องบนให้กวาดล้าง ‘กบฏ’ โดยไม่เคยตั้งคำถาม ทว่า... เสบียงทหารล็อตสุดท้ายที่ช่วยชีวิตกอง 3,000 นายของเขาในยามวิกฤตกลางฤดูหนาวปีนั้น แท้จริงแล้วเบื้องหลังคือหยาดเหงื่อและลมหายใจสุดท้ายของขุนนางตระกูลโฉวที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏอย่างนั้นหรือ? “เหลวไหล!” ฉีเหิงตบโต๊ะเสียงดังสนั่น แรงสะเทือนทำให้ถ้วยชาหยกขาวสั่นไหวจนน้ำชาฉิดกระเซ็น “หากพวกเขาบริสุทธิ์ เหตุใดราชโองการประหารจึงเด็ดขาดยิ่งนัก เหตุใดไม่มีผู้ใดกล้าแก้ต่างแม้แต่คนเดียว!” “เพราะ ‘ความสงบเรียบร้อย’ ของราชสำนักสำคัญกว่าความจริงอย่างไรเล่าเพคะ” หว่านหนิงลุกขึ้นยืน ชายผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชาดไหววูบตามจังหวะก้าว นางขยับเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นอายบุรุษและสนิมเหล็กจางๆ สัมผัสได้ถึงความสั่นไหวเล็กๆ ในม่านตาของแม่ทัพผู้แข็งกร้าว “ท่านถูกหลอกใช้ให้เป็นคมดาบสังหารคนบริสุทธิ์ เพื่อให้พวกขุนนางกังฉินกลุ่มเดิมเสวยสุขบนกองเงินกองทอง... ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ท่านกล้าพอที่จะก้าวลงจากบัลลังก์แห่งความหลงผิด แล้วมองความจริงด้วยตาตนเองหรือไม่” ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องหนังสือชั่วขณะ ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านหน้าต่างบานแกะสลัก นำพาเศษใบไม้แห้งเข้ามาตกโปรยปรายอยู่แทบเท้า เคมีระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดเสียจนราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บยามที่สายตาสองคู่ปะทะกัน ความเย่อหยิ่งดุดันของฉีเหิงกำลังถูกท้าทายอย่างถึงรากถึงโคน ไม่ใช่ด้วยกำลังทหารหรืออำนาจมืด แต่ด้วยสติปัญญาและศรัทธาอันแน่วแน่ของสตรีตรงหน้า นิ้วแกร่งของแม่ทัพยื่นออกไปหมายจะคว้าจับต้นแขนเรียวบางเพื่อระบายความหงุดหงิด ทว่าหว่านหนิงกลับไม่ถอยหนีแม้แต่นصفก้าว นางเพียงจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันในโชคชะตา รอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในปมในใจของเขา สะกิดแผลเป็นที่เขาพยายามกลบเกลื่อนมาตลอดชีวิต “เจ้า... ช่างกล้านัก หว่านหนิง” ฉีเหิงเค้นเสียงลอดไรฟัน มือที่เอื้อมมาหยุดชะงักกลางอากาศ ปลายนิ้วหยาบกร้านสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย—ทั้งโกรธแค้น หวาดระแวง และ... หวั่นไหวอย่างรุนแรง ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ “เรียนท่านแม่ทัพ! มี... มีพระราชโองการด่วนที่สุดจากในวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงขันทีคนสนิทหน้าห้องละล่ำละลักรายงานด้วยความตื่นตระหนก ฉีเหิงชักมือกลับอย่างไม่เต็มใจนัก เขาสบตากับหว่านหนิงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสะบัดชายเสื้อเดินออกไปเปิดประตู ท่ามกลางแสงค่ำคืนที่เริ่มโรยรา ขันทีเฒ่ายื่นม้วนพระราชโองการประทับตราหยกทองคำให้ด้วยมือที่สั่นเทา ทันทีที่คลี่ออกอ่าน นัยน์ตาคมกราดของแม่ทัพผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใด กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ข้อความในพระราชโองการระบุชัดเจนว่า ตระกูลเซี่ยกำลังจะส่งบุตรสาวอีกคนเข้าพิธีสมรสเชื่อมสัมพันธ์ทางการเมืองกับ ‘อ๋องสาม’ ผู้เป็นศัตรูทางการเมืองตัวฉกาจของฉีเหิงในคืนวันพรุ่งนี้! และชื่อที่ปรากฏในฐานะเจ้าสาว... หาใช่ใครอื่นไม่ แต่มันคือชื่อของ ‘เซี่ยหว่านหนิง’ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายหมอกที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%