หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 7

คมดาบที่หยุดไว้ด้วยคำพูด

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
รอยยิ้มบนริมฝีปากของเซี่ยฮูหยินใหญ่ในยามนี้ งดงามหยดย้อยปานดอกฝิ่นที่ผลิบานอาบยาพิษ นางถือม้วนราชโองการสีชาดไว้ในมือ กลิ่นอายของอำนาจและชัยชนะแผ่ซ่านอบอวลไปทั่วห้องโถงใหญ่ ประโยคที่ทิ้งค้างไว้จากปากของอนุภรรยาผู้รับใช้ยังไม่ทันจางหาย บรรยากาศรอบกายของเซี่ยหว่านหนิงก็ถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่า บนใบหน้าเนียนละเอียดดั่งหยกขาวของหว่านหนิง กลับไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก นางเพียงปรายตามองม้วนกระดาษในมือของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น ราวกับมันเป็นเพียงเศษใบไม้แห้งที่ปลิวมาตกอยู่ริมระเบียงเท่านั้น "ช่างเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันเสียจริง... แต่น่าเสียดาย ที่ราชโองการฉบับนี้ มิได้สนใจว่าพวกท่านจะรักกันมากเพียงใดหรอกนะเจ้าคะ" คำพูดเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นอีกครา ท่ามกลางสายตาสมเพชเวทนาและสะใจของเหล่าบ่าวไพร่ที่ยืนล้อมกรอบ เซี่ยฮูหยินใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของผู้กุมความตายของคนอื่นไว้ในกำมือ ราชโองการฉบับนี้ออกโดยขันทีคนสนิทของฮองเฮา เนื้อหาข้างในคงไม่พ้นพระราชกระแสรับสั่งให้แยกทาง หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นปลดนางออกจากตำแหน่งภรรยาเอกเพื่อเปิดทางให้บุตรสาวของตระกูลรองตบแต่งเข้าไปแทนที่ หว่านหนิงแค่นยิ้มในใจ ความหนาวเหน็บจากวัยเยาว์ที่เคยถูกตระกูลทอดทิ้งให้เผชิญความตายตามลำพังแล่นริ้วขึ้นมาเตือนสติ นางเรียนรู้มานานแล้วว่า ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและผลประโยชน์ น้ำตาคือสิ่งไร้ค่าที่สุด และความอ่อนแอคือความผิดบาปอันใหญ่หลวง "ฮูหยินใหญ่ช่างรอบคอบยิ่งนัก" หว่านหนิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล ทว่ากังวานก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงบ "แต่ท่านไม่คิดบ้างหรือว่า... การนำราชโองการนอกลู่นอกทางมาอ้างสิทธิ์ในเรือนหลังเช่นนี้ มีโทษถึงประหารชีวิตตระกูล?" เซี่ยฮูหยินใหญ่ชะงักฝีเท้า สีหน้าเปลี่ยนสีไปชั่วขณะก่อนจะหัวรอดออกมาเสียงดัง "สามหาม! เจ้าเป็นเพียงภรรยาตกกระป๋อง กล้าดียังไงมากล่าวหาว่าราชโองการนี้เป็นของปลอม!" "ของจริงหรือปลอม ประเดี๋ยวเราคงได้รู้กัน" หว่านหนิงก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างสง่างาม นางเชิดคอขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นลำคอระหงที่ดูเปราะบางแต่มั่นคงดั่งหินผา ทว่า ก่อนที่เซี่ยฮูหยินใหญ่จะทันได้ก้าวเข้ามาบังคับให้หว่านหนิงรับราชโองการด้วยการคุกเข่า ทันใดนั้นเอง... ประตูไม้ลงรักปิดทองบานใหญ่ของเรือนโถงก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างไร้ความปรานี! *โครม!* เสียงไม้หนาปะทะวงกบดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน แรงลมกรรโชกวูบหนึ่งพัดพาเอาไอเย็นเยือกและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ เข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณ เหล่าบ่าวไพร่ต่างพากันผวาถอยหลังด้วยความตกใจ เซี่ยฮูหยินใหญ่เองก็หน้าถอดสี หันขวับไปมองผู้มาเยือนด้วยความตระหนก ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมฆาทมิฬปรากฏขึ้นที่กรอบประตู แสงอาทิตย์ยามอัสดงด้านนอกอาบไล้เรือนร่างสง่างามกำยำ ดุจเทพสงครามผู้ก้าวเดินออกมาจากขุมนรก รอยแผลเป็นจางๆ ที่พาดผ่านใบหน้าคมคายยิ่งขับเน้นความดุดันน่าเกรงขามให้เด่นชัดขึ้น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผู้คนในห้องโถงเพียบลึก ทรงพลังจนไม่มีใครกล้าสบตา ฉีเหิง... ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจกองทัพทิศพยัคฆ์ สามีในนามที่ผู้คนต่างหวาดผีกลัว เขาไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้! ตามกำหนดการเดิม เขาต้องตรวจตราค่ายทหารนอกเมืองจนถึงรุ่งสาง "ท่าน... ท่านอ๋องเหตุใดจึง..." เซี่ยฮูหยินใหญ่ริมฝีปากสั่นระริก นางรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มฝื่อนเคือน ย่อกายลงทำความเคารพอย่างลนลาน "เหตุใดจึงมาเยือนเรือนข้าน้อยกะทันหันเช่นนี้เล่าเพคะ? อีกทั้งยัง..." ฉีเหิงไม่ได้ชายตามองนางแม้แต่น้อย ฝ่ายนั้นก้าวย่างเข้ามาด้วยจังหวะที่มั่นคงและหนักหน่วง ทุกย่างก้าวราวกับเหยียบย่ำลงบนหัวใจของคนทั้งห้องโถง กลิ่นอายความกดดันระดับแม่ทัพสนามรบแผ่ขยายจนทุกคนแทบหยุดหายใจ สายตาคมดุคู่นั้นทอดมองตรงไปยังเซี่ยหว่านหนิงที่ยืนสงรนอยู่เบื้องหน้า ชั่วพริบตาเดียว ความดุดันเยือกเย็นในแววตาของบุรุษร่างสูงก็แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกที่ซ่อนเร้นไว้อย่างแนบเนียน—มีเพียงนางเท่านั้นที่รับรู้ได้ "ข้าได้ยินว่ามีคนรังแกชายาของข้า" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังกดดันจนเซี่ยฮูหยินใหญ่เข่าอ่อนยวบ "มะ... มิได้เพคะท่านอ๋อง! ข้าน้อยเพียงแต่..." "เพียงแต่อะไร?" ฉีเหิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างอันตราย มือหนาเอื้อมไปแตะด้ามกระบี่ข้างกายที่ยังคงมีคราบโลหิตแห้งกรัง "เพียงแต่อยากลองดีกับราชโองการปลอมที่พวกเจ้าสมคบคิดกันเขียนขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือ?" เซี่ยฮูหยินใหญ่หน้าซีดเผือกราวกับกระดาษ นางอ้าปากพะงาบๆ จะปฏิเสธแต่ก็พูดไม่ออก เมื่อตระหนักได้ว่าบุรุษตรงหน้าคนนี้ไม่เคยไว้หน้าผู้ใด แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องทรงเกรงใจ แล้วนางที่เป็นเพียงฮูหยินตระกูลขุนนางชั้นผู้น้อยเล่า จะเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชผู้นี้ได้อย่างไร หว่านหนิงลอบมองแผ่นหลังกว้างของสามีที่ยืนบังลมหนาวแทนตนเอง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวูบไหวผ่านก้นบึ้งของหัวใจ นางไม่เคยคิดว่าเขาจะยื่นมือเข้ามาปกป้องในยามวิกฤตเช่นนี้—โดยเฉพาะในยามที่นางกำลังจะจัดการปัญหาด้วยวิธีของตนเองอยู่แล้ว ฉีเหิงก้าวเข้าไปประชิดตัวเซี่ยฮูหยินใหญ่ ร่างสูงใหญ่ก้มลงมองม้วนกระดาษในมือของนาง ก่อนจะแย่งมันมาถือไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ราวกับกระดาษแผ่นนั้นเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่ง "ราชโองการฉบับนี้..." ฉีเหิงเอ่ยเสียงเยียบเย็น พลางฉีกกระดาษราคาแพงนั้นขาดเป็นสองท่อนต่อหน้าต่อตาเจ้าของ "เจ้าเก็บไว้ใช้ดูต่างหน้าตระกูลเซี่ยในยามที่ถูกเนรเทศเถอะ" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกคนต่างหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายลงในกำมือของท่านแม่ทัพ บ่าวรับสารคนสนิทของจวนแม่ทัพก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้านใน ร่างนั้นล้มลงคุกเข่าแทบเท้าของฉีเหิง ตัวสั่นเทายิ่งกว่าลูกนกตกน้ำ "เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ... ราชสำนักส่งม้าเร็วถือราชโองการฉบับด่วนที่สุดมาถึงจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" บ่าวผู้นั้นละล่ำละลักละลอกรายงานด้วยน้ำเสียงแตกตื่น "ระบุชื่อ... พระชายาเซี่ยหว่านหนิงโดยเฉพาะ!" ฉีเหิงขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองหน้าภรรยาตนเอง ขณะที่หว่านหนิงเองก็ชะงักไป รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนมุมปากของเซี่ยฮูหยินใหญ่ที่เพิ่งฟื้นคืนสติจากความกลัว นางหัวเราะคิกคักออกมาในลำคออย่างน่าสมเพช "ดูท่า... พระชายาของท่านอ๋อง คงจะต้องเดินทางไปรับโทษทัณฑ์จากเบื้องสูงด้วยพระองค์เองเสียแล้วกระมังเจ้าคะ" ดอกโบตั๋นพันปี ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%