หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 18

รอยร้าวในกำแพงเหล็ก

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
“ท่านแม่ทัพคิดว่า... รอยร้าวเล็กๆ เพียงจุดเดียวบนกำแพงเหล็กที่ไร้รอยต่อ จะทำให้ป้อมปราการทั้งหลังพังทลายลงได้หรือไม่เจ้าคะ?” เซี่ยหว่านหนิงเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องหนังสือส่วนตัว กลิ่นกำยานไม้กฤษณาอบอวลประสานกับกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่มักติดตามตัวฉีเหิงมาเสมอ นางวางพู่กันในมือลงอย่างแช่มช้า ดวงตากลมโตดุจกวางตื่นสบประสานกับนัยน์ตาดำขลับราวกับห้วงเหวของบุรุษตรงหน้า ฉีเหิงที่กำลังฝนหมึกชะงักมือลง แสงเทียนวูบไหวสะท้อนแผ่นหลังกว้างภายใต้ชุดผ้าไหมเนื้อหยาบสีเข้ม—อาภรณ์ที่เขามักเลือกใช้เพื่อปกปิดร่องรอยบาดแผลจากการศึกนับไม่ถ้วน เขามิได้ตอบคำถามในทันที ทว่ากลับก้าวเดินเข้ามาใกล้จนหว่านหนิงสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายอันกำยำนั้น “หากกำแพงนั้นสร้างขึ้นจากความหวาดระแวง และผู้เฝ้าหอคอยมีหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะแห่งการทรยศ... ต่อให้เป็นเหล็กไหล ก็ย่อมพังทลายลงได้ในสักวัน” เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า เป็นเสียงที่ใช้สั่งการทหารนับหมื่นในสมรภูมิ ทว่ายามนี้มันกลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันได้สังเกต หว่านหนิงคลี่ยิ้มจางที่มุมปาก ยิ้มที่ดูราวกับบุปผางามในม่านหมอก “ท่านพูดราวกับว่ากำลังมองเห็นช่องโหว่ในใจของผู้คนเสียยิ่งกว่ากลยุทธ์ในสนามรบนะคะ” ฉีเหิงวางมือลงบนขอบโต๊ะ กักร่างบอบบางของหญิงสาวไว้ในวงแขน สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนละเอียดที่ปราศจากการแต่งแต้ม ทว่ากลับงดงามล้ำลึกด้วยสติปัญญา “ข้าไม่สนเรื่องในสนามรบในยามนี้ สิ่งที่ข้าสนใจ... คือเหตุใดเจ้าจึงต้องเอาตัวเองไปวางไว้บนคมดาบของเซี่ยฮูหยินใหญ่เพียงลำพัง” คำถามนั้นเปลี่ยนบรรยากาศในห้องให้ตึงเครียดขึ้นในฉับพลัน หว่านหนิงมิได้หลบสายตา นางรู้ดีว่าความปรารถนาดีของบุรุษผู้นี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยที่เกินเลยกว่าคำว่า 'พันธมิตรทางการเมือง' ซึ่งนั่นเป็นตัวแปรที่นางไม่ได้คำนวณไว้ในหมากกระดานนี้ “หากไม่มีความเสี่ยง สวนดอกไม้ในเรือนหลังก็คงไม่มีวันผลิดอกที่สวยที่สุดได้หรอกค่ะ ท่านแม่ทัพ” หว่านหนิงกล่าวพลางขยับตัวออกห่างเล็กน้อยเพื่อรักษาช่องว่างทางสถานะ แต่แล้วมือหนากลับคว้าข้อมือนางไว้เบาๆ แผ่วเบาจนดูเหมือนการทะนุถนอม ทว่าหนักแน่นจนนางไม่สามารถสะบัดหนี ฉีเหิงมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นในอก—ความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้จักในยามถือดาบอาบเลือด มันคือความกระหายที่จะปกป้อง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของแผ่นดิน แต่เพื่อรอยยิ้มที่ไม่เคยยอมสยบให้ใครของสตรีนางนี้ “ข้าเคยเห็นคนมากมายยอมทำทุกอย่างเพื่ออำนาจ แต่เจ้า...” เขาเว้นจังหวะ สายตาเลื่อนลงไปที่ลำคอระหง “เจ้ากำลังเล่นกับไฟด้วยความเย็นชาที่ข้าก็เริ่มจะทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว” หัวใจของหว่านหนิงเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ นางพยายามรวบรวมสติที่แตกซ่าน “ท่านแม่ทัพ... ท่านกำลังข้ามเส้นที่ตั้งไว้แล้วนะคะ” “หากเส้นนั้นขีดไว้เพื่อกั้นไม่ให้ข้าได้ปกป้องคนที่ข้าอยากจะปกป้อง... ข้าก็ไม่คิดจะรักษามันไว้หรอก” ขณะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นด้วยกระแสความรู้สึกที่ถาโถมเข้าหากันอย่างไม่มีใครยอมใคร พลันมีเสียงเคาะประตูที่หน้าห้องอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เงาที่ดูตื่นตระหนกผิดปกติ “ท่านแม่ทัพ! ขออภัยที่ต้องรบกวนขอรับ!” เสียงองครักษ์ดังแทรกเข้ามา “เกิดเรื่องใหญ่ที่เรือนรับรองของสกุลเซี่ย... มีคนลอบวางยาพิษในสำรับอาหารที่ส่งมาจากเรือนใหญ่ และบัดนี้ท่านฮูหยินใหญ่กำลังถูกจับกุมโดยเหล่าขันทีจากวังหลวงข้อหาพยายามลอบสังหารเชื้อพระวงศ์ที่แฝงตัวมา!” หว่านหนิงผละตัวออกห่างจากฉีเหิงทันที แววตาของนางเปลี่ยนจากความอ่อนหวานเป็นความเฉียบคมดุจน้ำแข็งที่ถูกคมมีดกรีด “ท่านแม่ทัพคะ” หว่านหนิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง “รอยร้าวที่ข้าสร้างไว้บนกำแพงเหล็ก บัดนี้มันได้กลายเป็นรอยแยกที่กว้างพอจะทำลายสกุลเซี่ยให้ย่อยยับภายในคืนนี้แล้ว” ฉีเหิงมองดูสตรีที่อยู่ตรงหน้าด้วยความทึ่งปนหวาดหวั่น เขารู้ดีว่านางคือจอมวางแผนที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องเพื่อไปรับมือกับสถานการณ์หน้าเรือนนั้นเอง องครักษ์อีกคนก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด “ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วขอรับ! มีพระราชโองการด่วนจากฝ่าบาท... ให้จับกุมตัว ‘ท่านแม่ทัพฉีเหิง’ ในข้อหาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับเซี่ยหว่านหนิงในการสร้างเรื่องกบฏภายในเรือนใหญ่!” กระดาษม้วนสีเหลืองทองถูกกางออกเบื้องหน้าคนทั้งสอง ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องหนังสืออีกครั้ง ทว่าในครานี้ มันไม่ใช่ความเงียบของความลุ่มลึก แต่มันคือความเงียบของพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำจนมอดไหม้ทุกสิ่งให้กลายเป็นเถ้าถ่าน หว่านหนิงสบตากับฉีเหิงอีกครั้ง ในดวงตาของเขามิได้มีความหวาดกลัว แต่กลับมีความบ้าคลั่งที่สะท้อนออกมาจากความรู้สึกที่เขามีต่อนาง... เขาหยิบดาบประจำกายขึ้นมาแน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นางรู้ว่าต่อจากนี้ หมากกระดานนี้จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป “ดูท่าว่า... กำแพงเหล็กที่ว่านั่น จะไม่ได้มีไว้กั้นคนนอกเพียงอย่างเดียวเสียแล้ว” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากในสายหมอกแห่งเล่ห์กลนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%