เสียงกระแทกของจานพอร์צלีนราคาแพงบนโต๊ะหินอ่อนดัง *กริ๊ง* จนคนรอบโต๊ะถึงกับสะดุ้ง แต่คนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในวินาทีนี้ไม่ใช่เสียงกระทบของจาน หากแต่เป็นดวงตาสีดำสนิทที่กำลังจดจ้องมองจานอาหารตรงหน้า ราวกับมันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีฆาตกรรม
“นี่คือ ‘ฟัวกราส์ซอสราสเบอร์รี่’ ที่ทางร้านภูมิใจนักหนาอย่างนั้นสินะคะ?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทว่ามันไม่ได้ออกมาจากปากของลูกค้าทั่วไป หากแต่เป็นเสียงของ คณิน ซีอีโอหนุ่มผู้กุมอาณาจักรธุรกิจมูลค่าแสนล้าน ผู้ซึ่งถูกเชิญมาเป็นประธานกิตติมศักดิ์ในการรีวิวอาหารรอบพิเศษของร้าน ‘L’Amour’ แห่งนี้
ศิวา ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวเปิดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตากลมโตคมกริบราวกับแมวป่าจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มผู้สวมสูทสั่งตัดเข้ารูป นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและกรุ่นโกรธ
“มีปัญหาอะไรกับเมนูของฉันหรือคะ ท่านประธานคณิน” ศิวาเน้นเสียงคำว่า ‘ท่านประธาน’ ด้วยความหมั่นไส้ระคนประชดประชัน “เท่าที่ฉันจำได้ ลูกค้าวีไอพีระดับคุณ น่าจะมีรสนิยมมากพอที่จะแยกแยะความสุนทรีย์ของวัตถุดิบออก ไม่ใช่มานั่งทำหน้าเหมือนกินยาขมแบบนั้น”
บรรยากาศในห้องอาหารระดับมิชลินสามดาวพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น บรรดาผู้จัดการร้านและเหล่าไฮโซที่มาร่วมงานต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดเสียว ใครๆ ก็รู้ว่าคณินคือผู้ทรงอิทธิพลที่สามารถสั่งปิดร้านอาหารแห่งนี้ได้ภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีหากเขาไม่พอใจ แต่เชฟเจ้าของร้านตัวแสบคนนี้กลับกล้าท้าทายอำนาจเงินตราของเขาอย่างไม่เกรงกลัว
คณินไม่โกรธ เขากลับมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ชวนให้คนมองอยากจะเข้าไปข่วนหน้าหล่อๆ นั่นสักที
“สุนทรีย์เหรอครับ เชฟศิวา?” คณินทวนคำ น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก “ตับห่านชิ้นนี้ถูกย่างนานเกินไปสามวินาที ทำให้ไขมันละลายหายไปจนหมด สัมผัสที่ควรจะละลายในปากจึงกลายเป็นความสากลิ้น และที่สำคัญที่สุด... ซอสราสเบอร์รี่ของคุณมีความเป็นกรดสูงเกินไปจนกลบความละมุนของวัตถุดิบหลัก มื้อนี้ราคาหหลักหมื่น แต่รสชาติที่ได้กลับสอบตกตั้งแต่คำแรก”
“นี่คุณ…!” ศิวาหน้าตึงเปรี๊ยะ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด ฝีมือการทำอาหารคือศักดิ์ศรีทั้งหมดในชีวิตของเขา แต่ผู้ชายเย็นชาคนนี้กลับกล้าเหยียบย่ำมันอย่างไร้ความปรานี
“ทำไมครับ? รับความจริงไม่ได้อย่างนั้นเหรอ” คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะอาหาร สายตาคมกราบกรานสำรวจใบหน้าเนียนใสของเชฟหนุ่มที่กำลังแดงก่ำด้วยความโมโห “ในฐานะที่ผมเป็นลูกค้าระดับวีไอพี และเป็นคนที่ถือสิทธิ์ขาดในการลงทุนซื้อหุ้นใหญ่ของร้านนี้ ผมมีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์อาหารที่ห่วยแตกได้เต็มปาก”
“ถ้าคิดว่าอาหารของฉันมันห่วยแตกนัก ก็เชิญไสหัวออกไปจากร้านแล้วไปกินอาหารหมาที่ไหนก็เชิญค่ะ! ร้านนี้ไม่ต้อนรับคนไม่มีลิ้นรับรสอย่างคุณ!” ศิวาย้อนกลับเสียงดังลั่น จนแขกคนอื่นในร้านถึงกับอ้าปากค้าง
ณัฐชา ไฮโซสาวผู้ติดตามคณินมาด้วย รีบก้าวเข้ามาทำทีเป็นไกล่เกลี่ย แต่รอยยิ้มเยาะบนใบหน้ากลับฟ้องชัดเจนว่าเธอสะใจแค่ไหนที่เชฟหนุ่มปากกล้ากำลังหาเรื่องใส่ตัว
“ตายจริง เชฟศิวาคะ ทำไมถึงพูดจาไร้มารยาทกับท่านประธานแบบนั้นล่ะคะ? รู้ไหมว่าคุณกำลังพูดอยู่กับใคร เขาคือผู้สนับสนุนหลักของที่นี่นะยะ ถ้าเขาถอนทุนขึ้นมา คุณกับร้านกระจอกๆ นี่ได้เตรียมตัวไสหัวไปเก็บขยะกินแน่!”
