ท่านประธานสายเปย์กับเชฟหนุ่มปากแซ่บ•ตอนที่ 13

เชฟรับLเคะบุกสำนักงานใหญ่

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
“ถ้าอาหารมื้อนี้รสชาติยังจืดชืดไร้รenskap เหมือนกับวิสัยทัศน์ของคนทำ ผมเกรงว่าบอร์ดบริหารของเราคงต้องทบทวนสัญญาจ้างเชฟอิสระคนนี้เสียใหม่แล้วล่ะครับ คุณคณิน” เสียงทุ้มต่ำติดจะเย่อหยิ่งของ ‘ท่านรองประธานอภิชาติ’ ดังขึ้นก้องห้องประชุมใหญ่ชั้นเจ็ดสิบของอาณาจักรเคเอ็น กรุ๊ป บรรยากาศรอบโต๊ะประชุมตัวยาวทำจากไม้มะฮอกกานีแท้นำเข้าจากอิตาลีคุกกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจและการกดขี่ บอร์ดบริหารรุ่นลายครามต่างพากันพยักหน้ารับสมรู้ร่วมคิด สายตาทุกคู่ที่มองมายังร่างโปร่งในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ราวกับศิวาเป็นเพียงมดปลวกตัวเล็กๆ ที่พวกเขาสามารถบดขยี้ให้แหลกคามือได้ทุกเมื่อ ณัฐชา ซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องขวาของท่านรองประธาน ยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า มือเรียวสวยภายใต้เล็บเจลราคาแพงเคาะปากกาParkerลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ ราวกับกำลังรอคอยชมฉากความพินาศของเชฟหนุ่มปากดีคนนี้อย่างใจจดใจจ่อ ทว่า... เจ้าของชื่ออย่างศิวากลับไม่มีอาการสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เชฟหนุ่มเจ้าของฉายาเชฟปากแซ่บยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งที่เพิ่งถูกเข็นเข้ามาเสิร์ฟ ดวงตากลมโตคมกริบกวาดตามองหน้าเหล่าบอร์ดผู้แก่กล้าวิชาชีพทีละคนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก “รสชาติอาหารจะจืดชืดหรือไม่อยู่ที่ลิ้นคนชิมค่ะท่านรอง... แต่ถ้าต่อมรับรสของท่านมันเสื่อมสภาพไปตามอายุขัย ต่อให้ผมเอาทองคำเปลวมาเคี่ยวให้กิน มันก็คงมีรสชาติไม่ต่างจากเศษขยะในสายตาพวกคุณอยู่ดี” “คุณศิวา!” เสียงทุบโต๊ะดังลั่นห้องจากหนึ่งในบอร์ดอาวุโส ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยแดงก่ำด้วยความโกรธจัด “นี่คุณกล้าดียังไงมาสามหาวใส่พวกเรา! รู้ไหมว่าที่นี่ที่ไหน และพวกเราเป็นใคร!” “รู้สิคะ... รู้ดีด้วยว่าที่นี่คือห้องประชุมใหญ่ของเคเอ็น กรุ๊ป และพวกคุณก็คือกลุ่มไดโนเสาร์เต่าล้านปีที่นั่งหายใจทิ้งไปวันๆ รอรับเงินปันผลจากหยาดเหงื่อของพนักงาน โดยไม่เคยใช้สมองคิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ นอกจากนั่งจับผิดคนอื่นเพื่อรักษาเก้าอี้เน่าๆ ของตัวเอง” ศิวาย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งขั้วโลก ปะทะเข้ากับความเงียบกริบที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเชฟรับจ้างโนเนมคนนี้จะกล้าหาญชาญชัยต่อปากต่อคำกับบอร์ดบริหารระดับสูงด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนถึงพริกถึงขิงขนาดนี้ ในขณะที่คณิน—ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลซึ่งนั่งประธานหัวโต๊ะ กลับไม่ได้เอ่ยห้ามปรามแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกราบดุจพญาเหยี่ยวนั้นกำลังพราวระยับด้วยความขบขันแกมเอ็นดู มือหนาข้างหนึ่งเท้าคางมองคนรักที่กำลังแผลงฤทธิ์ฟาดฟันศัตรูอย่างเมามัน รอยยิ้มมุมปากของคณินเผยออกเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด—ให้ตายเถอะ... เมียใครทำไมน่ารักน่าฟัดเวลาด่าคนได้สะใจเบอร์นี้วะเนี่ย “ท่านประธานครับ! ดูคนของคุณสิครับ! อวดดี ไร้มารยาท และไม่มีความเป็นมืออาชีพเลยสักนิด!” อภิชาติหันไปฟ้องคณินด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโมโห “ผมขอเสนอให้ปลดเชฟคนนี้ออกทันที และแบล็กลิสต์ไม่ให้เหยียบเข้ามาในวงการอาหารอีกตลอดชีวิต!” คณินปรายตามองอภิชาติช้าๆ รัศมีความเย็นชาแผ่กระจายออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น