กลิ่นกำยานไม้กฤษณาที่อบอวลอยู่ในห้องทรงอักษรดูจะหนักอึ้งกว่าปกติ เมื่อถ้อยคำหยามหยันของเซี่ยฮูหยินใหญ่ยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพของเซี่ยหว่านหนิง นางไม่ได้สะทกสะท้านกับคำขู่เรื่องโทษทัณฑ์จากเบื้องสูง แต่นางกำลังครุ่นคิดถึง ‘หมาก’ กระดานต่อไปที่จะวางอย่างไรไม่ให้มังกรในเงามืดอย่างฉีเหิงกลายเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด
“เจ้าคิดว่าคำกล่าวของนางคือเรื่องตลกหรืออย่างไร”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจทำลายความเงียบงันลง ฉีเหิงก้าวออกมาจากเงามืดหลังฉากกั้นไม้แกะสลัก ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดของแม่ทัพผู้ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนจ้องเขม็งมาที่หญิงสาวตรงหน้า เขาไม่ได้สวมชุดเกราะอ่อนในยามนี้ มีเพียงชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆาที่ยิ่งขับเน้นความเยือกเย็นบนใบหน้าให้ดูน่าเกรงขามขึ้นอีกเท่าตัว
เซี่ยหว่านหนิงวางพู่กันในมือลงอย่างใจเย็น นางหยิบถ้วยชาขึ้นจิบเพียงเบาบางก่อนจะเอ่ยตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “ความตายมิใช่เรื่องตลกสำหรับผู้ที่รักตัวกลัวตายเจ้าค่ะ แต่สำหรับข้า... มันเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งของเกมที่ต้องแลกเปลี่ยน”
“แลกเปลี่ยน?” ฉีเหิงแค่นหัวเราะ เสียงนั้นแห้งแล้งและเย็นเยียบ “เจ้าคิดว่าสถานะพระชายาของเจ้ามีค่าพอจะแลกกับชีวิตที่เหลืออยู่หรือ การที่นางกล้าเปิดปากพูดเช่นนั้น หมายความว่าหลักฐานในมือของนางมีน้ำหนักพอจะทำให้ราชโองการหลั่งเลือดลงบนพื้นเรือนสกุลเซี่ยได้เลยทีเดียว”
เซี่ยหว่านหนิงวางถ้วยชาลง เสียงกระเบื้องกระทบโต๊ะไม้มะฮอกกานีดังแผ่วเบา แต่มันกลับก้องกังวานในความรู้สึกของคนทั้งสอง นางเงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับแม่ทัพผู้หยิ่งผยองอย่างไม่ลดละ “เพราะฉะนั้น ข้าจึงไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความเมตตา แต่ข้ามาเพื่อ ‘เชิญ’ ให้ท่านอ๋องก้าวลงมาเดินหมากกระดานนี้ร่วมกับข้า”
ฉีเหิงก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นอายบุรุษเพศที่แฝงไปด้วยไอสังหารทำให้นางรู้สึกถึงความบีบคั้น แต่เซี่ยหว่านหนิงกลับเผยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “หากท่านช่วยข้ากำจัดเสี้ยนหนามชิ้นนี้ ท่านจะได้อำนาจในการควบคุมเส้นทางการค้าทางตอนเหนือที่สกุลเซี่ยกุมอยู่คืนไปทั้งหมด เป็นอย่างไร... ข้อเสนอที่ไร้สถานะผูกมัดเช่นนี้ ท่านว่าคุ้มค่าหรือไม่”
แม่ทัพหนุ่มนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขาพินิจใบหน้าของนางราวกับจะค้นหาความเท็จเทียม ในโลกที่การแต่งงานคือการตีตราจองตัวด้วยพันธสัญญาเลือด สตรีตรงหน้ากลับกล้าเสนอความร่วมมือแบบ ‘พันธสัญญาไร้ชื่อ’ ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร และไม่มีใครต้องรับผิดชอบต่อชะตากรรมของอีกฝ่ายเกินไปกว่าหน้าที่
