ท่านประธานสายเปย์กับเชฟหนุ่มปากแซ่บ•ตอนที่ 6

ความช่วยเหลือที่ไม่ต้องการ

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
“กรี๊ด! นี่มันบ้าอะไรกัน! แกทำอะไรกับหุ้นของพ่อฉัน!” เสียงกรีดแหลมสูงของณัฐชาดังบาดแก้วหูจนแทบจะทะลุผนึกกระจกนิรภัยของร้านอาหาร ‘Bistro de SIVA’ ร่างของไฮโซสาวผู้เคยเชิดหน้าชูคอด้วยความหยิ่งผยอง บัดนี้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นกระเบื้องนำเข้า มือข้างที่สั่นเทาราวกับคนเป็นไข้ป่ากำโทรศัพท์มือถือราคาแพงไว้แน่น หน้าจอแสดงผลกราฟสีแดงฉานดิ่งเหวพร้อมข้อความแจ้งเตือนสถานะ ‘ล้มละลาย’ และ ‘ถูกซื้อกิจการโดยสมบูรณ์’ ที่เด้งขึ้นมาแบบรัวเร็วยิ่งกว่าคำสาปแช่ง กระดาษเอกสารสัญญาเช่าที่เธอเพิ่งขว้างใส่หน้าศิวาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ร่วงหล่นลงระนาบพื้นอย่างไร้ค่า ณัฐชาหน้าซีดเผือดราวกับศพไร้วิญญาณ ดวงตาเบิกโพรงด้วยความช็อกระดับขีดสุดจนเส้นเลือดฝอยในตาแทบแตก อาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และภัตตาคารในเครือของตระกูลเธอ ที่สร้างสมมานับหลายสิบปี ถูกกวาดซื้อและสั่งยุบกิจการราบคาบภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที... ด้วยปลายนิ้วเดียวของใครบางคน! “ช่วยไม่ได้นะคะคุณณัฐชา ความโลภมันมักจะมีราคาที่ต้องจ่ายแพงเสมอ... และดูท่าว่าดอกเบี้ยของรอบนี้ คุณคงไม่มีปัญญาแม้แต่จะผ่อนส่งด้วยซ้ำ” เสียงหวานใสแต่ทรงพลังของณัฐชา บอดี้การ์ดสาวคนสนิทของท่านประธานดังขึ้น พร้อมกับเสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งเชิงเยาะเย้ย บรรยากาศภายในร้านที่เคยตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก บัดนี้กลับถูกกดทับด้วยความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดัง แม้กระทั่งบรรดาพนักงานที่ยืนหลบมุมอยู่หลังเคาน์เตอร์ยังต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดผวา แต่ในขณะที่ความสะใจกำลังพีกถึงขีดสุด ศิวา เชฟหนุ่มเจ้าของร้านผู้ตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้ง กลับไม่ได้มีสีหน้าโล่งอกหรือยินดีแม้แต่น้อย ดึงดัน... ดื้อรั้น... และเต็มไปด้วยความถือดีที่ไม่เคยลดลงเลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว “เก็บเงินสกปรกของพวกคุณกลับไปซะ!” ศิวาดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองอาหารในครัวด้วยความพิถีพิถัน บัดนี้ฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เชฟหนุ่มปัดมือที่ยื่นเข้ามาประคองของลูกน้องฝั่งตรงข้ามออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้ามาเผชิญหน้ากับร่างสูงสง่าที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ผ่านประตูอัตโนมัติ คณิน หรือที่ใครๆ ต่างขนานนามว่า 'ท่านประธานสายเปย์' ยืนนิ่งสนิทอยู่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท เรือนผมสีเข้มเซ็ตเข้ารูปรับกับใบหน้าคมคายราวกับเทพบุตรกรีก แต่แววตาคู่คมที่มองมาที่ศิวากลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด—มันเป็นความอ่อนโยนที่จงใจมอบให้แค่คนตรงหน้าเพียงคนเดียว ทว่าความห่วงใยระดับวิกลจริตที่ถูกส่งผ่านสายตานั้น กลับยิ่งทำให้ไฟในอกของศิวาลุกโชนหนักขึ้นไปอีก “ใครใช้ให้คุณยุ่งเรื่องนี้ คณิน?” ศิวากลอดเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด “คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรมาเที่ยวเปย์เงินซื้อบริษัทคนอื่นเล่นๆ เพื่อแก้ปัญหาให้ผมแบบนี้!” “วา...” คณินเอ่ยเรียกชื่อคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ละมุนละไมจนแทบจะละลาย แต่มือหนากลับถูกปฏิเสธเมื่อเขาพยายามจะเอื้อมไปแตะไหล่บางที่กำลังสั่นน้อยๆ ด้วยแรงอารมณ์ “ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าผมไม่ใช่เด็กอมมือ!” ศิวาตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตากลมโตฉายแวววาววับด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจที่ถูกหยามเกียรติ “ร้านนี้... ปัญหาพวกนี้... ลูกค้าพวกนี้... ผมสร้างมันขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและฝีมือของตัวเอง! ผมไม่ได้ต้องการเงินบ้าๆ ของคุณ ไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนเอาอำนาจเงินตรามาปกป้องผมเหมือนผมเป็นเด็กไร้น้ำยา!” “ผมไม่ได้มองว่าคุณไร้น้ำยา วา...” คณินถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ดวงตาคมกวาดมองสภาพร้านที่เกือบจะพังพินาศเพราะฝีมือของยายไฮโซสติแตก ก่อนจะหันกลับมาสบตาคนที่กำลังโกรธจนตัวสั่น “ผมแค่วางแผนจะเคลียร์ขยะชิ้นนี้ให้พ้นทางที่คุณเดินก็เท่านั้น... คุณเหนื่อยมามากพอแล้ว ทำไมถึงไม่ยอมให้ผมได้ดูแลคุณบ้างล่ะครับ?” “ดูแลบ้าบออะไรของคุณ! นี่มันคือการใช้อำนาจกดหัวคนอื่นชัดๆ!” ศิวาเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ ริมฝีปากที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากแซ่บพ่นคำพูดเชือดเฉือนออกมาไม่ยั้ง “ถ้าคุณคิดจะเอาชนะผมด้วยการใช้เงินฟาดหัวทุกครั้งที่มีปัญหา งั้นเราก็คงต้องจบกันแค่นี้แหละคณิน!” สิ้นคำพูดนั้น ทุกคนในร้านถึงกับอ้าปากค้าง ณัฐชาที่กองอยู่กับพื้นถึงกับลืมความอับอายชั่วขณะ เงยหน้าขึ้นมองเชฟหนุ่มด้วยความรู้สึกทึ่งแก Pity—นี่มันบ้าชัดๆ ผู้ชายคนนี้ปฏิเสธมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งที่เพิ่งเปย์เงินแสนล้านเพื่อช่วยเขาเนี่ยนะ! คณินชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าดื้อรั้นที่เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความเอ็นดูและความคลั่งรักที่ล้นทะลักออกมาจนคนรอบข้างแทบสำลักความหวาน “โกรธเก่งเป็นบ้าเลยนะเชฟวาของผม...” คณินก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็วโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว วงแขนแข็งแกร่งรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดอกแกร่งทันทีเมื่อศิวาทำท่าจะถอยหนี “แต่ต่อให้คุณจะดื้อรั้นแค่ไหน จะไล่ผมยังไง หรือจะบอกว่าเกลียดเงินของผมมากแค่ไหน... คุณก็ไม่มีวันหนีผมพ้นหรอกครับ” “ปล่อยนะ! ไอ้คนฉวยโอกาส!” ศิวาดิ้นขลุกขลัก มือเรียวทุบอกกว้างปึงปังแต่มีหรือที่คนตัวโตจะสะเทือน ทว่า ในจังหวะที่ศิวากำลังจะอ้าปากพ่นคำด่าชุดใหญ่เพื่อกดดันให้ท่านประธานถอยห่าง เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อสูทของคณินก็ดังขึ้นแทรกขึ้นมาเสียก่อน *ติ๊ง!* คณินเหลือบสายตาลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว รอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อครู่ก็พลันมลายหายวับไปกับตา ใบหน้าคมคายกลับมาเย็นชาและเฉียบขาดราวกับพญายมในร่างนักธุรกิจ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของศิวากระตุกวูบไม่ใช่สีหน้าที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย... แต่เป็นข้อความแจ้งเตือนที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้นต่างหาก มันคือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดความละเอียดสูง หน้าห้องครัวลับส่วนตัวของร้านอาหารคู่แข่งตระกูลดัง... และร่างของใครบางคนกำลังเทผงสีขาวปริศนาลงในหม้อซุปสต็อกหลักของร้านศิวาโดยมีเงาหัวหน้าเชฟใหญ่ยืนสั่งการอยู่เบื้องหลัง! คณินเงยหน้าขึ้นสบตากับศิวาช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเชฟหนุ่มเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ “ดูท่าว่า... คนที่อยู่เบื้องหลังการพยายามทำลายชื่อเสียงของคุณ จะไม่ได้มีแค่ยายผู้หญิงไร้น้ำยาคนนี้คนเดียวนะครับเชฟวา... และตอนนี้ คนๆ นั้นกำลังพยายามบินหนีออกนอกประเทศเที่ยวบินรอบตีสองนี้ด้วยสิครับ” ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนความฟินสายเปย์นี้ไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานสายเปย์กับเชฟหนุ่มปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%