กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและชาผู่เอ่อร์ชราถูกกลบมิดด้วยความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงสง่าในเงาดำ เซี่ยฮูหยินใหญ่แย้มยิ้มราวกับปีศาจจำแลง ขณะที่เงาร่างด้านหลังนางก้าวพ้นม่านมุกลงมาสู่แสงคบเพลิงสลัว บุรุษผู้นั้นสวมอาภรณ์สีนิลสนิท ปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินยวดยิ่ง ชายโครงซ้ายขยับไหวตามจังหวะการหายใจที่สงบนิ่ง ทว่าแววตาดุจเหยี่ยวราตรีคู่นั้นกลับกวาดมองตรงมายังเซี่ยหว่านหนิงโดยไม่หลบเลี่ยง
หัวใจในอกของหว่านหนิงกระตุกวูบ ดิ่งลึกลงสู่ห้วงเหวแห่งความตระหนกชั่วลมหายใจเดียว ก่อนที่สติอันเยือกเย็นจะถูกดึงกลับมาควบคุมทุกอณูผิว
"ไม่นึกเลยว่า ใต้เท้าฉี... ผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์เสื้อแพรแห่งราชสำนัก จะให้เกียรติมาเยือนเรือนพักอันอับทึบของหญิงหม้ายผู้ถูกทอดทิ้งเช่นข้าด้วยตนเอง" หว่านหนิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ไร้ระลอกคลื่น นางค่อยๆ ย่อกายลงคารวะอย่างงดงามตามธรรมเนียม แม้ในใจจะประหวัดนึกถึงข่าวลือที่ว่า ฉีเหิง ผู้นี้คือมือสังหารเงาของฮ่องเต้ ผู้เหี้ยมโหดและไม่เคยไว้หน้าผู้ใด
ฉีเหิงไม่เอ่ยคำใด เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่กดดันบรรยากาศภายในห้องจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายสนิมเหล็กและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยคลุ้งมาจากตัวเขา บ่งบอกว่าเขาเพิ่งผ่านสมรภูมิการเมืองหรือการสังหารล้างบางใดมาหมาดๆ
"เซี่ยหว่านหนิง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังลอดริมฝีปากที่เหยียดยิ้มหยัน "เจ้าช่างกล้าหาญนัก หรือว่าความตายที่บิดาเจ้าเคยผลักไสเมื่อวัยเยาว์ ทำให้เจ้าหลงลืมไปแล้วว่าสตรีในเรือนหลังควรสงบปากสงบคำเช่นไร"
เซี่ยฮูหยินใหญ่หัวเราะเสียงแหลมสูงในลำคอด้วยความสะใจ "ใต้เท้า... ท่านก็เห็นแล้วกระมังว่านังเด็กนี่อวดดีเพียงใด นางมิได้เกรงกลัวกฎเกณฑ์ของตระกูลเซี่ยแม้แต่น้อย หากปล่อยไว้ เกรงว่าแผนการใหญ่ที่เราตกลงกันไว้ในคืนนี้คงต้องมีรอยด่างพร้อย"
หว่านหนิงเหลือบสายตาขึ้นมองฮูหยินใหญ่แวบหนึ่ง ก่อนจะเบนกลับมาสบตาคมกริบของฉีเหิง นางมิได้แสดงความหวาดกลัวออกมาแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน "แผนการใหญ่? หรือควรเรียกว่า... การค้ากำไรเกินควรบนหยาดเลือดของราษฎรตงงหยวนกันแน่เพคะ ใต้เท้าฉี"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็งพันปี!
