กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณในห้องหนังสือลับใต้ถุนเรือนพักแรม แคว้นต้าเหลียง ยามวิกาลเช่นนี้ช่างเงียบงันจนได้ยินเสียงน้ำมันตะเกียงหยดกระทบถาดรองดังติ๊ด... ติ๊ด... ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง
เซี่ยหว่านหนิงมิได้ขยับกาย นางยังคงนั่งหลังตรงสง่างาม อาภรณ์ผ้าไหมปักลายบุปผาฤดูหนาวสีครามเข้มแนบเนื้อส่งเสริมให้ร่างเพรียวบางดูน่าเกรงขามและเปราะบางในคราเดียวกัน ปลายน้องเรียวยาวประดุจหยกสลักกำลังคีบหมากสีดำขึ้นพิจารณา ก่อนจะวางมันลงบนกระดานไม้จันทน์หอมอย่างไม่ลังเล เสียง *แป๊ะ* เบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ ขับเน้นบรรยากาศตึงเครียดรอบกายให้เด่นชัดขึ้น
ตรงข้ามกับนางคือฉีเหิง แม่ทัพผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทมิฬ อาภรณ์สีดำสนิทของเขาทำให้กลมกลืนไปกับความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากตะเกียงที่สาดกระทบโครงหน้าคมคายดั่งรูปสลัก ดวงตาคู่นั้นมิได้มองกระดานหมาก หากแต่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของสตรีตรงหน้า ราวกับต้องการค้นหาว่าเบื้องหลังรอยยิ้มบางเบานั้น ซ่อนคมมีดไว้กี่เล่มกันแน่
"เจ้ากล้าดียังไง ถึงนำพินัยกรรมฉบับนั้นมาใช้เป็นเบี้ยต่อรองกับเป่ยจวิน" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน น้ำเสียงของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนเต็มไปด้วยไอสังหารที่กดดันจนคนใจเสาะอาจเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ทว่าเซี่ยหว่านหนิงกลับเพียงแค่ปรายตามองชาอุ่นในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว นัยน์ตาดำขลับสะท้อนประกายเยือกเย็น
"หากหม่อมฉันไม่ทำเช่นนี้ แล้วตระกูลเซี่ยกับกองทัพพิทักษ์ชายแดนของท่าน จะมีโอกาสได้มองเห็นแสงตะวันในฤดูใบไม้ผลิปีหน้าหรือเพคะ ท่านแม่ทัพ"
นางย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เซี่ยหว่านหนิงรู้ดีว่าข้อเสนอที่นางหยิบยื่นให้ในค่ำคืนนี้ คือดาบสองคมที่หากพลาดพลั้งเพียงนิด หัวของนางและคนในเรือนจะหลุดจากบ่าทันที แต่ทว่า... นางไม่มีทางเลือกอื่น การจะเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของเซี่ยฮูหยินใหญ่ผู้เหี้ยมโหดและอำนาจมืดในราชสำนัก นางจำเป็นต้องดึง 'พยัคฆ์ร้าย' อย่างฉีเหิงลงมาเดินบนกระดานหมากเกมนี้ด้วยกัน
ฉีเหิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันฉายแววท้าทาย ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าใกล้โต๊ะไม้จนกลิ่นอายบุรุษเพศแผ่ซ่านเข้ามาห่อหุ้มร่างบาง "สตรีเช่นเจ้าช่างน่ากลัวนัก... รู้จักใช้จุดอ่อนของข้า รู้จักขุดคุ้ยความลับราชสำนักที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังทรงกังขา เจ้าเป็นใครกันแน่ หว่านหนิง? คุณหนูรองผู้ถูกทอดทิ้งให้อยู่ในเรือนร้างอย่างนั้นหรือ?"