ศิวาหันขวับไปมองณัฐชาด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ กำปั้นเรียวเล็กกำแน่นจนข้อต่อขาวโพลน เขาเกลียดที่สุดคือพวกเอาอำนาจเงินมาข่มเหงคนอื่น แบบนี้มันดูถูกกันชัดๆ!
“ฉันจะอยู่ที่นี่หรือจะไป มันก็เรื่องของฉันค่ะคุณณัฐชา ไม่ทราบว่าเงินที่เอามาอวดเนี่ย เป็นเงินที่หามาเองด้วยหยาดเหงื่อ หรือเป็นแค่เกาะท่านประธานกินไปวันๆ กันแน่คะ?”
“นี่แก…! อีเชฟปากมอม!” ณัฐชาหน้าถอดสี กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธจัดจนภาพลักษณ์ไฮโซผู้ดีหลุดกระุย
คณินยกมือขึ้นห้ามณัฐชาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีดำสนิทกลับพุ่งเป้ามาที่ศิวาเพียงคนเดียว ความรู้สึกประหลาดบางอย่างกำลังตีวนอยู่ในอกของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยสนใจใคร การได้เห็นเชฟหนุ่มคนนี้พยศใส่ มันทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“ปากเก่งเสียจริงนะเชฟศิวา…” คณินโน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหน้าหวานจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของวนิลาและเครื่องเทศจากตัวอีกฝ่าย กระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคน “แต่อาหารห่วยๆ ของคุณเมื่อครู่... ทำให้ผมสนใจอยากจะลอง ‘ชิม’ อย่างอื่นดูบ้างแล้วสิ”
ศิวาชะงัก หัวใจกระตุกวูบเมื่อสบเข้ากับดวงตาพราวระยับที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคณินก็ดังขึ้น ทว่าชายหนุ่มกลับปรายตามองมันเพียงนิดเดียวก่อนจะกดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย เขายื่นมือหนาหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้ราคาหลักแสนออกมา ก่อนจะดึงบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงินออกมาถือไว้ในมือ
คณินจ้องมองเชฟหนุ่มที่ยังคงยืนจังก้าด้วยแววตาคลั่งรักที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา แล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาทุกคนในร้านถึงกับช็อกตาค้าง
“ผมเหมาวัตถุดิบทั้งหมดในร้านนี้… และเหมาตัวเชฟให้ไปทำอาหารให้ผมกินแค่คนเดียวที่เพนต์เฮาส์คืนนี้ เสนอราคามาเท่าไหร่ ผมจ่ายให้หมดอย่างไร้เงื่อนไข”
ศิวาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับความบ้าคลั่งของท่านประธานสายเปย์ตรงหน้า ขณะที่คณินยกย่องมุมปากอย่างผู้ชนะพร้อมกับเสียงรูดบัตรเครดิตผ่านเครื่องรูดอัตโนมัติที่พนักงานวิ่งมาบริการด้วยความรวดเร็ว ดัง *ปี๊ป!* อนุมัติยอดเงินมหาศาลผ่านฉลุยในพริบตาเดียว!
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มลองความแซ่บซี้ดของไอศกรีมมินต์ช็อกนะคะ!
ท่านประธานสายเปย์กับเชฟหนุ่มปากแซ่บ•ตอนที่ 1
เชฟปากแซ่บกับลูกค้าระดับวีไอพี
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเชฟหนุ่มปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!