หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 6

กับดักหอสมุดจวน

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
กลิ่นกำยานหงส์มรกตลอยอวลปะปนกับกลิ่นอายความชื้นของฝนยามค่ำคืนในห้องสมุดลับประจำจวนเซี่ย มันช่างเป็นกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดราวกับถูกบีบลำคอด้วยเรียวนิ้วที่มองไม่เห็น เซี่ยหว่านหนิงป้องปลายนิ้วเรียวเข้าหากันภายใต้แขนเสื้อผ้าไหมปักลายเมฆา เธอเพิ่งได้รับคำเตือนจากซdจิ้ง... หรือจะเรียกว่าคำชี้ทางสว่างก็ไม่เชิง ทว่าบนกระดานหมากชีวิตนี้ ไม่มีสิ่งใดได้มาฟรี แม้แต่ความหวังดีที่เจือยาพิษ "ประตูหลังเรือนมีถ้วยชาเคลือบยาพิษรออยู่..." คำพูดนั้นยังคงก้องกังวานในโสตประสาท ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับจงใจข่มขวัญก็ดังใกล้เข้ามาทุกที ประตูไม้แกะสลักลายโบราณถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท เซี่ยฮูหยินใหญ่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามเย่อหยิ่ง ใบหน้ารูปไข่ที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานยังคงไว้ซึ่งความสะสวย ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ ข้างกายของนางคือบ่าวรับใช้คนสนิทที่ถือถาดไม้รองถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายคราม น้ำชาด้านในยังคงส่งไอความร้อนกรุ่น ทว่ากลิ่นอายความตายกลับคละคลุ้งยิ่งกว่ากลิ่นใบชาชั้นดี "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว อาหนิง... เจ้ายังขยันขันแข็งค้นคว้าตำราในหอสมุดจวนอีกหรือ ช่างเป็นกุลสตรีตัวอย่างเสียจริง" เสียงทุ้มต่ำของเซี่ยฮูหยินใหญ่เอื้อnเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง หว่านหนิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากตำราโบราณที่กางอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าของเธองดงามเรียบเฉย ไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก ราวกับล่วงรู้แผนการเหล่านี้อยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น "ฮูหยินใหญ่กล่าวชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ยามวิกาลเช่นนี้ หากไม่หาเรื่องใส่ตัวให้ยุ่งเข้าไว้ ข้าเกรงว่าจะไม่มีชีวิตรอดจนเห็นตะวันรุ่งในวันพรุ่งนี้เสียด้วยซ้ำ" หว่านหนิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความเกรงกลัว เซี่ยฮูหยินใหญ่หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลงทันที นางปรายตามองไปยังถาดชาในมือบ่าวรับใช้ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ทีละก้าว "ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันนะ... สมกับที่เป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร ทว่า... อยู่ในจวนตระกูลเซี่ยแห่งนี้ กฎก็คือกฎ ความประพฤติที่ไม่งดงามย่อมต้องได้รับการชำระสะ้างให้สะอาดหมดจด" นางโบกมือเพียงเล็กน้อย บ่าวรับใช้รีบก้าวเข้ามาคุกเข่า วางถ้วยชาลงตรงหน้าหว่านหนิงทันที น้ำในถ้วยกระเพื่อมไหวเล็กน้อยสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงน้ำมัน "ดื่มถ้วยนี้เสีย... แล้วเจ้าจะหลับสบาย ไร้กังวลเรื่องการแย่งชิงอำนาจในเรือนหลัง หรือแม้แต่ภาระหน้าที่อันหนักอึ้งบนสนามรบของท่านแม่ทัพฉีเหิง" เซี่ยฮูหยินใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบราwithปีศาจร้ายที่กำลังกล่อมเหยื่อ ในขณะที่หว่านหนิงกำลังจะเอื้อมมือออกไปสัมผัสถ้วยชาเคลือบกระเบื้องนั้น บรรยากาศภายนอกหน้าต่างหอสมุดก็พลันเปลี่ยนไป สายลมพายุที่สงบลงไปชั่วขณะกลับโหมกระหน่ำพัดเข้าใส่บานหน้าต่างไม้จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับฟ้าดินกำลังวิปริตแปรปรวนเพื่อเป็นสักขีพยานแก่เหตุการณ์นองเลือดในเงื้อมเงาความมืดนี้ ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะได้แตะโดนขอบถ้วย เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากความมืดทางเดินระเบียง เป็นฝีเท้าที่หนักแน่น เด็ดขาด และเปี่ยมไปด้วยไอสังหารที่แม้แต่ทหารผ่านศึกยังต้องหลั่งเหงื่อกาฬ "ใครบอกท่านแม่ทัพผู้นี้ว่า... ฮูหยินของข้าสมควรต้องดื่มชาต้อนรับจากมือผู้อื่นกัน?" เสียงทุ้มต่ำกังวานดั่งระฆังทองสัมฤทธิ์ดังขึ้นจากความมืด ประตูหอสมุดถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารสีดำสนิทและผ้าคลุมไหล่ชุ่มโชกหยาดน้ำฝนก้าวเข้ามา ทั่วร่างแผ่ไอสังหารดั่งพญายมที่เพิ่งกลับจากสนามรบ รอยแผลเป็นบนใบหน้าและแผ่นหลังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเกราะคือเครื่องยืนยันถึงความตายที่เขาผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน ฉีเหิงปรากฏกายขึ้น ณ ที่แห่งนี้อย่างไม่มีใครคาดคิด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองเซี่ยฮูหยินใหญ่และบ่าวรับใช้ด้วยแววตาดุจคมมีดที่พร้อมจะปลิดชีพคนได้ทุกเมื่อ เซี่ยฮูหยินใหญ่หน้าถอดสีทันที รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น นางไม่คาดคิดว่าแม่ทัพฉีเหิงผู้ควรจะอยู่ที่ค่ายทหารนอกเมือง จะกลับมาเยือนจวนเซี่ยในยามวิกาลเช่นนี้ได้ "ทะ... ท่านแม่ทัพ..." ฮูหยินใหญ่พยายามควบคุมเสียงสั่นพร่าของตนเอง "เหตุใดท่านจึง... ที่นี่เป็นเรือนหลัง..." "เรือนหลังของท่าน... กำลังจะกลายเป็นลานประหาร หากพวกท่านยังกล้าแตะต้องคนของข้าแม้แต่ปลายนิ้ว" ฉีเหิงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าเซี่ยหว่านหนิง ร่างสูงใหญ่บังร่างบอบบางไว้มิดชิด เขายื่นมือหนาออกไปคว้าจับถ้วยชาเคลือบยาพิษนั้นขึ้นมาด้วยมือเปล่า บีบจนกระเบื้องเคลือบแตกละเอียดคามือ เศษแก้วและน้ำชาสีเข้มไหลนองลงสู่พื้น หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่แผ่ไออุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บ หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างมาตลอดหลายปีกลับไหววูบอย่างรุนแรง ฉีเหิงไม่ได้หันกลับมามองนาง ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความประกาศกร้าวและเด็ดขาด "จำไว้ให้ดี... หมากกระดานนี้ หากข้ายังไม่เดิน ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องเบี้ยตัวนี้ทั้งสิ้น!" บรรยากาศในหอสมุดเงียบงันลงชั่วขณะ ทว่าความตึงเครียดกลับพุ่งสูงถึงขีดสุด เมื่อจู่ๆ เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดลึกที่สุดของชั้นหนังสือชั้นที่สาม... เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่ทำให้ทุกลมหายใจต้องสะดุด "ช่างเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันเสียจริง... แต่น่าเสียดาย ที่ราชโองการฉบับนี้ มิได้สนใจว่าพวกท่านจะรักกันมากเพียงใดหรอกนะเจ้าคะ" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินหมากตาต่อตาฟันต่อฟันไปกับ "ดอกโบตั๋นพันปี" นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%