เสียงกริ่งทองเหลืองสั่นสะท้านขึ้นเบา ๆ สามครั้ง เป็นสัญญาณเตือนว่าอำนาจที่ค้ำจุนตระกูลเซี่ยมานานนับทศวรรษได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ
ภายในห้องโถงใหญ่ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายของกำยานราคาแพง บรรยากาศกลับเย็นเยียบดั่งน้ำค้างกลางฤดูหนาว เซี่ยฮูหยินใหญ่ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สลักลายหงส์ด้วยมืออันสั่นเทา ดวงตาที่เคยเฉียบคมและกวาดมองบ่าวไพร่ด้วยความเหี้ยมเกรียม บัดนี้กลับเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกยามกวาดสายตามองบัญชีทรัพย์สินและตราประทับประจำตระกูลนับสิบชิ้นที่ถูกรวบรวมมากองตรงหน้า นางไม่คาดคิดเลยว่าวันที่อำนาจหลุดมือจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดคิด และผู้ที่ดึงมันออกจากมือของนาง จะเป็นสตรีผู้นั้น... เซี่ยหว่านหนิง
"เจ้า... เจ้ากล้าดียังไงถึงริบตราประทับเหล่านี้ไปจากมือข้า หว่านหนิง!" เสียงแหบพร่าของฮูหยินใหญ่ตวาดลั่น แม้จะพยายามรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นแม่ใหญ่แห่งจวน แต่น้ำเสียงที่สั่นเครือก็ฟ้องชัดเจนว่านางกำลังหวาดกลัว
เซี่ยหว่านหนิงแย้มยิ้มบางเบa รอยยิ้มนั้นงดงามทว่าเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี นางสวมชุดผ้าแพรปักลายดอกโบตั๋นสีชาด เดินทอดน่องเข้ามาอย่างเชื่องช้า ราวกับพญาหงส์ที่กำลังตรวจตราอาณาเขตของตนเอง ดวงตาคู่คมกริบมองสตรีผู้มีศักดิ์เป็นแม่ด้วยความสมเพชเวทนา
"ฮูหยินใหญ่เจ้าคะ... คำว่า 'กล้า' นี้ ข้าคงต้องยกความดีความชอบให้ท่านเสียมากกว่า ที่ผ่านมาท่านใช้กฎระเบียบของตระกูลเป็นอาวุธ สั่งโบกยี่สิบไม้บ้าง ขับไล่บ่าวไพร่ตาดำๆ ออกจากจวนบ้าง เพื่อปกป้องอำนาจจอมปลอมของตนเอง แต่น่าเสียดายนะคะ... อำนาจที่สร้างขึ้นบนคราบน้ำตาและเลือดเนื้อของผู้อื่น มักจะพังทลายลงได้ง่ายดายยิ่งกว่าปราสาททรายยามคลื่นซัดเสียอีก"
บ่าวรับใช้และพ่อบ้านต่างยืนก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกคนต่างรู้ดีว่าในเวลานี้ เซี่ยหว่านหนิงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ด้วยตัวคนเดียว ด้านหลังของนางยังมีเงาร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพฉีเหิงผู้เย่อหยิ่งและดุดันยืนค้ำจุนอยู่ ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังฟังดูน่ากลัว
ฉีเหิงก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถง รองเท้าบูทหนังส่งเสียงกระทบพื้นศิลาเป็นจังหวะหนักแน่น ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬขับเน้นให้เขาดูน่าเกรงขามดั่งพญายม เขากวาดสายตาคมปลาบมองเซี่ยฮูหยินใหญ่เพียงแวบเดียว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"บัญชีลับการค้าขายเกลือเถื่อนและการติดነบกับขุนนางกังฉินเมื่อสามปีก่อน ถูกส่งถึงมือฮ่องเต้แล้วนะฮูหยินใหญ่... เกรงว่าเก้าอี้ใต้เท้าเซี่ยในราชสำนัก ก็คงนั่งได้อีกไม่นานเช่นกัน"
คำพูดเพียงประโยคเดียวเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเซี่ยฮูหยินใหญ่ นางหน้าถอดสี ร่างกายเซถลาเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวัง ทุกอย่างพังทลายลงแล้ว ทั้งอำนาจในเรือนหลังและอำนาจในราชสำนัก ตระกูลเซี่ยที่นางเฝ้าฟูมฟักและปกป้องด้วยเล่ห์กลสารพัด บัดนี้กลับถูกทำลายลงด้วยมือของบุตรสาวนอกสายตาที่นางเคยคิดจะกำจัดทิ้งตั้งแต่ยังเยาว์วัย
เซี่ยหว่านหนิงก้มลงหยิบตราประทับหยกขาวขึ้นมาพิจารณาเบา ๆ สัมผัสเย็นเยียบของหยกสะท้อนถึงความเด็ดเดี่ยวในใจของนาง นางเงยหน้าขึ้นสบตากับมารดาผู้ให้กำเนิด แววตาคู่นั้นไม่มีความแค้นเคืองเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าและการตัดขาดอย่างสมบูรณ์
"ท่านแม่... ไม่สิ ฮูหยินใหญ่" หว่านหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน "นับจากวันนี้เป็นต้นไป เรือนหลังนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับคนไร้ประโยชน์เช่นท่านอีกแล้ว เชิญท่านไปพักผ่อนตามอัธยาศัยที่เรือนพักปลายสวนเถิดค่ะ ที่นั่นสงบเงียบดี เหมาะแก่การสำนึกผิดในสิ่งที่ท่านเคยทำไว้ตลอดชีวิต"
"เจ้า... นังเด็กอกตัญญู! เจ้าจะขังข้าอย่างนั้นหรือ!" ฮูหยินใหญ่กรีดร้องสุดเสียงด้วยความคลุ้มคลั่ง พยายามจะพุ่งเข้ามาตบหน้าบุตรสาว แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัว บ่าวรับใช้ร่างกำยำสองคนก็ตามเข้ามาล็อกตัวนางไว้ทันทีตามคำสั่งของแม่ทัพฉีเหิง
ฉีเหิงก้าวเข้ามาโอบเอวบางของเซี่ยหว่านหนิงไว้ด้วยความทะนุถนอม สายตาที่เขามองนางเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและมั่นคงดั่งหินผา เขารู้ดีว่ากว่าที่สตรีในอ้อมกอดของเขาจะเดินมาถึงจุดนี้ นางต้องผ่านความเจ็บปวดและความโดดเดี่ยวมามากเพียงใด
ในขณะที่สถานการณ์ภายในห้องโถงกำลังจะสงบลง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์ประจำตัวฉีเหิงก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าผู้เป็นนายด้วยใบหน้าซีดเผือด มือทั้งสองข้างประคองกล่องไม้สนสลักลายมังกรห้าเล็บไว้อย่างระมัดระวัง
"ท่านแม่ทัพ! มีพระราชโองการด่วนจากเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ!"
ฉีเหิงขมวดคิ้วมุ่นยามรับกล่องไม้นั้นมาเปิดออก เซี่ยหว่านหนิงเองก็หันไปมองด้วยความสงสัย ทว่าเมื่อสายตาคมกวาดอ่านข้อความบนผ้าแพรสีเหลืองทอง
สีหน้าของแม่ทัพผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด กลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดและดุดันขึ้นมาทันที
พระราชโองการฉบับนี้ไม่ได้สั่งการเรื่องราชการสงคราม... แต่มันคือพระราชโองการลับที่สั่งประหารชีวิตเซี่ยหว่านหนิงภายในสามวัน ในข้อหากบฏต่อแผ่นดินโดยมีหลักฐานพัวพันกับกบฏชายแดนที่ถูกจัดฉากขึ้นอย่างแนบเนียน!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์กลและเกมหมากอันเชือดเชือนนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 26
อำนาจที่ล่มสลาย
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!