กลิ่นกำยานหอมอวลจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นสนิมเหล็กและไอเย็นเยียบของค่ำคืนไร้จันทร์
“หากเจ้าพลาดเพียงก้าวเดียว ศีรษะของเจ้าจะไม่ได้วางอยู่บนบ่าจนถึงรุ่งสาง”
เสียงกระซิบแหบพร่าของฉีเหิงดังขึ้นชิดใบหู ขณะที่เขากดร่างของเซี่ยหว่านหนิงให้แนบสนิทไปกับกำแพงวังหลวงที่สูงตระหง่าน มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบกุมข้อมือนางไว้แน่น ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าชุดสีนิลที่นางสวมใส่ หัวใจของหว่านหนิงเต้นรัวดั่งกลองศึกที่รัวเร่ง แต่ใบหน้ากลับราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก
“ท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจ ท่านกังวลว่าข้าจะมือสั่น หรือกังวลว่าตราประทับนั่นจะหลุดมือไปถึงมือศัตรูของท่านกันแน่คะ?” หว่านหนิงย้อนถาม แววตาของนางในความมืดดูราวกับดวงดาราที่ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน
ฉีเหิงแค่นยิ้มในความมืด รอยแผลเป็นที่พาดผ่านแผ่นหลังดูจะเต้นเร่าด้วยความตื่นเต้น “ข้ากังวลว่าเจ้าจะฉลาดจนลืมไปว่า ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยเจ้าชิงอำนาจ แต่มาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของข้า”
“เราต่างก็รู้ดีว่า ‘ของของใคร’ ในวังหลวงแห่งนี้ ไม่เคยมีอยู่จริง”
เซี่ยหว่านหนิงขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเขาอย่างนุ่มนวล ท่วงท่าของนางพลิ้วไหวราวกับภูตพรายในเงามืด เมื่อไร้ซึ่งแสงจันทร์นำทาง ความสามารถในการอ่านกระแสลมและจังหวะการเดินขององครักษ์วังหลวงจึงกลายเป็นทักษะชี้ชะตา
นางกระโดดขึ้นไปบนยอดจั่วหลังคาตำหนักบรรทมอย่างเงียบเชียบ ทุกก้าวย่างของนางไร้ซึ่งสุ้มเสียง ราวกับนางเป็นเพียงละอองหมอกที่เคลื่อนผ่านกระเบื้องเคลือบสีเหลืองทองที่กั้นขวางอำนาจสูงสุดของแผ่นดินไว้ภายใต้การดูแลของฮ่องเต้ผู้เฒ่าที่กำลังประชวรหนัก
ภายในห้องทรงพระอักษร แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของหีบไม้จันทน์หอมที่มุมห้อง นั่นคือจุดหมาย ตราประทับลับที่สามารถโยกย้ายกำลังทหารทั่วหัวเมืองได้ หากได้มันมาครอง ในมือของฉีเหิง... โฉมหน้าของราชวงศ์นี้ย่อมเปลี่ยนไปตลอดกาล
หว่านหนิงหยิบเข็มเงินเล่มเล็กออกมาจากสาบเสื้อ พลิกกลอนประตูที่ลงอาคมแน่นหนาด้วยความเชี่ยวชาญ เสียง ‘คลิก’ เบาหวิวที่ดังขึ้นในความเงียบสงัดทำให้หัวใจของนางหยุดเต้นไปครู่หนึ่ง
ทว่า ทันทีที่นางย่างเท้าเข้าไป กลิ่นหอมประหลาดที่ลอยวนอยู่ในอากาศกลับทำให้สติของนางพร่าเลือนไปชั่วขณะ
‘กลิ่นมวลบุปผาพันปี... ยาพิษ?’
หว่านหนิงฝืนกดจุดสกัดพิษที่ต้นคอของตนเองอย่างรวดเร็ว นางมองไปยังหีบไม้จันทน์หอมที่เปิดอ้าอยู่ก่อนแล้ว ภายในนั้นว่างเปล่า!
“มาสายไปครึ่งก้าว หว่านหนิง...”
