ท่านประธานสายเปย์กับเชฟหนุ่มปากแซ่บ•ตอนที่ 12

ค่ำคืนใต้แสงดาว

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของศิวา พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลาและเตาอบที่ยังคงอวลอยู่ในบรรยากาศรอบตัว เชฟหนุ่มกวาดสายตามองความว่างเปล่าของห้องครัวใหญ่ในเพนต์เฮาส์หรูมูลค่าเก้าร้อยล้าน ที่ตอนนี้เหลือเพียงเขากับร่างสูงโปร่งของท่านประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา แต่สำหรับเขากลับกลายเป็น... ความอบอุ่นจนน่าประหลาด "มองหน้าผมแบบนี้ แปลว่าซึ้งจนอยากจะซบไหล่ผมแล้วสิครับ เชฟวา" เสียงทุ้มต่ำติดจะเจ้าเล่ห์นิดๆ ดังขึ้นพร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งที่สวมกอดเอวบางไว้จากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ คณินเกยคางไว้บนลาดไหล่ของอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจอาณาจักรธุรกิจระดับพันล้านในเวลานี้ กลับลดเกราะกำบังลงเหลือเพียงผู้ชายคลั่งรักคนหนึ่งที่เสพติดกลิ่นกายสะอาดๆ ของเชฟหนุ่มปากแซ่บ "ใครเขาอยากจะซบคุณกันล่ะไอ้คุณประธาน ปล่อยเลยนะ มือไม้นี่เริ่มจะอยู่ไม่สุขแล้วนะ" ศิวาเอ็ดเบาๆ พลางศอกกลับเบาๆ ที่สีข้างของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้ผลักไสอย่างจริงจัง ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นอย่างไร้รอยต่อในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้หัวใจที่เคยปิดตายของเชฟหนุ่มเริ่มสั่นคลอน วิกฤตการถูกกลั่นแกล้งจากไฮโซสาวตัวแสบอย่างณัฐชาที่เพิ่งถูกตบหน้าด้วยอำนาจเงินตราของคณินไปหมาดๆ กลายเป็นบททดสอบที่ทำให้ทั้งคู่รู้ใจกันมากขึ้นอย่างไม่ต้องมีคำอธิบาย คณินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายอมคลายอ้อมแขนออกนิดหน่อย แต่กลับพลิกร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่แข่งทางธุรกิจด้วยความเยียบเย็น บัดนี้กลับพราวระยับไปด้วยประกายความหวานเชื่อมจนน่าใจหาย "ไม่อยู่สุขตรงไหน ผมแค่วัดรอบเอวว่าช่วงนี้คุณผอมลงหรือเปล่า เพราะมัวแต่เครียดเรื่องร้านอาหาร... บอกกี่ครั้งแล้วว่ามีผมอยู่ทั้งคน แค่กระดิกนิ้ว ร้านของณัฐชาหรือใครหน้าไหนก็ล้มละลายได้ในพริบตาเดียว" "เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่างหรอกนะคิน..." ศิวาเชิดหน้าขึ้น สบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "ความพยายามของผม ค่าของฝีมือผม มันไม่ใช่สิ่งที่เอาเงินฟาดหัวแล้วจบเหมือนที่คุณชอบทำหรอกนะ" "แต่เงินมันซื้อความสุขให้คนที่ผมรักได้... และมันก็ซื้อเวลาให้เราได้ยืนมองดาวดวงเดียวกันแบบนี้" คณินพูดเสียงนุ่ม มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเชฟหนุ่มอย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ศิวาชะงักไป ดวงตาคู่สวยไหวระริก หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงเมื่อเงยหน้าขึ้นมองตามปลายนิ้วของอีกฝ่ายที่ผายออกไปยังผนังกระจกใสบานยักษ์จรดเพดาน เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ราวกับดวงดาวนับล้านดวงที่ถูกร่วงหล่นลงมาประดับอยู่แทบเท้า ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตามากกว่าทัศนียภาพราคาแพงลิบลิ่ว ก็คือความจริงใจที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของซีอีโอหนุ่ม "ไปกันเถอะ... ผมเตรียมที่พิเศษไว้ให้คุณ" คณินไม่รอให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธ ฝ่ามืออุ่นจัดคว้ามือเรียวของเชฟหนุ่มมากุมไว้แน่นก่อนจะพาเดินขึ้นไปยังบันไดวนส่วนตัวสู่ดาดฟ้าของเพนต์เฮาส์ ลมเย็นยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าทันทีที่ประตูเปิดออกสู่พื้นที่กลางแจ้ง ศิวาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง ดาดฟ้าโล่งกว้างถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์ใต้แสงเทียนสุดโรแมนติก