ฉีเหิงหรี่ตาลงคมกริบ ร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดตัวนางในพริบตา ปลายด้ามกระบี่วิเศษสีนิลถูกยกขึ้นยันคางมนของหว่านหนิงเอาไว้เบาๆ ทว่าน้ำหนักกดดันนั้นกลับเฉียบคมจนผิวเนื้อระคายเคือง "เจ้าเด็กเหลือขอ รู้มากเกินไปมักอายุสั้น... ข้าสามารถเด็ดหัวเจ้าทิ้งเสียตอนนี้ฐานล่วงเกินราชสำนัก ยังง่ายกว่าการดีดนิ้วเสียอีก"
"หากข้าตายในคืนนี้... ความลับเรื่องสมุดบัญชีลับกองทัพพยัคฆ์อัคคีที่ท่านตามหา ก็จะถูกฝังลงหลุมไปพร้อมกับศพของข้าอย่างไร้ร่องรอยเช่นกันเพคะ" หว่านหนิงเอ่ยสวนกลับทันควันโดยไม่กะพริบตา ความมั่นใจและความเด็ดเดี่ยวในแววตาคู่นั้นทำให้ฉีเหิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นพิจารณาร่างบอบบางเบื้องหน้าอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งแรก
สตรีผู้นี้... ไม่เหมือนสตรีทั่วไปในเมืองหลวง นางเปรียบเสมือนดอกโบตั๋นหนามพิษ ที่ต่อให้กลีบงดงามเย้ายวนเพียงใด แต่ก็พร้อมจะปลิดชีพผู้ที่คิดจะเด็ดดมมันอย่างไม่ลังเล
เซี่ยฮูหยินใหญ่หน้าถอดสี รีบโพล่งขึ้นด้วยความร้อนรน "ใต้เท้าอย่าได้หลงเชื่อคำลวงของนางนะเจ้าคะ นังนี่มันสติฟั่นเฟือน พูดจาเพ้อเจ้อเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น!"
"หุบปาก!" ฉีเหิงตวาดกร้าวเพียงคำเดียว เซี่ยฮูหยินใหญ่ก็พลันตัวสั่นสะท้าน ถอยรูดไปแอบอยู่หลังเสาด้วยความหวาดกลัวทันที
อำนาจและบารมีของแม่ทัพหนุ่มผู้กุมกองกำลังครึ่งประเทศ มิใช่สิ่งที่ฮูหยินในเรือนหลังจะต่อกรด้วยได้
ฉีเหิงค่อยๆ ลดปลายกระบี่ลง แต่ยังคงจ้องมองหว่านหนิงด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าข้าจะสนใจข้อเสนอของสตรีไร้ค่าในเรือนหลังเช่นเจ้า"
"เพราะท่านกำลังต้องการ 'หู' และ 'ตา' ในตลาดมืดเพื่อสืบหาตัวหนอนบ่อนไส้ในกระทรวงกลาโหม... และข้า ก็กำลังสร้างโครงข่ายข่าวกรองที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้ขึ้นมาพอดีเพคะ" หว่านหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นางผายมือเชิญชวนไปยังแผนที่แผ่นหนังแกะที่ซ่อนอยู่ใต้กองตำราเก่าบนโต๊ะ "เรามาทำข้อตกลงกันเถอะเจ้าค่ะ ใต้เท้าฉี"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดกระหน่ำหน้าต่างกระดาษสาด้านนอก ฉีเหิงก้มมองแผนที่บนโต๊ะสลับกับใบหน้าเรียบเฉยแต่เต็มไปด้วยประกายความฉลาดของหญิงสาว มุมปากหยักลึกของแม่ทัพหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและอันตรายในคราเดียวกัน
"น่าสนใจ... ดี งั้นข้าอยากรู้ว่า เจ้าจะใช้เครื่องมืออันใดมาคานอำนาจกับขุนนางกังฉินพวกนั้น" ฉีเหิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
หว่านหนิงยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมแสงคบเพลิงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาทางประตูด้านนอก เสียงทุบบานประตูเรือนดังโครมครามตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องขององครักษ์เวร
"ใต้เท้า! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มีราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ฮ่องเต้ทรงมีพระบรมราชโองการให้กักตัวท่านและกองกำลังทั้งหมดไว้ในจวนสกุลเซี่ยทันที!"
ฉีเหิงหันขวับไปมองทางประตู ใบหน้าคมเข้มฉายแววดุดันขึ้นในทันที ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวเท้าออกไป หว่านหนิงกลับเอื้อมมือเรียวบางคว้าชายเสื้ออาภรณ์สีนิลของเขาไว้แน่น นางกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างหูเขาด้วยประโยคที่ทำให้แม่ทัพผู้เกรียงไกรถึงกับต้องหยุดชะงัก
"อย่าออกไปทางนั้นเพคะ... ประตูหลังเรือนมีถ้วยชาเคลือบยาพิษรอท่านอยู่แล้ว... และคนที่ส่งราชโองการนี้มา มิใช่ฮ่องเต้ แต่เป็น *คนสนิทข้างกายของไทเฮา* ต่างหากล่ะเจ้าคะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมากตานนี้ไปพร้อมกันนะคะ ดอกโบตั๋นพันปีซาบซึ้งใจในทุกคอมเมนต์ค่ะ
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 5
เสียงกระซิบหลังม่าน
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!