กลิ่นอายจางๆ ของผงชาต้มโสมป่าผสมดอกอ้ายอี้โข่วคละคลุ้งไปทั่วเรือนปีกตะวันตก ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่ากลิ่นสมุนไพร กลับเป็นรอยร้าวบนแผ่นป้ายไม้จันทน์หอมที่ถูกคว่ำหน้าลงอย่างไร้ความเคารพ เซี่ยหว่านหนิงปรายตามองหีบไม้สนเก่าคร่ำคร่าตรงหน้า รอยกุญแจทองแดงขึ้นสนิมเขียวบ่งบอกว่ามันถูกปิดตายมานานกว่าสิบปี ตั้งแต่ค่ำคืนที่มารดาของนางสิ้นลมอย่างกะทันหันท่ามกลางกองเลือดและเสียงร่ำไห้ที่ถูกกลบด้วยพายุหิมะ
"ฮูหยินใหญ่คงไม่คาดคิดกระมังว่า... ของดูต่างหน้าชิ้นนี้ จะยังคงหลงเหลือรอดพ้นจากการกวาดล้างเมื่อครั้งนั้นมาได้"
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยียบเย็นราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูใบไม้ร่วงดังขึ้น หว่านหนิงปัดฝุ่นบางเบาออกจากฝาหีบ นิ้วเรียวยาวดั่งลำหยกขาวแตะสัมผัสลวดลายแกะสลักรูปดอกโบตั๋นกลายพันธุ์ที่เลือนราง นางไม่ได้เปิดมันทันที แต่ทอดสายตาไปยังร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้ยืนสงบนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง
ฉีเหิงในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เงินขลิบทอง แสงจันทร์สาดส่องกระทบสันจมูกโด่งคมและรอยแผลเป็นจางๆ ที่ลากผ่านโหนกแก้ม แววตาดุดันทรงอำนาจของแม่ทัพผู้กุมกำลังทหารครึ่งแผ่นดินในยามนี้ กลับทอดมองนางด้วยความลุ่มลึกและระMัดระวังราวกับกำลังปกป้องแก้วตาในอุ้งมือ
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าต้องการเปิดกล่องแพนโดร่าใบนี้" ฉีเหิงเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำกังวานก้องในความเงียบ "ความจริงบางอย่าง เมื่อขุดขึ้นมาจากหลุมศพแล้ว มันอาจไม่ได้ล้างมลทินให้ผู้ตาย... แต่มันอาจแผดเผาเจ้าให้มอดไหม้ไปพร้อมกับศัตรู"
หว่านหนิงยกยมุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามเยოქเยือกเสียยิ่งกว่าบุปผาต้องน้ำค้าง "ท่านแม่ทัพฉี... ท่านคิดว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาในเรือนตระกูลเซี่ย ข้าใช้ชีวิตอยู่ด้วยสิ่งใด หากไม่ใช่ความแค้นที่คอยหล่อเลี้ยงให้กระดูกและลมหายใจของข้ายังคงอยู่ การล้างแค้นไม่ใช่การชำระล้างด้วยน้ำตา แต่มันคือการคืนหนี้โลหิตด้วยความพินาศสิ้นซ้ำ"
นางใช้กริชเล่มเล็กงัดแม่กุญแจเก่าคร่ำคร่า เสียงโลหิตกระทบสนิมดัง *แกร็ก* แผ่วเบาท่ามกลางความเงียบงัน
ทันทีที่ฝาหีบถูกเปิดออก กลิ่นอายอับชื้นผสมกลิ่นฉุนประหลาดของสมุนไพรบางชนิดก็โชยปะทะนาสิก หว่านหนิงก้มลงหยิบห่อผ้าแพรสีต่วนเก่าที่ซีดจางจนแทบมองไม่เห็นลวดลายเดิม เมื่อคลี่ออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือสมุดบันทึกปกหนังปลาฉลามเล่มเล็ก ปิ่นปักผมหยกขาวที่มีรอยร้าวตรงกลาง และ... แผ่นกระดาษสาเขียนด้วยลายมือตวัดหวัดด้วยหมึกจีนสีชาด ซึ่งเป็นลายมือของบิดาตนเอง—เซี่ยจงถัง
*‘วันที่สิบห้า เดือนสิบ... นาครั่วอิงรู้ความลับเรื่องการยักยอกเสบียงคลังทหารชายแดนของตระกูลหลิวผ่านบัญชีลับ นางขู่จะนำความนี้กราบทูลฮ่องเต้ หากแผนการใหญ่ถูกเปิดโปง ตระกูลเซี่ยจักต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ เพื่อความอยู่รอดของวงศ์ตระกูล... ข้าจำต้องยอมรับความเห็นชอบของฮูหยินใหญ่’*
ดวงตาหงส์ของหว่านหนิงวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง หัวใจของนางกระตุกวูบราวกับถูกคมมีดกรีดซ้ำรอยแผลเก่า ที่แท้... มารดาของนางไม่ได้ป่วยตายตามธรรมชาติอย่างที่คนตระกูลเซี่ยประกาศก้องแก่ชาวเมือง แต่ถูกสังหารอย่างเลือดเย็นด้วยน้ำมือของผู้เป็นสามีและภรรยาเอกผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรมจอมปลอม!
"หว่านหนิง" ฉีเหิงก้าวเข้ามาประชิดตัวในสามก้าว มือหนาอบอุ่นเอื้อมมากุมมือเรียวที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อยไว้แน่น แรงบีบนั้นมั่นคงและหนักแน่นเพียงพอที่จะดึงสติของนางให้กลับคืนสู่ความสุขุม "เจ้าไม่ใช่สตรีตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว"
หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบ คลื่นอารมณ์มากมายถาโถมเข้าใส่หัวใจที่ด้านชามานานนับปี นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บแค้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว "ข้าทราบดีค่ะท่านอ๋อง ข้าเพียงแต่... เวทนากับความโง่เขลาของมารดา ที่เอาหัวใจทั้งดวงไปมอบให้บุรุษไร้หัวใจเช่นนั้น"
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูรัวเร็วอย่างไม่เกรงใจใครก็ดังขึ้นจากด้านนอกเรือน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
"คุณหนูใหญ่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!" เสียงของสาวใช้ประจำกายละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนกจนเสียงหลง "ฮูหยินใหญ่... ฮูหยินใหญ่พาคนของทางการพร้อมราชโองการลับบุกเข้ามาที่เรือนแล้วเจ้าค่ะ! พวกเขากล่าวหาว่าคุณหนูซ่อนตัวกบฏและสมรู้ร่วมคิดกับต่างถิ่น!"
หว่านหนิงหรี่ตาลงทันที ความคิดในหัวหมุนวนด้วยความเร็วสูง นางเหลือบมองสมุดบันทึกในมือและแผ่นกระดาษชาดบนโต๊ะ
ฉีเหิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันฉายประกายอำมหิตขึ้นมาทันที "ดูเหมือนว่าสุนัขแก่ในเรือนหลังจะไหวตัวทันเร็วกว่าที่คาดไว้... หรือมีหนอนกระทำjการส่งข่าวอยู่ข้างนอก"
ก่อนที่หว่านหนิงจะทันได้เอ่ยคำใด ประตูไม้แกะสลักของเรือนก็ถูกถีบกระเด็นด้วยแรงมหาศาล เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นเรือนดังสะท้อน พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีเฒ่าหน้าขาวผู้กุมราชโองการสีทองอร่ามในมือ รอยยิ้มเยียบเย็นและสายตาดูแคลนกวาดมองมาที่พวกเขาทั้งสองคน
"ฮองเฮามีรับสั่ง... ให้ควบคุมตัวบุตรีเซี่ยหว่านหนิงไปสอบสวน ณ คุกหลวงทันที!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายหมอกนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 9
เงาแค้นในเรือนหลัง
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!