*ปี๊ป!*
เสียงสัญญาณอนุมัติจากเครื่องรูดบัตรเครดิตสีดำสนิท ไร้ขีดจำกัดวงเงินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับถูกแช่แข็ง บิลกระดาษยาวเหยียดพ่นออกมาจากเครื่องพิมพ์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับตัวเลขยอดเงินเจ็ดหลักที่ทำให้พนักงานต้อนรับถึงกับมือไม้อ่อน ปลายกระดาษสั่นเทาขณะยื่นคืนบัตรโลหะสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับให้แก่เจ้าของ
ศิวากะพริบตาปริบๆ สมองที่เคยฉับไวในการคำนวณต้นทุนวัตถุดิบและคิวอาหารในครัว กลับหยุดทำงานไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองหน้าจอเครื่องรูดบัตรสลับกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายของคณินที่ยังคงเรียบเฉย ราวกับว่าเขาเพิ่งจะจ่ายเงินซื้อน้ำเปล่าขวดละสิบบาท ไม่ใช่การกว้านซื้อร้านอาหารกึ่งคาเฟ่สุดหรูแห่งนี้ทั้งคูหาด้วยเงินสดในพริบตาเดียว
"คุณ... คุณบ้าไปแล้วหรือคะ?" เสียงหวานปนห้าวของศิวาอุทานออกมาอย่างลืมตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนเหลือเชื่อ "นี่มันร้านอาหารนะคะ ไม่ใช่แผงขายลูกชิ้นปิ้ง อยากได้ก็แค่จิ้มบัตรจ่ายแล้วยกกลับบ้านไปเฉยๆ แบบนี้มันเสียสติชัดๆ!"
คณินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือกว่า ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทแบรนด์ดังระดับโลกขยับเข้าไปใกล้ร่างโปร่งของเชฟหนุ่มจนได้กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากกายหนุ่ม กลิ่นมินต์ผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ศิวาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
"ผมไม่ได้เสียสติครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง ผมไม่ได้เสียสติหรอกค่ะ เชฟศิวา" คณินจงใจปรับน้ำเสียงล้อเลียนเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าไม่ถูกกับสถานการณ์ตรงหน้า "แต่ผมแค่ใช้สิทธิของเจ้าของร้านคนใหม่ ในการจัดการกับ 'ลูกจ้าง' ที่ปากเก่งเกินเบอร์ก็เท่านั้น"
"ใครเป็นลูกจ้างคุณไม่ทราบ!" ศิวากัดฟันกรอด ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโมโหจนเลือดสูบฉีด "ร้านนี้เป็นของหุ้นส่วนกลุ่มเก่าต่างหาก คุณไม่มีสิทธิ์มา..."
"อ๋อ คนพวกนั้นเหรอคะ?" เสียงหัวoเราะในลำคอของคณินดังขึ้นอย่างเยືือกเย็น ก่อนที่เขาจะหันไปพยักเพยิดให้กับเลขาคนสนิทที่ถือแท็บเล็ตเดินเข้ามาสมทบ "จัดการส่งเอกสารการโอนสิทธิ์และใบแจ้งหนี้ค่าปรับผิดสัญญาให้ทางอดีตผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"
"เรียบร้อยค่ะท่านประธาน ทุกคนเซ็นยินยอมรับเงินก้อนโตและถอนชื่อออกจากการเป็นเจ้าของเรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่มีใครกล้าปริปากสักคน เพราะยอดเงินชดเชยที่เราทุ่มไปมันมากกว่ามูลค่าหุ้นเดิมถึงสามเท่า" เลขาสสาวรายงานด้วยความฉับไว
ศิวาอ้าปากค้างอีกรอบ ความรู้สึกเหมือนถูกค้อนยักษ์ฟาดเข้าที่กลางแสกหน้าจนมึนงงไปหมด นี่ไม่ใช่แค่การซื้อร้านอาหารธรรมดา แต่มันคือการใช้อำนาจเงินกว้านซื้อทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวเขามาครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!
