"ภาพถ่ายใบนี้... รินคิดว่ามันดูคุ้นตาไปหน่อยไหมคะ?"
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มของศศินาบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกราวกับคมมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง รินรดานิ่งงัน หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนสั่นสะท้านไปทั้งทรวงอก ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังภาพถ่ายที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะหินอ่อนตรงหน้า—ภาพที่คิรากรกำลังโอบกอดผู้หญิงคนหนึ่งในมุมมืดของงานเลี้ยงการกุศลเมื่อสามปีก่อน ท่าทางที่แนบชิดและสายตาที่เขาทอดมองนั้น... มันไม่ใช่สายตาของคนเพียงแค่รู้จักกัน
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือที่วางอยู่บนตักจิกเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด เธอเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วยท่าทางถือดี
"คุณศศินาต้องการจะสื่ออะไรกันแน่คะ?" รินรดาถามเสียงเรียบ พยายามรักษาความสงบนิ่ง ทั้งที่ภายในใจกำลังพังทลาย
ศศินาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเสแสร้งและเต็มไปด้วยความสมเพช "สื่ออะไรอย่างนั้นหรือคะ? ก็แค่ความหวังดีในฐานะคนที่ 'เคย' อยู่ในจุดที่คุณยืนอยู่ตอนนี้ คิรากรไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่จะมอบหัวใจให้ใครจริงๆ หรอกค่ะ ภาพนี้... มันเป็นเพียงแค่เสี้ยวเดียวของความลับที่เขายังซ่อนคุณไว้ คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าผู้หญิงที่เขากอดในคืนนั้น คือคนที่เขาทิ้งไปเพราะเหตุผลทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว?"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดระแวงที่เคยจางหายไปกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง "ฉันไม่เชื่อคำพูดของคุณ คิรากรบอกฉันเองว่าเขาจบเรื่องอดีตไปหมดแล้ว"
"โถ... รินรดา" ศศินาโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่รุนแรงทำให้รินรดารู้สึกวิงเวียน "ความรักของเขามันก็แค่เกมกระดานที่เขาเป็นผู้คุมกติกา คุณคิดว่าทำไมเขาถึงเลือกคุณ? เพราะความใสซื่อ หรือเพราะเขาต้องการใครสักคนมาเป็นฉากหน้า เพื่อปกปิดความลับบางอย่างที่กำลังจะทำลายตระกูลอัครเดชากุล?"
รินรดาพยายามบังคับไม่ให้มือของตนสั่น แต่ภาพความทรงจำเกี่ยวกับความอบอุ่นและสายตาที่อ่อนโยนของคิรากรกลับเริ่มสั่นคลอน "คุณโกหก"
"งั้นหรือคะ?" ศศินาเลื่อนภาพถ่ายอีกใบหนึ่งขึ้นมาวางทับภาพเดิม ในภาพนั้นมีเอกสารบางอย่างที่ดูคล้ายสัญญาฉบับหนึ่ง บนหัวกระดาษตราประทับสีแดงฉานระบุชัดเจนว่าเป็นเอกสารลับทางธุรกิจที่โยงใยไปถึงบริษัทคู่แข่งที่คิรากรเกลียดชังนักหนา "เขากำลังใช้คุณเป็นทางผ่านเพื่อผลประโยชน์มหาศาล และเมื่อถึงเวลาที่คุณไม่มีค่าพอ... รินรดาคะ คุณจะกลายเป็นแค่เศษเสี้ยวความทรงจำที่น่ารังเกียจในชีวิตเขา เหมือนกับที่ฉันเคยเป็น"
ห้องโถงกว้างใหญ่เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง รินรดารู้สึกราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น คำพูดของศศินาอาจจะเป็นคำลวง แต่เหตุผลที่เธอนำมาอ้างอิงนั้นดูมีน้ำหนักและน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
"ฉันจะไปถามเขาเอง" รินรดาลุกขึ้นยืน ร่างกายสั่นเทาด้วยอารมณ์ที่ปะปนกันระหว่างความโกรธและความเสียใจ
ศศินายังคงนั่งนิ่ง ดวงตาเรียวสวยคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความสะใจ "ถามเถอะค่ะ... แต่ระวังนะคะ ว่าคำตอบที่คุณจะได้ยิน อาจจะทำให้คุณไม่สามารถหันหลังกลับมามองหน้าเขาได้อีกเลย"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง คิรากรก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองทั้งสองคนด้วยความสงสัย รินรดาสะดุ้งโหยงเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม
"คุยอะไรกันอยู่หรือครับ?" คิรากรเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นนิ่งสนิท ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยพลังกดดันจนรินรดาแทบลืมหายใจ
ศศินายิ้มกว้าง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปใกล้คิรากรพร้อมกับแตะมือลงบนแขนของเขาอย่างถือวิสาสะ "เราแค่กำลังคุยเรื่องความหลังกันอยู่ค่ะคุณคิรากร เรื่องที่ 'รินรดา' เขายังไม่ค่อยเข้าใจดีนัก... จริงไหมคะคุณริน?"
คิรากรหันมามองรินรดา สายตาของเขาเปลี่ยนจากความนิ่งเฉยเป็นความอ่อนโยนที่ชวนให้ใจสั่น แต่มันกลับทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เพราะเธอไม่รู้แล้วว่าความอ่อนโยนนี้... คือความจริงหรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของละครฉากใหญ่ที่เขากำลังเล่นอยู่
รินรดากำหมัดแน่น มองสลับระหว่างใบหน้าของศศินาที่กำลังยิ้มเยาะ กับคิรากรที่กำลังยื่นมือมาหาเธอ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจทำสิ่งที่คาดไม่ถึง
เธอกวาดภาพถ่ายบนโต๊ะรวบขึ้นมาทั้งหมดแล้วขยำมันไว้ในมือแน่นก่อนจะโยนลงที่พื้นแทบเท้าของเขา สายตาของรินรดาที่มองคิรากรในวินาทีนี้... เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากความรักกลายเป็นความหวาดระแวงที่แตกร้าว
"ถ้าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นแค่เกม..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน "ช่วยบอกฉันทีว่าตอนจบของมัน... ฉันต้องเป็นคนเจ็บเพียงคนเดียวหรือเปล่าคะ?"
คิรากรชะงักไป ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาต้นตอของคำถามนั้น ทว่าก่อนที่เขาจะได้ทันเอ่ยตอบ ประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างแรงจากคนรับใช้ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"คุณท่านคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องเก็บเอกสารลับ... มีคนแอบเข้าไปและตอนนี้เอกสารสำคัญหลายฉบับถูกขโมยไปแล้วค่ะ!"
รินรดาเบิกตากว้าง หันไปมองคิรากรที่นิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เย็นชาและแฝงไปด้วยความกังขาที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นลงสู่เหวที่มืดมิด
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เข็มฉายานิศ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 19
เกมปั่นหัว
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!