พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 48

พายุแห่งความแค้น

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
"คุณแพ้แล้ว... ศศินา" น้ำเสียงของคิรากรเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่ถูกแช่ไว้ในตู้เซฟ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวหนา สายตาคมกริบจ้องมองร่างระหงที่ยืนสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า หญิงสาวในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงที่เคยดูสง่างาม บัดนี้กลับดูเปราะบางเหมือนแก้วที่รอวันแตกสลาย ศศินาหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าเสียงนั้นสั่นเครือ เธอก้าวเข้าหาเขา พลางใช้ปลายนิ้วกรีดกรายลงบนแผ่นอกกว้างของชายหนุ่ม "แพ้หรือคะ? คิรากร... คุณแน่ใจเหรอว่าสิ่งที่รินรดากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ คือชัยชนะของคุณ?" คิรากรคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้มั่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนศศินาต้องนิ่วหน้า "อย่าคิดดึงชื่อเธอมาแปดเปื้อน แผนการสกปรกที่คุณวางไว้เพื่อทำลายชื่อเสียงเธอ... มันย้อนกลับมาหาคุณเองทั้งหมดแล้ว" เขาสะบัดมือเธอออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง กลิ่นอายความเป็นผู้นำที่เต็มไปด้วยความดุดันแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงาน ศศินาถอยหลังไปชนกับบานประตูที่ปิดสนิท เธอรับรู้ได้ถึงพายุแห่งความแค้นที่คิรากรเก็บงำไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา "ฉันทำไปเพราะรักคุณ!" เธอแผดเสียงออกมาทั้งน้ำตา "ฉันยอมทำทุกอย่าง ยอมเป็นคนเลวในสายตาคุณ เพื่อให้คุณหันกลับมามองฉันอีกครั้ง แต่คุณกลับมองเห็นแค่ผู้หญิงจืดชืดคนนั้น!" คิรากรก้าวเข้ามาประชิดตัว ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดข้างหูหญิงสาว "ความรักของคุณมันน่ารังเกียจเกินกว่าจะเรียกว่ารัก ศศินา... และคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่คุณจะได้ใช้เสน่ห์เน่าเฟะพวกนี้หลอกล่อใคร" เขากระชากร่างบางเข้ามาปะทะอกแกร่ง แรงจูบที่เขามอบให้ไม่ใช่ความอ่อนหวาน แต่มันคือการลงทัณฑ์ ริมฝีปากหนาบดขยี้ลงบนกลีบปากสีสดของเธออย่างบ้าคลั่ง เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยโทสะและความเกลียดชังที่ทับถมมาเนิ่นนาน ศศินาไม่ได้ขัดขืน ตรงกันข้าม เธอจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขา ราวกับจะกอบโกยเศษเสี้ยวความรักที่เหลืออยู่ผ่านสัมผัสอันรุนแรงนี้ มือหนาของคิรากรเลื่อนลงมาบีบเค้นสะโพกมนอย่างแรงจนร่างของศศินาสั่นสะท้าน เธอหอบหายใจถี่รัวเมื่อลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานที่หลงเหลืออยู่ในโพรงปาก ความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านลุกลามไปทั่วสรีระราวกับเปลวเพลิงที่ถูกราดด้วยน้ำมัน เขาอุ้มร่างของเธอขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียว ก่อนจะโยนลงบนโซฟาหนังชุดหรู ร่างของศศินาจมดิ่งลงไปตามน้ำหนัก มือหนาจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกกำยำและกล้ามท้องที่เป็นลอนสวยงาม ศศินามองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่พร่ามัวไปด้วยกามารมณ์และความเจ็บปวด เธอรู้ดีว่านี่คือเกมสุดท้ายที่เธอต้องพ่ายแพ้อย่างหมดรูป "มองฉันให้ชัด... ศศินา" เขากระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอ ก่อนจะเริ่มสัมผัสไปตามส่วนเว้าโค้งของร่างกายที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ผ่านเรียวขาเนียนสวยก่อนจะแทรกตัวเข้าไปสัมผัสใจกลางความปรารถนาที่กำลังสั่นไหวรุนแรง ศศินาแอ่นอกรับสัมผัสจนหลังแอ่น เสียงครางหวานหูหลุดรอดออกมาจากลำคอระหง ทุกสัมผัสของคิรากรช่างหนักแน่นและเร่งเร้า เขาไม่ได้ถนอมเธอเหมือนที่เคยทำกับรินรดา แต่มันคือการมอบความสุขสมที่รุนแรงจนแทบขาดใจ ศศินาหลับตาแน่น ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งตัณหาที่เขาหยิบยื่นให้ ราวกับจะใช้ร่างกายนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า ต่อให้เขาจะเกลียดเธอมากเพียงใด แต่เขาก็ยังคงต้องการเธอ... แม้จะเป็นเพียงความต้องการชั่วคราวก็ตาม ความสัมพันธ์ที่แสนบิดเบี้ยวนี้ดำเนินไปอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นและความเสียดสีของร่างกายที่ปลุกเร้าอารมณ์จนถึงขีดสุด เมื่อความสุขสมพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด ร่างของทั้งคู่กระตุกเกร็งก่อนจะทิ้งตัวลงแนบชิดกันบนโซฟาตัวเดิม ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องทำงานอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวรักที่อบอวลและคราบน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้บนใบหน้าของศศินา คิรากรลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองหญิงสาวที่กำลังสะอื้นไห้ เขาเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาแล้วโยนลงบนหน้าอกของเธอ "นี่คือใบหย่าทางธุรกิจและหลักฐานการยักยอกทรัพย์ของคุณ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พรุ่งนี้เช้า... อย่าให้ฉันเห็นหน้าคุณในเมืองนี้อีก" ศศินาก้มมองเอกสารที่เปรอะเปื้อนด้วยน้ำตา เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เธอรักสุดหัวใจด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป จากความหลงใหลกลายเป็นความเคียดแค้นที่ลึกซึ้งกว่าเดิม "คุณไล่ฉันได้... คิรากร" เธอแค่นยิ้มทั้งน้ำตา "แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่าคนอย่างศศินาไม่มีทางยอมตายคนเดียว... โดยเฉพาะเมื่อ 'ความลับ' ที่ฉันถืออยู่ในมือตอนนี้ มันสามารถทำลายชีวิตผู้หญิงที่คุณรักได้ภายในพริบตา" คิรากรชะงักฝีเท้า เขารีบหันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แต่ทว่า... ประตูห้องทำงานกลับถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เดินเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ "คิรากรคะ! เกิดเรื่องแล้วค่ะ!" เสียงของรินรดาที่ดูตื่นตระหนกทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่เขามองเห็นสภาพของรินรดาที่เดินเข้ามาในห้อง ความเย็นเยียบก็แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เพราะในมือของรินรดานั้น... กลับมีจดหมายขู่ฉบับหนึ่งที่ประทับตราสัญลักษณ์ของตระกูลอัครเดชากุลที่สาบสูญไปนานแล้ว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าความเข้มข้นจะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปพร้อมกับเข็มฉายานิศนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%