เสียงสตรีที่คุ้นหูและแฝงไปด้วยไอสังหารดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง เซี่ยฮูหยินใหญ่ก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นมุก ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มที่หยามหยัน “เจ้าคิดหรือว่าข้าจะปล่อยให้ตัวหมากที่ข้าเป็นคนเดินเองตั้งแต่วันที่เจ้าถูกทิ้งไว้ให้ตายในกองเพลิง จะกลับมาเดินหมากตาที่เจ้าต้องการได้?”
หว่านหนิงกุมกระบี่สั้นในมือแน่น “ท่านป้า... ตราประทับนั่นไม่ใช่ของท่าน และไม่ใช่ของตระกูลเซี่ยที่เน่าเฟะของท่าน”
“มันเป็นของใครไม่สำคัญเท่ากับว่า เจ้ากำลังจะตายอยู่ที่นี่” เซี่ยฮูหยินใหญ่โบกมือเพียงครั้งเดียว องครักษ์ชุดดำนับสิบพุ่งตัวออกมาจากเพดานและพื้นห้อง ล้อมกรอบนางไว้ในวงล้อมแห่งความตาย
ในจังหวะที่คมดาบกำลังจะพุ่งเข้าหา หว่านหนิงกลับฉีกยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่ทำให้เซี่ยฮูหยินใหญ่ชะงัก
“ท่านป้า ท่านลืมไปแล้วหรือคะ ว่าก่อนที่ข้าจะเข้ามา... ข้าได้วางหมากไว้กี่ตัว?”
ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากทางทิศตะวันออกของวังหลวง เปลวเพลิงสีน้ำเงินลุกโชนขึ้นบนท้องฟ้ามืดมิด เสียงโห่ร้องของทหารนับพันดังกระหึ่มเข้ามาใกล้กำแพงวัง ทหารองครักษ์ที่ล้อมนางไว้เริ่มเสียกระบวน
ฉีเหิงปรากฏตัวขึ้นที่หน้าต่าง ร่างของเขาอาบไปด้วยเลือดแต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้มอย่างบ้าคลั่ง ในมือของเขาชูผ้าแพรสีเหลืองทองที่ดูเหมือนราชโองการชิ้นใหม่
“เจ้าไม่ได้ขโมยตราประทับ แต่เจ้าขโมย ‘ราชโองการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ’ ไปตั้งแต่วันที่เข้าวังครั้งก่อนแล้วสินะ...” ฉีเหิงตะโกนผ่านความวุ่นวาย
หว่านหนิงอาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งตัวเข้าหาฮูหยินใหญ่ นางไม่ได้ต้องการฆ่า แต่เพียงต้องการความจริง
“ตราประทับที่ท่านถืออยู่... คือของปลอมที่ข้าเตรียมไว้ให้ท่านตั้งแต่วันนั้น!”
ทว่า ในวินาทีที่นางจะคว้าตัวฮูหยินใหญ่ไว้ได้ กลิ่นหอมประหลาดก็รุนแรงขึ้นจนนางทรุดเข่าลงเลือดสดๆ ไหลออกจากมุมปากของหว่านหนิง
ฮูหยินใหญ่หัวเราะร่า “ถูกพิษเพียงนิดก็ยังกล้าอวดดี... หว่านหนิง เจ้าลืมไปว่าหมากกระดานนี้ ข้าเป็นคนวางฐานกระดานไว้!”
เซี่ยหว่านหนิงมองไปที่ประตูห้องที่ค่อยๆ เปิดออก บุคคลที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่ทหารของฉีเหิง แต่เป็นเงาร่างที่นางจำได้แม่นยำที่สุด...
“เสด็จพ่อ... ท่านยังมีชีวิตอยู่?”
คนผู้นั้นก้าวออกมาจากความมืด ในมือถือตราประทับจริงที่นางตามหามาตลอดสามปี พร้อมกับชี้ดาบมาที่นางและฉีเหิงด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายหมอกที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 14
ม่านหมอกในค่ำคืนจันทร์ดับ
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!