"จะเป็นผู้ใด ย่อมไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ท่านจะได้รับ..." เซี่ยหว่านหนิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว ใบหน้างดงามนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก "ข่าวสารการเคลื่อน 100,000 นายของแคว้นเป่ยอวี๋ที่ซ่อนอยู่หลังเขาอวี้หลิง แลกกับการที่ท่านต้องลงชื่อรับรองสถานะของหม่อมฉันในราชสำนัก ข้อเสนอนี้... ท่านแม่ทัพคิดว่าคุ้มค่ากับการเดิมพันหรือไม่เล่าคะ"
ห้องหนังสือทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครา มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของทั้งสองฝ่าย ความกดดันหนักอึ้งราวดอยสูงกดทับลงมา ฉีเหิงนิ่งงันไปเนิ่นนาน สายตาที่มองนางเปลี่ยนไปจากเดิม จากความระแวงสงสัย กลายเป็นความลึกล้ำยากหยั่งถึง เขาพิจารณาร่างระหงตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายรองเท้าปักลายดอกเหมย สตรีผู้นี้มีความกล้าหาญเกินสตรีทั่วไป ความแค้นในแววตานั้นช่างชัดเจนและมั่นคงดั่งหินผา
มือหนากร้านศึกยื่นออกไปช้าๆ นิ้วแกร่งแตะลงบนตัวหมากสีขาวที่เซี่ยหว่านหนิงเพิ่งวางลงไปเมื่อครู่ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเขาเกือบจะเฉียดโดนหลังมือของนาง ทว่าไม่มีใครชักมือหลบ
"เจ้าฉลาดเกินไป หว่านหนิง" ฉีเหิงเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนหัวใจของสตรีผู้เยือกเย็นกระตุกวูบ "แต่ข้าชอบคนฉลาด... โดยเฉพาะสตรีที่กล้าเล่นกับไฟเช่นเจ้า"
สิ้นคำพูดนั้น ฉีเหิงก็ใช้นิ้วดันตัวหมากสีขาวรุกฆาตหมากสีดำของนางในพริบตา เป็นการประกาศการยอมรับข้อเสนออย่างเป็นทางการ ข้อมูลลับราชสำนักที่นางต้องการจะถูกส่งมอบ และในขณะเดียวกัน โชคชะตาของพวกเขาทั้งสองก็ถูกผูกติดเข้าด้วยกันอย่างไม่มีวันแกะออก
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเซี่ยหว่านหนิง นางกำลังจะเอ่ยปากกล่าวขอบคุณ ทว่ายังไม่ทันที่คำพูดใดจะหลุดจากเรียวปาก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันที่หน้าประตูเรือนพักแรม!
*ปึง! ปึง! ปึง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำลายความเงียบยามวิกาล ตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของสาวใช้คนสนิทที่หน้าประตูด้านนอก "คุณหนูเจ้าคะ!แย่แล้วเจ้าค่ะ! ฮูหยินใหญ่ทรงนำกองกำลังราชองครักษ์มาล้อมเรือนของเราไว้หมดแล้ว เพคะ!"
เซี่ยหว่านหนิงหน้าถอดสี รอยยิ้มเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ สายตาหันขวับไปมองหน้าฉีเหิงที่บัดนี้แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งคมดาบ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไอสังหารพวยพุ่งออกมาจากตัวเขาราวกับพายุหมุน
ในขณะที่ทั้งสองกำลังประเมินสถานการณ์อันคับขัน ประตูห้องหนังสือไม้แกะสลักก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังภายในอันรุนแรง!
ร่างของเซี่ยฮูหยินใหญ่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้า ทว่าสิ่งที่ทำให้เซี่ยหว่านหนิงแทบหยุดหายใจ คือบุรุษผู้ก้าวตามหลังฮูหยินใหญ่เข้ามาในความมืด... บุคคลผู้ไม่ควรจะมาปรากฏตัวที่นี่ในยามนี้เด็ดขาด!
ดอกโบตั๋นพันปีซาบซึ้งใจในทุกคอมเมนต์และการสนับสนุนจากรี้ดเดอร์ทุกท่านเสมอนะคะ
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 4
พยานเพียงหนึ่งเดียว
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!