หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 25

กลอุบายสะท้านเมือง

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาที่เผาไหม้จนใกล้หมดดอกลอยอวลอยู่ในห้องรับรองชั้นในของจวนสกุลเซี่ย ทว่าความหอมหวานนั้นไม่สามารถกลบเกลื่อนความตึงเครียดที่แผ่ซ่านอยู่ในอากาศได้แม้แต่น้อย “เจ้าแน่ใจหรือว่าข่าวลือเรื่อง ‘ตราประทับหยกทมิฬ’ จะดึงปลาน้ำลึกตัวนั้นขึ้นมาฮุบเหยื่อได้จริง?” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ฉีเหิงในชุดคลุมผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ซ่อนลายสีดำสนิทนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายทอดมองไปยังร่างระหงของสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เซี่ยหว่านหนิงในอาវคลุมสีมุกปักลายดอกโบตั๋นสีชาดกำลังบรรจงใช้ปลายนิ้วเรียวงามคีบเมล็ดหมากสีขาววางลงบนกระดานไม้กระดานเก่าคร่ำคร่า ท่วงท่าของนางสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ที่ไม่มีลมระลอกใดพัดผ่านได้ เซี่ยหว่านหนิงไม่เงยหน้าขึ้นมองเขา นางเพียงคลี่ยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นจนน่าขนลุก “ท่านอ๋องทรงร้อนใจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ปลาน้ำลึกย่อมมีความระแวงสูงเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นของล้ำค่าอย่างตราประทับทมิฬที่สูญหายไปตั้งแต่รัชศกก่อน มีหรือที่ ‘เซี่ยฮูหยินใหญ่’ ผู้กระหายอำนาจจนตัวสั่นจะอดใจไหว” เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบขัดจังหวะบทสนทนา บ่าวรับใช้คนสนิทของเรือนใหญ่คุกเข่าลงด้วยความตื่นตระหนกจนชายเสื้อสั่นระริก “เรียน... เรียนฮูหยินรอง ตอนนี้ฮูหยินใหญ่ทรงมีรับสั่งให้ประกาศหาหมอเทวดาจากทั่วสารทิศเพื่อมารักษาอาการประชวรในงานเลี้ยงชมบุปผาพรุ่งนี้เจ้าค่ะ และ... และยังทรงนำกล่องไม้ประดับมุกที่ท่านเจ้ากรมซ่อนไว้ ออกมาอวดอ้างว่าเป็นของหมั้นจากราชสำนักด้วยเจ้าค่ะ!” ฉีเหิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที “หางโผล่ออกมาแล้วสินะ ความโลภบังตาจนไม่รู้ว่าบ่วงบาศก์ถูกรัดรอบคอตั้งแต่เมื่อใด” เซี่ยหว่านหนิงวางหมากสีดำลงบนกระดานเสียงดัง ‘ก๊อก’ เป็นสัญญาณปิดเกมในกระดานนี้ นางเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้มีแผลเป็นจากสนามรบพาดผ่านแผ่นหลัง แววตาของนางทั้งลุ่มลึกและคมคาย “พรุ่งนี้ในงานเลี้ยงชมบุปผา... คือเวลาที่ความจริงทั้งหมดจะถูกกระชากลงมาตากแดดให้ผู้คนทั้งเมืองหลวงได้ประจักษ์ว่า ตระกูลเซี่ยที่ยิ่งใหญ่เบื้องหน้า แท้จริงแล้วเน่าเฟะถึงแก่นเพียงใด” วันต่อมา ณ อุทยานบุปผาชาติของจวนสกุลเซี่ย กลีบดอกโบตั๋นและหมู่มวลบุปผานานาพันธุ์แข่งกันเบ่งบานแข่งความงามท่ามกลางเสียงบรรเลงดนตรีจีนโบราณอันรื่นหู แขกเหรื่อผู้มีหน้ามีตาในเมืองหลวงต่างพากันมาเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเยินยอและรอยยิ้มจอมปลอมที่สวมหน้ากากเข้าหากัน เซี่ยฮูหยินใหญ่ในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองอร่าม ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องประทับชั้นเลิศ นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานด้วยความภาคภูมิใจ นางกวาดสายตามองเหล่าฮูหยินจากจวนต่างๆ ที่ต่างพากันเข้ามาประจบประแจง กล่องไม้ประดับมุกที่วางอยู่บนโต๊ะข้างกายคือสิ่งที่นางตั้งใจนำมาประกาศศักดา เพื่อตอกย้ำว่าอำนาจในเรือนหลังนี้ยังคงอยู่ในกำมือของนางแต่มือเดียว “ทุกท่านโปรดดูนี่เถิด นี่คือตราประทับและราชสาส์นลับที่ได้รับพระราชทานจาก... อุעם!” เสียงหวานแหลมที่กำลังโอို้อวดหยุดชะงักลงทันที เมื่อจู่ๆ ประตูทางเข้าอุทยานถูกถีบเปิดออกด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง ร่างสูงสง่าของฉีเหิงในชุดเกราะทหารเต็มยศก้าวเข้ามาอย่างองอาจ ดุดัน และไร้ซึ่งความเกรงกลัวผู้ใด ตามด้วยเซี่ยหว่านหนิงที่เดินเคียงคู่มาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาวบนท้องฟ้ามืดมิด บรรยากาศในงานเงียบกริบลงในทันดล เสียงดนตรีหยุดชะงัก เหล่าแขกเหรื่อต่างพากันลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตะลึงและหวาดผวา “ท่านอ๋อง... ลมอะไรหอบพระองค์มาเยือนจวนอัปמอของหม่อมฉันเช่นนี้เพคะ?” เซี่ยฮูหยินใหญ่ฝืนยิ้มเกร็ง รีบผุดลุกขึ้นทำความเคารพ แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มผุดซึมตามไรผม ฉีเหิงไม่ชายตาแลนางแม้แต่น้อย เขากวาดสายตาดุจพญาเหยี่ยวไปยังกล่องไม้ประดับมุกบนโต๊ะ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะก้องกังวาน “ลมแห่งความยุติธรรมอย่างไรเล่า ฮูหยินใหญ่! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงนำ ‘ตราประทับปลอม’ และเอกสารราชการอันเป็นเท็จมาแอบอ้างว่าเป็นของพระราชทาน คิดจะกบฏต่อราชสำนักหรืออย่างไร!” สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นราวกับคลื่นซัด เซี่ยฮูหยินใหญ่หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ร่างกายสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ นางหวีดร้องเสียงหลง “ไม่จริง! พระองค์ใส่ร้ายหม่อมฉัน! ของเหล่านี้... ของเหล่านี้ได้มาจาก...” “ได้มาจากห้องลับใต้ถุนเรือนของเจ้า ที่เจ้าใช้กักขังและสังหารอนุภรรยาเมื่อสิบปีก่อนใช่หรือไม่!” เสียงของเซี่ยหว่านหนิงดังแทรกขึ้นมา ตัดรอนความพยายามแก้ตัวของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง นางก้าวออกไปเบื้องหน้า เผชิญหน้ากับมารดาเลี้ยงผู้โหดเหี้ยม แววตาที่เคยซ่อนความเจ็บปวดบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและอำนาจที่เหนือกว่า “ท่านแม่... หรือควรเรียกว่าฆาตกรผู้สวมหน้ากากผู้ทรงศีล ความลับที่เจ้าปกปิดไว้ใต้กองเลือดมาเนิ่นนาน ถึงเวลาที่ต้องชำระสะงักแล้วเจ้าค่ะ!” เซี่ยฮูหยินใหญ่กรีดร้องอย่างเสียสติ นางพุ่งหยิบกริชเล่มงามที่ซ่อนไว้ใต้มือจะพุ่งเข้าใส่เซี่ยหว่านหนิงด้วยความคับแค้นใจ ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะสัมผัสปลายเสื้อ ร่างของนางก็ต้องชะงักง้างค้างเติ่งกลางอากาศ เมื่อคมดาบเล่มมหึมาของฉีเหิงพาดผ่านลำคอของนางด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เลดี้ผู้เคยเย่อหยิ่งทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคนในงาน ทว่า... ในจังหวะที่ทุกสายตาต่างจดจ่ออยู่กับความวุ่นวายเบื้องหน้า เสียงปรบมือเบาๆ ชวนขนหัวลุกก็ดังขึ้นจากระเบียงชั้นสองของหอฟากฟ้า “ช่างเป็นฉากการลงทัณฑ์ที่งดงามและเลือดเย็นเสียจริง... สมกับที่เป็น ‘พระชายา’ ของท่านอ๋องผู้เหี้ยมโหด” ร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มก้าวออกมาจากเงาดำ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกสวมทับด้วยหน้ากากเงินลายจิ้งจอก ทว่าแววตาที่มองลงมากลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและคุ้นเคยอย่างประหลาด เซี่ยหว่านหนิงชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบทันทีที่ได้ยินสำเนียงเสียงนั้น ร่างกายเย็นเฉียบลงในพริบตาเมื่อตระหนักว่า... บุคคลที่ซักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดหาใช่เซี่ยฮูหยินใหญ่ไม่ หากแต่เป็นคนใกล้ตัวที่พวกนางคาดไม่ถึงที่สุด! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลและเกมหมากอันเชือดเชือนนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%