กลิ่นอายของเหล้าหมักหมื่นลี้ผสมคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลอยู่ภายใต้แสงเทียนสีชาดที่กำลังจะมอดดับ เซี่ยหว่านหนิงไม่เคยคิดว่าค่ำคืนที่นางเลือกจะก้าวเข้าสู่เขตแดนลับของแม่ทัพฉีเหิง จะพาตนเองมาติดอยู่ในวังวนแห่งความมืดมนที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยหยาดน้ำตาและกระดูกนับแสน ชีวิตในเรือนหลังของตระกูลเซี่ยที่เต็มไปด้วยการเหยียบย่ำและเล่ห์กล ดูเป็นเพียงเด็กเล่นขายของไปถนัดตา เมื่อเทียบกับความโศกนาฏกรรมนองเลือดที่ถูกซุกซ่อนไว้เบื้องหลังเกียรติยศของแผ่นดิน
"เจ้าคิดว่าความแค้นของสตรีในเรือนหลังกับความตายของทหารสามหมื่นนาย มีสิ่งใดหนักหนากว่ากัน แม่นางเซี่ย"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้น ท่ามกลางเงาสลัวของห้องโถงลับใต้ตำหนัก ฉีเหิงปลดเปลื้องอาภรณ์ชั้นนอกออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นฉกรรจ์ที่ไขว้กันยุ่งเหยิงราวกับตาข่ายแห่งความตายบนแผ่นหลังกว้าง ร่องรอยเหล่านั้นไม่ใช่แค่บาดแผลจากคมดาบศัตรู หากแต่คือหลักฐานอันไร้เสียงของการถูกทรยศหักหลังจากราชสำนักที่เขาเคยเอาชีวิตเข้าแลก
หว่านหนิงนิ่งงัน นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกิโมโนกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อ แม้นางจะคาดเดาไว้แล้วว่าการหายสาบสูญของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬเมื่อห้าปีก่อนจะมีเงื่อนงำ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเบื้องหลังสมรภูชายังมีความเน่าเฟะยิ่งกว่าหนอนบ่อนไส้
"ท่านแม่ทัพกำลังใช้แผลเป็นเหล่านี้ ตอกย้ำความผิดบาปที่ท่านไม่ได้ก่อ หรือกำลังบอกข้าว่า... หมากกระดานนี้ไม่มีผู้ใดบริสุทธิ์ตั้งแต่แรกแล้วกันแน่คะ" หว่านหนิงเงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาดอกบัวคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้เพียงความเยือกเย็นที่ท้าทาย
ฉีเหิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหבריษยาสมกับปีศาจที่เพิ่งไต่ขึ้นมาจากขุมนรก เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับนาง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยววับวาวด้วยหยดน้ำตาที่ถูกสะกดไว้ไม่ให้ร่วงหล่น มันคือความเจ็บปวดระดับที่ต่อให้แผ่นดินสลายก็ไม่อาจลบเลือน
"เจ้าเด็กโง่... เจ้าไม่เข้าใจหรอก" ฉีเหิงก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง กลิ่นอายบุรุษผู้ผ่านสนามรบโถมเข้าใส่จนลมหายใจสะดุด "ในคืนที่หิมะโปรยปราย ทหารสามหมื่นนายของข้าถูกล้อมไว้ที่หุบเขาอู๋หลิง อาหารและเสบียงถูกตัดขาด ข้าส่งม้าเร็วเจ็ดร้อยลี้กลับมาขอความช่วยเหลือจากเมืองหลวงถึงสามครั้ง แต่สิ่งที่ข้าได้รับกลับมาคือราชโองการลับ... ที่สั่งให้พวกเรา 'ตายอย่างสมเกียรติ' เพื่อแลกกับการสงบศึกที่ฮ่องเต้ทรงต้องการ!"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจเซี่ยหว่านหนิง ร่างบางเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ความตระหนักรู้บางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาในสมอง นางผู้ซึ่งเคยถูกตระกูลเซี่ยโยนทิ้งให้เผชิญความตายในวัยเยาว์เพื่อรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ย่อมเข้าใจความรู้สึกของการถูกหักหลังโดยคนที่ควรปกป้องที่สุดดีกว่าผู้ใด
"ตระกูลหลี่... หรือเสนาบดีฝั่งบูรพาเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้สินะคะ" หว่านหนิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาทอประกายความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาวูบหนึ่ง
"ไม่ใช่แค่พวกเขา" ฉีเหิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่ม "แต่มีเงาขององค์รัชทายาททาบทับอยู่ด้วย ข้าก้มหัวให้บัลลังก์นี้มาตลอดชีวิต ยอมเป็นสุนัขรับใช้ที่ดุร้ายที่สุดเพื่อให้แผ่นดินสงบสุข แต่พวกมันกลับฆ่าพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของข้าเพื่อปูทางให้อำนาจของตนเองมั่นคง"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากผนังถ้ำที่ดังสะท้อนเป็นจังหวะราวกับนาฬิกาทรายแห่งความตาย เคมีระหว่างคนทั้งสองในยามนี้ช่างลุ่มลึกและอันตรายยิ่งกว่าครั้งใด ความเยือกเย็นและยุทธวิธีของสตรีผู้ชาญฉลาด หลอมรวมเข้ากับความแค้นและพละกำลังดุจพายุหมุนของแม่ทัพผู้สูญเสียทุกสิ่ง ท่ามกลางเกมการเมืองเรือนหลังและการชิงอำนาจระดับราชสำนัก ทั้งสองต่างเป็นเพียงหมากสองตัวที่ถูกบังคับให้เดิน แต่ในยามนี้... หมากทั้งสองกำลังจะพลิกกระดานขึ้นมาคว่ำกระดานทิ้งด้วยมือของตนเอง
หว่านหนิงหลุบตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ฉีเหิงถึงกับชะงักงัน มันไม่ใช่รอยยิ้มของสตรีอ่อนแอในห้องหอ แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่มองเห็นเหยื่อติดกับ
"ในเมื่อพวกมันต้องการให้ท่านเป็นผีไร้ญาติ ข้าก็จะช่วยท่านแต่งแต้มชะตากรรมใหม่... ให้พวกมันได้ลิ้มรสความรู้สึกของการสูญเสียทุกสิ่งจนหมดสิ้นเช่นกันค่ะ ท่านแม่ทัพ"
ฉีเหิงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกหวาดระแวงในทีแรกถูกแทนที่ด้วยความเคารพอย่างลึกซึ้ง นางไม่ใช่แค่หมากที่เขานำมาใช้เพื่อถ่วงดุลอำนาจในจวนปั๋ว แต่คือนางพญาผู้พร้อมจะเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านกองเพลิงแห่งการแก้แค้น
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเข้มข้นถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังแว่วมาจากอุโมงค์เบื้องบน ตามมาด้วยเสียงเคาะกระบะเหล็กและเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"แม่ทัพฉี! มีพระราชโองการด่วนจากในวังหลวง... เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ตำหนักบูรพา องค์รัชทายาททรง... สิ้นพระชนม์แล้ว!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายหมอกนี้ไปกับดอกโบตั๋นพันปีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ•ตอนที่ 12
บาดแผลที่ปิดสนิท
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้ข้าขอไม่เดินต่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!