บรรยากาศในร้านเริ่มอึดอัดเมื่อร่างทรงพลังของณัฐชา ไฮโซสาวผู้ถือหุ้นใหญ่ฝั่งตรงข้ามที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าแบรนด์เนมใบละหลายแสน ก้าวเข้ามาหยุดชะงักที่กลางร้าน หล่อนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้คณิน แต่รอยยิ้มนั้นต้องแข็งค้างเมื่อกวาดสายตาไปเห็นใบเสร็จและหน้าจอระบบ
"คุณคิมคะ นี่มันหมายความว่ายังไงคะ? ทำไมระบบถึงแจ้งว่าหุ้นทั้งหมดถูกโอนเปลี่ยนมือแล้วล่ะคะ?" ณัฐชาปรี่เข้าไปเกาะแขนแกร่งของชายหนุ่มด้วยท่าทางออดอเซาะ แต่กลับถูกคณินสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใยจนเซถลา
"หมายความว่าคุณหมดสิทธิ์ที่จะเข้ามาเหยียบบริเวณนี้อีกต่อไปยังไงล่ะครับ... อ้อ ดิฉันหมายถึง 'ค่ะ' ณัฐชา" คณินเอ่ยเสียงเรียบ สายตาที่มองคู่หมั้นสาวที่ผู้ใหญ่จัดหาให้เต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "และเชฟศิวาก็ไม่ได้เป็นลูกจ้างที่คุณจะสามารถเข้ามาใช้อำนาจบาทใหญ่กดขี่ข่มเหงได้อีก เพราะตอนนี้... เขาอยู่ใต้สังกัดของผม คนเดียวเท่านั้น"
ณัฐชาหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริกด้วยความแค้น ดวงตาวาวโรจน์จ้องมองศิวาด้วยความเกลียดชัง "นังเชฟปากจัดนี่มันมีดีอะไรนักหนา! คุณถึงกับยอมทุ่มเงินเป็นร้อยล้านเพื่อซื้อมันทั้งร้านเลยเหรอคะคุณคิม!"
"มีดีที่ฝีมือ และมีดีที่หัวใจซึ่งซื่อสัตย์กว่าผู้หญิงบางคนที่หวังแต่ผลประโยชน์ทางธุรกิจยังไงล่ะคะ" คณินตอบกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนที่ทำเอาณัฐชาแทบลมจับทรุดลงไปกองกับพื้น "เชิญออกไปจากร้านของผมได้แล้วค่ะ ก่อนที่ผมจะให้ รปภ. หามคุณออกไปให้พ้นสายตา"
ศิวายืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนในช่องท้องอย่างประหลาด ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประทับใจและความสับสนระคนกัน ผู้ชายคนนี้... บ้าบิ่น ไร้เหตุผล และเผด็จการที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาในชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน ก็ปกป้องเขาจากความอยุติธรรมได้อย่างสะใจที่สุดในพริบตาเดียว
"ส่วนคุณ..." คณินหันกลับมาหาเชฟหนุ่มที่ยังยืนนิ่งเป็นรูปปั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึกอีกครั้ง "นี่คือสัญญาจ้างฉบับใหม่ ในฐานะ 'เชฟส่วนตัว' ประจำตระกูลคณินทร์ วงเงินเดือนที่คุณสามารถระบุตัวเลขได้เองตามใจชอบ พร้อมสิทธิพิเศษในการใช้ชีวิตในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองร่วมกับผม... ปฏิเสธไม่ได้นะคะ เพราะถ้าคุณฉีกสัญญานี้ ร้านอาหารแห่งนี้จะถูกปิดตัวลงและเปลี่ยนเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของผมในวันพรุ่งนี้ทันที"
ศิวากัดริมฝีปากแน่นอย่างคนจนมุม สมองประมวลผลความคุ้มค่าและความดื้อรั้นของตัวเอง ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเงยขึ้นสบตากมคมกริบของซีอีโอสายเปย์ด้วยความท้าทาย
"ถ้าผมยอมรับข้อเสนอ..." ศิวาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ขยับเข้าไปประชิดตัวร่างสูงจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "คุณต้องสัญญาว่าจะไม่เข้ามายุ่มย่ามเวลาผมทำอาหารในครัวเด็ดขาด!"
คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างพึงพอใจ มือหนายื่นออกไปรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะจนศิวาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าคมโน้มลงกระซิบชิดริมหูแผ่วเบาจนขนลุกซู่
"เรื่องนั้นเอาไว้คุยกันบนเตียง... เอ๊ย ในห้องครัวส่วนตัวดีกว่าค่ะ เชฟศิวา"
*แกร๊ก!* เสียงล็อกประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับม่านม้วนอัตโนมัติที่ค่อยๆ เลื่อนปิดลง ปิดกั้นโลกภายนอกเหลือเพียงเข and เขา สองคนที่ยืนประจันหน้ากันในพื้นที่ส่วนตัวแห่งใหม่ และก่อนที่ศิวาจะได้ทันอ้าปากเถียง เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กก็ดังขึ้น พร้อมกับภาพถ่ายเอกสารลับบางอย่างที่ถูกส่งตรงมาจากบุคคลนิรนาม... คนที่กุมความลับการตายของพ่อศิวาเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านความฟินและสะใจนี้นะคะ!
ท่านประธานสายเปย์กับเชฟหนุ่มปากแซ่บ•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเชฟหนุ่มปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!