“เจ้ากำลังเล่นกับไฟ หว่านหนิง” เขาพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากความดุดันกลายเป็นความลุ่มลึกที่ยากจะคาดเดา “การไร้สถานะหมายความว่าหากเจ้าพลาด ข้ามีสิทธิ์ที่จะตัดหางปล่อยวัดเจ้าได้ทันทีโดยไม่ต้องคำนึงถึงมรรยาททางสังคม”
“นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการ” นางตอบสวนกลับทันที “ข้าไม่ต้องการพันธนาการจากท่าน เช่นเดียวกับที่ท่านไม่ต้องการความวุ่นวายจากสตรีในเรือนหลัง ข้าเพียงต้องการกระบี่ของท่าน และท่านต้องการหมากของข้า... เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ฉีเหิงยื่นมือหนาออกมาคว้าข้อมือของนางไว้แน่น ผิวสัมผัสหยาบกร้านจากการจับดาบเสียดสีกับผิวเนียนละเอียด นางไม่ได้ดึงมือกลับ เพียงแต่จ้องมองดวงตาของเขาอย่างท้าทาย
“ดี... ถ้าเช่นนั้นก็จงจำไว้” ฉีเหิงเอ่ยเสียงต่ำ “นับแต่นี้ไป บนกระดานนี้ไม่มีเรื่องของความรักหรือความเมตตา มีเพียงชัยชนะที่ต้องแลกมาด้วยลมหายใจ”
เขาสะบัดมือออกแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบม้วนกระดาษใบลานที่ประทับตราลับของกองทัพส่งให้นาง “นี่คือรายชื่อสายลับของสกุลเซี่ยที่ฝังตัวอยู่ในค่ายทหารของข้า จงจัดการพวกมันเสีย หากเจ้าทำได้... คำสั่งประหารจากเบื้องสูงที่เจ้าว่า ข้าจะจัดการให้มันกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ความหมาย”
เซี่ยหว่านหนิงรับม้วนกระดาษมาถือไว้ นิ้วเรียวงามลูบผ่านตราประทับนั้นอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้า นางรู้ดีว่านี่คือการเปิดฉากสงครามครั้งใหญ่ที่ไม่อาจหันหลังกลับได้อีกแล้ว
“ขอบพระคุณท่านอ๋องที่ไว้วางใจ” นางย่อกายลงทำความเคารพอย่างงดงาม ก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ประตู
ทว่าก่อนที่นางจะก้าวพ้นธรณีประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เงาก็ดังแทรกเข้ามาอย่างตื่นตระหนก ประตูไม้ถูกผลักออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น องครักษ์คุกเข่าลงต่อหน้าฉีเหิงด้วยใบหน้าซีดเผือด
“ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... มีราชโองการด่วนจากในวังให้จับกุมพระชายาในข้อหา ‘กบฏต่อแผ่นดิน’ ขณะนี้ราชองครักษ์ล้อมจวนแม่ทัพไว้หมดสิ้นแล้ว!”
เซี่ยหว่านหนิงชะงักฝีเท้า นางหันกลับมาสบตากับฉีเหิง ในแววตาของเขาไม่มีความตกใจ มีเพียงประกายแห่งความกระหายในการต่อสู้ที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ มือหนาของเขาเอื้อมไปคว้าดาบประจำกายที่วางอยู่ใกล้ๆ พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูนางผ่านความวุ่นวาย
“ดูเหมือนว่ากระดานหมากของเจ้า จะถูกรุกฆาตเร็วกว่าที่คิดนะ... หว่านหนิง”
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของราชองครักษ์ที่กำลังพังประตูเข้ามา เซี่ยหว่านหนิงกลับนิ่งสงบราวกับภูผา นางหยิบพัดหยกประจำตัวขึ้นมาคลี่ออกช้าๆ รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้ากลับดูงดงามราวกับปีศาจที่กำลังจะร่ายมนตร์บทสุดท้าย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายหมอกนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 8
พันธสัญญาไร้ชื่อ
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!