กลิ่นอายของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มสามสิบปีลอยกรุ่นเคล้ากับกลิ่นควันธูปไม้จันทน์ในเรือนรับรองหลังใหญ่ ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างยามเหมันต์
เซี่ยหว่านหนิงปักปิ่นหยกขาวลายดอกโบตั๋นไว้บนมวยผมเรียบตึง อาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายเมฆาซ้อนเลื่อมช่วยขับเน้นเรือนร่างระหงให้ดูน่าเกรงขามและสง่างามในคราเดียวกัน ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองแผ่นกระดาษยับยู่ยี่บนโต๊ะน้ำชา—ราชโองการด่วนจากในวังหลวงที่เพิ่งถูกส่งมาปักหลักทำลายความสงบสุขเมื่อยามชั่วโมงเฉิน (07.00 - 08.59 น.) ที่ผ่านมา
*‘แม่ทัพฉีเหิงฝ่าฝืนกฎมณเณียรบาล ลักลอบคบหากับตั๋วเงินกบฏ มีรับสั่งให้จับกุมตัวทันที!’*
ช่างเป็นหมากตาสกัดที่รวดเร็วและอำมหิตยิ่งนัก เซี่ยฮูหยินใหญ่ผู้มารดาเลี้ยงของนางคงคิดไม่ถึงว่า แผนการโค่นล้มอำนาจของแม่ทัพหนุ่มผู้กุมกองกำลังพิทักษ์ชายแดน จะถูกเร่งรัดให้เดินเร็วกว่ากำหนดเพียงเพราะเกรงกลัวว่าอำนาจของเขาจะค้ำจุนตระกูลเซี่ยจนสั่นคลอนตำแหน่งของพวกนาง
"คุณหนูเจ้าคะ... บ่าว... บ่าวได้ยินเสียงฝีเท้าคนกลุ่มใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางเรือนเราแล้วเจ้าค่ะ"
เสียงกระซิบสั่นเครือของ 'ชุนฮวา' สาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลังดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของห่าวหนิง นางปรายตามองหญิงรับใช้ผู้นี้แวบหนึ่ง—แววตาที่ซ่อนเร้นความหวาดกลัวแต่กลับแฝงประกายความโลภอย่างปิดไม่มิดนั้น ช่างกระจ่างแจ้งเสียจนหว่านหนิงแทบไม่ต้องคาดเดาให้เสียเวลา
ชุนฮวาลอบขายข่าวความเคลื่อนไหวในเรือนให้แก่เรือนใหญ่มาไม่ต่ำกว่าสามปีแล้ว... และในยามวิกฤตเช่นนี้ นังบ่าวทรยศผู้นี้ก็คงได้รับคำสั่งให้นำ "ยาพิษไร้ลักษณ์" มาผสมลงในกาชาต้อนรับแขก เพื่อใช้เป็นหลักฐานปรักำำว่านางคือผู้สมรู้ร่วมคิดกับกบฏ
"ตื่นตระหนกไปไย ชุนฮวา" หว่านหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจ นางรินน้ำชาสีอำพันลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ กลิ่นหอมกรุ่นลอยแตะจมูก "เจ้าเข้ามาทำงานในเรือนข้ากี่ปีแล้วนะ?"
"บ่าว... บ่าวรับใช้คุณหนูมาเจ็ดปีเต็มแล้วเจ้าค่ะ" ชุนฮวาตอบเสียงสั่น คุกเข่าลงกับพื้นพรมปักลายดอกไม้ ทว่ามือข้างที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกลับสั่นระริกขณะกำห่อกระดาษไขบรรจุผงพิษ
"เจ็ดปี... นานพอที่จะรู้ว่าข้าเกลียดสิ่งใดมากที่สุดใช่หรือไม่"
หว่านหนิงวางกาชาลงกระทบโต๊ะเบาๆ ทว่าเสียงนั้นกลับดังก้องกังวานในความเงียบ นางโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของบ่าวรับใช้ ราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงจิตใจอันดำมืดเน่าเฟะ "ข้าเกลียดที่สุดคือคนทรยศ... และคนที่คิดจะใช้เล่ห์กลสกปรกบนโต๊ะอาหารของข้า"
สิ้นคำพูดนั้น ชุนฮวาก็หน้าถอดสี ผุดลุกขึ้นถอยกรูดด้วยความตกใจกลัว "คุณหนู! บ่าว... บ่าวไม่เข้าใจที่ท่านพูด..."
"ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?" หว่านหนิงแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างงดงามแต่ทว่าเย็นเยียบ นางหยิบถ้วยชาที่เพิ่งรินเสร็จขึ้นมาจรดริมฝีปาก "ผงไป๋หลิงที่เจ้าซ่อนไว้ในชายเสื้อ หากผสมลงในชาแม้เพียงหยดเดียว จะทำให้ผู้ดื่มเลือดออกทวารทั้งเจ็ดและสิ้นใจภายในสามลมหายใจ... เป็นพิษที่ฮูหยินใหญ่โปรดปรานยิ่งนัก มิใช่หรือ?"
ชุนฮวาล้มพับลงไปกองกับพื้น ตัวสั่นเทายังกะลูกนกตกน้ำ นางโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดัง *ตุบ ตุบ* "คุณหนูไว้ชีวิตบ่าวด้วย! เป็น... เป็นฮูหยินใหญ่ที่สั่งให้บ่าวทำ หากบ่าวไม่ทำ พวกเขากจะฆ่าครอบครัวของบ่าวเจ้าค่ะ!"
หว่านหนิงมิได้แสดงความเวทนาออกมาแม้แต่น้อย ในโลกแห่งการแย่งชิงอำนาจ ความน่าสงสารคืออาวุธที่ไร้ค่าที่สุด นางค่อยๆ วางถ้วยชาลงตามเดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก
"ในเมื่อเจ้ารักความภักดีต่อเรือนใหญ่ยิ่งนัก ข้าก็จักเมตตาให้เจ้าได้ลิ้มลองความภักดีนั้นด้วยตนเอง"
หว่านหนิงสะบัดแขนเสื้อส่งสัญญาณ ชุนฮวาเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเงาร่างขององครักษ์เงาคนสนิทของแม่ทัพฉีเหิงปรากฏกายขึ้นจากความมืด เบื้องหลังม่านโปร่งสีขาว มือหนาและแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กกดร่างของสาวใช้ไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อน
"คุณหนู! ไม่นะเจ้าคะ! ไว้ชีวิตบ่าว... อื้อ!"
มือเรียวบางของเซี่ยหว่านหนิงหยิบห่อกระดาษยาพิษที่ตกอยู่ขึ้นมา นางใช้นิ้วเรียวแกะห่อกระดาษออกอย่างใจเย็น ก่อนจะเทผงสีขาวละเอียดนั้นลงไปในถ้วยชาของชุนฮวาเองกับมือ กลิ่นฉุนจางๆ ลอยขึ้นมาปะทะนาสิก ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"ดื่มเสียสิ" หว่านหนิงเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงเพลงกล่อมเด็ก "ถือว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจที่เจ้าอยู่รับใช้ข้ามาถึงเจ็ดปี"
"คุณ... คุณหนู... ท่านใจร้ายเกินไปแล้ว..." ชุนฮวากรอกตาด้วยความหวาดกลัว น้ำตานองหน้าขณะถูกบังคับให้เงยขึ้นรับถ้วยชาที่จ่ออยู่ริมฝีปาก
"ข้าใจร้าย หรือพวกเจ้าต่างหากที่บีบให้ข้าต้องถือมีดขึ้นมาฟันคอพวกมันก่อน" หว่านหนิงเอ่ยเสียงกร้าว แววตาเด็ดเดี่ยวไร้ความลังเล "ดื่ม!"