มีเพียงโต๊ะอาหารตัวเล็กสไตล์ฝรั่งเศส ประดับด้วยดอกกุหลาบสีขาว และเชฟส่วนตัวที่ยืนรออยู่พร้อมเครื่องดื่มชั้นเลิศ โดยไม่มีเงาของบอดี้การ์ดหรือคนอื่นมารบกวนแม้แต่คนเดียว "คุณ... ทำทั้งหมดนี่เหรอ?" ศิวาหันไปมองหน้าคนข้างกายอย่างไม่อยากเชื่อ "สำหรับเชฟวาคนเก่ง ไม่มีอะไรที่ผมทำไม่ได้หรอกครับ" คณินยิ้มละมุน ดึงเก้าอี้ให้อีกฝ่ายนั่งลงด้วยความสุภาพบุรุษ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ และเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับจังหวะของค่ำคืน อาหารรสเลิศถูกทยอยเสิร์ฟโดยเชฟมืออาชีพ ทว่ารสชาติของมันกลับกลายเป็นรองความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่คณินตั้งใจมอบให้ บทสนทนาระหว่างมื้ออาหารเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และการหยอกล้อกันอย่างเป็นกันเอง ความปากแซ่บของศิวาถูกแทนที่ด้วยความเขินอายที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยการชวนคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ ส่วนคณินก็คอยรับฟังและสายตาไม่เคยละไปจากใบหน้าหวานเลยแม้แต่วินาทีเดียว "นี่..." ศิวาเอ่ยขึ้นเบาๆ หลังจากจิบไวน์รสเลิศเข้าไป ดวงตาสุกใสสะท้อนแสงเทียนระยิบระยับ "ขอบคุณนะ... สำหรับทุกอย่าง ที่ผ่านมาผมอาจจะปากจัดใส่คุณไปบ้าง แต่... ขอบคุณที่ยืนอยู่ข้าง I..." คำพูดของเชฟหนุ่มขาดหายไปเมื่อคณินเอื้อมมือมาทาบลงบนหลังมือของเขา อุณหภูมิที่อบอุ่นส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดมายังหัวใจ "ผมไม่เคยต้องการคำขอบคุณจากคุณเลยสักครั้ง ศิวา..." น้ำเสียงของคณินทุ้มนุ่มและจริงจังจนน่าใจหาย "สิ่งที่ผมต้องการ มีเพียงแค่รอยยิ้มของคุณ... และการได้เห็นคุณยืนอยู่ตรงนี้ ข้างๆ ผม ในทุกๆ วันหลังจากนี้" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นความเงียบที่ไม่ได้อึดอัด ทว่ากลับเต็มไปด้วยมวลอารมณ์ที่ลึกซึ้งและอบอุ่นจนหัวใจพองโต ศิวารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม เขาหลบสายตาคมกริบคู่นั้นด้วยความเขินอาย ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ เป็นรอยยิ้มที่สวยที่สุดที่คณินเคยเห็นมาตลอดชีวิต ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสุขและความหวานล้ำมักจะแสนสั้นเสมอ ในจังหวะที่คณินกำลังจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อมอบสัมผัสที่ลึกซึ้งกว่าคำพูดใดๆ เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของซีอีโอหนุ่มก็แผดเสียงดังทำลายบรรยากาศโรแมนติกอย่างไม่รู้กาลเทศะ คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เขากดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าจอ แต่ผ่านไปไม่ถึงสามวินาที เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กับเสียงสั่นเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัวที่ลิงก์ตรงกับสมาร์ทโฟน ชายหนุ่มจำใจหยิบขึ้นมาดู แวบแรกที่กวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ ใบหน้าคมคายที่เคยเปี่ยมไปด้วยความสุขและความอ่อนโยน กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็น ดุดัน และน่ากลัวขึ้นมาทันทีจนศิวายังต้องผถะถอยด้วยความตกใจ ดวงตาสีดำสนิทของคณินหันกลับมามองหน้าเชฟหนุ่มช้าๆ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้เอื้อnเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคนฟังเย็นเฉียบ "ดูเหมือนว่า... ณัฐชาจะยังไม่เข็ดสินะครับ... และเธอกำลังเล่นเกมที่ใหญ่เกินกว่าที่เธอจะรับไหวแล้วล่ะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความฟินในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเชฟหนุ่มปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%