บรรยากาศกดดันจนทุกคนแทบไม่กล้าหายใจ “คนของผม... จะทำอะไรก็ถูกเสมอครับท่านรอง” คณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเด็ดขาด “ส่วนเรื่องปลด... ผมคงต้องถามกลับว่า พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องคนของผม ในเมื่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดของมื้อนี้ รวมถึงหุ้นสัดส่วนสิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่พวกคุณพยายามจะฮุบเอาไปขายต่อให้คู่แข่ง... ถูกผมกว้านซื้อไว้หมดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” เปรี้ยง! ประโยคเดียวราวกับฟ้าผ่ากลางห้องประชุม ใบหน้าของอภิชาติและณัฐชาซีดเผือดลงทันที ไร้สีเลือดราวกับคนตายทั้งกลม หุ้นสัดส่วนใหญ่ที่พวกเขาใช้เป็นไพ่ตายในการกดดันบริษัท ถูกท่านประธานหนุ่มปัดตกกระดานไปอย่างไร้เยื่อใยในพริบตาเดียว “คุณคิม... คุณหมายความว่ายังไงคะ?” ณัฐชาเสียงสั่นเครือ นั่งไม่ติดเก้าอี้ พยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก “คุณกำลังล้อเล่นใช่ไหมคะ เพื่อปกป้องเชฟไร้น้ำยาคนนี้ ถึงกับยอมเอาผลประโยชน์ของบริษัทมาเสี่ยงเนี่ยนะ” ศิวายิ้มเยาะ เดินเข้าไปใกล้ณัฐชาช้าๆ กลิ่นอายความหรูหราจากตัวไฮโซสาวไม่ได้ทำให้เชฟหนุ่มรู้สึกเกรงกลัวเลยสักนิด ศีรษะทุยเชิดขึ้นเล็กน้อยยามโน้มตัวลงกระซิบเสียงหวานข้างหู “คนไร้น้ำยา... คือคนที่เอาแต่เกาะผู้ชายกินและพยายามแย่งของๆ คนอื่นโดยไม่ใช้ความสามารถต่างหากล่ะคะคุณณัฐชา” ศิวายืดตัวตรง ปรายตามองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะแค่นหัวเราะ “และถ้าคุณยังอยากอยู่ที่นี่ต่อ ผมแนะนำให้ก้มลงไปกินสเต็กที่พวกคุณเพิ่งบ่นว่าจืดชืดซะ... เพราะนั่นอาจจะเป็นมื้อสุดท้ายก่อนที่คุณจะโดนฟ้องข้อหายักยอกทรัพย์บริษัท” “กรี๊ด! แก!” ณัฐชาทนไม่ไหวหวีดร้องออกมาด้วยความคับแค้นใจ เงื้อมือขึ้นสุดแขนหมายจะตบหน้าเชฟปากแซ่บให้หลุดเป็นรอย หมับ! ข้อมือเรียวถูกคว้าไว้กลางอากาศอย่างแรงก่อนจะถึงใบหน้าของศิวาด้วยซ้ำ คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่จนณัฐชาต้องสะดุ้งสุดตัว ดวงตาสีนิลคู่นั้นเย็นชาและไร้ความปรานีอย่างถึงที่สุด “ถ้ามือข้างนี้ของคุณแตะต้องตัวศิวาแม้แต่มลอย... ผมจะทำให้ตระกูลของคุณล้มละลายภายในสามวินาที จำคำผมไว้” เสียงทวิดต่ำทรงพลังทำเอาณัฐชาทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นห้องประชุมด้วยความสิ้นหวัง ทุกอย่างพังทลายลงในพริบตาเดียว แผนการทั้งหมดถูกทำลายย่อยยับด้วยน้ำมือของผู้ชายที่เธอรักและเชฟหนุ่มที่เธอเกลียดชัง คณินไม่สนใจไพรอารมณ์ของคนแพ้ เขาดึงร่างโปร่งของศิวาเข้ามาโอบเอวสอบไว้แน่น สายตาอ่อนโยนลงทันทีเมื่อก้มลงมองคนในอ้อมแขน “เหนื่อยไหมครับคนดี หิวหรือยัง ไปทานข้าวกันดีกว่าปล่อยให้พวกหมาเห่าใบตองแห้งเห่ากันไปเอง” ศิวาค้อนขวับใส่คนฉวยโอกาสแต่ก็ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายโอบประคองเดินออกจากห้องประชุมท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่มองมาอย่างตะลึงงัน ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องประชุม เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคณินก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ ซีอีโอหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เมื่อข้อความแจ้งเตือนจากระบบการเงินระดับโลกเด้งขึ้นมาพร้อมตัวเลขยอดโอนเงินมหาศาลจากบัญชีลับในสวิสเซอร์แลนด์ที่ถูกถอนออกไปอย่างไร้ร่องรอย... และชื่อผู้รับปลายทางคือบุคคลที่ทั้งคณินและศิวาคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความฟินในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเชฟหนุ่มปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%