ภายใต้แรงกดดันมหาศาลและคมดาบที่พาดผ่านลำคอ ชุนฮวากลั้นใจดื่มน้ำชามรณะอึกใหญ่ลงไป ร่างกายของนางกระตุกเกร็งในทันที เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักออกจากมุมปากทั้งสองข้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทรมานก่อนจะล้มฟาดลงกับพื้น สิ้นใจตายคาที่ในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ สมดังคำร่ำลือของพิษไป๋หลิง
หว่านหนิงหลุบตาลงมองศพที่นอนแน่นิ่งเบื้องหน้าอย่างไร้ความรู้สึก นางใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดเช็ดคราบละอองพิษที่เปื้อนนิ้วมืออย่างประณีตบรรจง ราวกับเพิ่งทำลายเพียงแค่มดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น
ทว่า... ในวินาทีที่นางเงยหน้าขึ้นเพื่อจะสั่งให้คนจัดการเก็บกวาดศพ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่บานประตูไม้แกะสลักจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ
ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพฉีเหิงก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นไอสงครามและหยาดโลหิตจางๆ ลอยคลุ้งมากับสายลมยามสาย ใบหน้าคมคายหล่อเหลาดุดันมีรอยแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้มเพิ่มความน่าเกรงขาม ดวงตาคมกริบกวาดมองศพของสาวใช้บนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างระหงของสตรีผู้ยืนสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะน้ำชา
ฉีเหิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะอย่างถูกอกถูกใจ ท่ามกลางสถานการณ์ที่บ้านเมืองกำลังประกาศจับเขาเป็นกบฏ แม่ทัพหนุ่มกลับเดินเข้ามาหาหญิงสาวราวกับเสือร้ายที่เดินเข้าถ้ำของเหยื่อผู้โปรดปราน
"ฮูหยินของข้ามือไวถึงเพียงนี้เชียวหรือ" ฉีเหิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง ก้าวเข้าไปประชิดตัวนางจนกลิ่นกายบุรุษอบอวลล้อมรอบตัวนางไว้ทั้งหมด "ดูท่า... ข้าคงไม่ต้องเสียเวลาจัดการพวกสุนัขรับใช้ที่ฮูหยินใหญ่ส่งมาแล้วกระมัง"
หว่านหนิงไม่ถอยหนี นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้มีชะตากรรมผูกติดอยู่กับนางบนกระดานหมากอันตรายนี้อย่างไม่เกรงกลัว "ท่านแม่ทัพควรห่วงหัวของตนเองเสียก่อนจะมาเย้าแหย่ข้า ราชโองการจับกุมท่านเพิ่งมาถึงเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน... ท่านยังกล้าเหยียบย่างเข้ามาในเรือนข้าอีกหรือ?"
ฉีเหิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มของนาง ขณะที่มือหนารวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความดุดันและมั่นคงดั่งหินผา
"ราชโองการปลอมๆ ฉบับนั้นหรือจะสู้ภรรยาฉลาดเฉลียวเช่นเจ้า" ฉีเหิงกระซิบชิดริมหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความลุ่มลึกและท้าทาย "ในเมื่อกระดานนี้พวกมันเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกก่อน... หว่านหนิง เจ้ากับข้าคงต้องร่วมมือกันเดินหมากตานี้ให้ถึงที่สุดแล้วกระมัง?"
ทว่า... ยังไม่ทันที่เซี่ยหว่านหนิงจะได้เอ่ยคำใดตอบโต้ เสียงกงฉินตีเกราะประกาศกร้าวจากหน้าประตูจวนก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของขันทีหลวงผู้ถือราชโองการฉบับที่สอง
*“ราชโองการด่วนที่สุดจากฮ่องเต้! ...มีรับสั่งให้พระราชทานสมรสเร่งด่วนแก่แม่ทัพฉีเหิง และคุณหนูรองเซี่ยหว่านหนิง ให้เข้าพิธีมงคลภายในสามวันทิวานี้ ห้ามผู้ใดขัดขืน มิฉะนั้นจะมีโทษประหารทั้งตระกูล!”*
————————————————————————————
ติดตามตอนต่อไป: "พิธีวิวาห์โลหิต" (ตอนที่ 4) ในคืนวันพรุ่งนี้ค่ะ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและวางเดิมพันไปบนกระดานหมากอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ ดอกโบตั๋นพันปีซาบซึ้งใจในทุกคอมเมนต์และการสนับสนุนอย่างยิ่งค่ะ!
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 3
กลลวงในงานเลี้ยงน้ำชา
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!