"คุณคิดว่าความรักคือพันธนาการอย่างนั้นหรือ รินรดา?"
เสียงทุ้มต่ำของคิรากรดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสมุดส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ เขาไม่ได้หันมามองหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ แต่แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทนั้นสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่เขากำลังพยายามสะกดกลั้นไว้
รินรดากำมือแน่น ความเย็นเยียบจากกระจกหน้าต่างแทรกซึมเข้าสู่ปลายนิ้ว เธอมองเห็นเงาสะท้อนของเขาผ่านกระจก ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม ดุดัน และเย็นชาที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จัก บัดนี้กลับดูแตกสลายเพียงเพราะคำถามที่เธอเคยทิ้งไว้เมื่อคืนก่อน
"ถ้าฉันไม่ได้คิดแบบนั้น..." รินรดาเว้นจังหวะ เสียงของเธอสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น "ฉันคงไม่มายืนอยู่ในห้องนี้กับคุณหรอกค่ะ"
คิรากรหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้ดุร้ายเหมือนทุกครั้ง ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่ปิดไม่มิด เขาขยับก้าวเข้าหาเธออย่างเชื่องช้า แต่ละจังหวะที่เดินผ่านแสงสลัวจากโคมไฟระย้าทำให้ใบหน้าของเขาดูมีมิติและเปราะบางอย่างประหลาด ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น
"ศศินาคืออดีตที่ผมพยายามฝังมันไว้ แต่ริน... คุณคืออนาคตที่ผมไม่กล้าแม้แต่จะไขว่คว้า" มือหนาเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาทำให้รินรดารู้สึกเหมือนไฟฟ้าสถิตแล่นปราดไปทั่วร่าง "ผมปิดกั้นตัวเอง ไม่ใช่เพราะผมไม่รัก แต่เพราะผมกลัวว่าถ้าวันหนึ่งผมมอบทุกอย่างให้คุณ แล้วคุณจะกลายเป็นเหมือนคนอื่นๆ ที่จากไป... ทิ้งให้ผมอยู่กับความว่างเปล่าอีกครั้ง"
"คุณก็เลยเลือกที่จะทำร้ายฉันก่อน เพื่อที่เวลาคุณจากไป คุณจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดใช่ไหมคะ?" น้ำตาเม็ดใสเอ่อคลอหน่วยตา รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ค้นหาความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่
คิรากรถอนหายใจยาว ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจรดหน้าผากเข้ากับเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนผิวแก้ม "ผมไม่เคยอยากทำร้ายคุณ ผมแค่ไม่รู้วิธีรักใครโดยที่ไม่กักขังไว้ในกรงทอง... จนกระทั่งวันที่ผมเห็นคุณร้องไห้ในอ้อมกอดของอดีตคนรักคนนั้น ผมถึงได้รู้ว่า ต่อให้ผมขังคุณไว้ได้ทั้งโลก แต่ถ้าผมไม่ได้หัวใจคุณมาด้วย ทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย"
เขากดจูบลงบนเปลือกตาของเธออย่างทะนุถนอม ก่อนจะเลื่อนลงมายังกลีบปากนุ่ม รสสัมผัสในครานี้ไม่มีความเร่งรีบหรือการเรียกร้องเอาชนะ แต่มันคือการสารภาพผ่านสัมผัสที่อบอุ่นและลึกซึ้ง รินรดาหลับตาลงปล่อยให้หยดน้ำตาร่วงหล่นไปพร้อมกับความไม่เข้าใจที่เคยมีมาตลอด ทั้งคู่ต่างโหยหาและผสานรอยร้าวในใจเข้าหากันผ่านรสจูบที่เริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นตามแรงปรารถนาที่ไม่อาจอดกลั้น
เสื้อเชิ้ตราคาแพงของคิรากรถูกปลดกระดุมออกอย่างรีบร้อนโดยฝีมือของรินรดา เผยให้เห็นแผงอกกำยำและรอยสักรูปมังกรที่พาดผ่านผิวเนื้อ กลิ่นกายบุรุษเพศของเขาผสมกับกลิ่นน้ำหอมหรูหราสร้างแรงดึงดูดจนรินรดาสั่นสะท้าน มือหนาของคิรากรช้อนตัวหญิงสาวขึ้นแนบอก ก่อนจะพาเธอไปสู่โซฟากำมะหยี่ตัวยาวกลางห้อง
สัมผัสของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อแผ่นหลังของเธอกระทบกับเนื้อผ้าหนานุ่ม คิรากรพรมจูบไปตามลำคอระหง ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาขีดเขียนความปรารถนาลงบนผิวเนื้อที่แดงระเรื่อ ความร้อนแรงที่ซ่อนอยู่ในความนิ่งขรึมถูกปลดปล่อยออกมาเป็นบทรักที่เนิบช้าแต่เร่าร้อนดุจเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาความเหงาของทั้งคู่
"ริน... บอกผมทีว่าคุณเป็นของผม" เขากระซิบชิดใบหู ขณะที่มือแกร่งสอดประสานเข้ากับนิ้วมือของเธอ ตรึงข้อมือทั้งสองข้างไว้เหนือหัว ความรู้สึกวาบหวามถาโถมเข้ามาเมื่อเขารุกเร้าเข้าสู่แกนกลางของความอ่อนหวานอย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความโหยหา
เสียงลมหายใจหอบถี่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน ร่างกายของรินรดาพริ้วไหวไปตามจังหวะที่เขาเป็นผู้ควบคุม ทุกการขยับเขยื้อนคือการสารภาพรักที่ไร้คำบรรยาย คิรากรโอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายกลายเป็นควันไปในอากาศ ทุกรอยสัมผัสที่เขามอบให้เปี่ยมไปด้วยความรักที่เขารวบรวมมาตลอดหลายปี
ในห้วงสุดท้ายแห่งความสุขสม ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบจะเป็นร่างเดียวกัน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะต่างคนต่างอยู่ กลับมาหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ
คิรากรทิ้งตัวลงซบหน้ากับซอกคอของหญิงสาว ลมหายใจยังคงหอบกระเส่า เขากอดเธอไว้แนบแน่น ราวกับต้องการตอกย้ำให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
"ผมไม่มีอะไรจะปิดบังคุณอีกแล้วริน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ผมเลือกที่จะก้าวเดินไปพร้อมกับคุณ... แม้ว่าจะต้องแลกด้วยทุกอย่างที่ผมมีก็ตาม"
รินรดาพยักหน้าเล็กน้อย แม้จะยังรู้สึกหวิวไหวกับความเหนื่อยอ่อน แต่เธอก็ยิ้มออกมาได้ในรอบหลายสัปดาห์ แต่ทว่า ความเงียบสงบที่ควรจะดำเนินต่อไปกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้ประตูห้องสมุดโดยไม่มีการเคาะบอก
คิรากรขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมมาสวมอย่างรวดเร็วและกระชับรินรดาไว้ข้างหลังทันที เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตู ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเคาะสามครั้งที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด
"คุณคิรากรคะ... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาในคฤหาสน์ค่ะ" เสียงของแม่บ้านประจำตัวสั่นเครือจนรินรดาใจคอไม่ดี "เธออ้างว่า... เธอมีหลักฐานสำคัญที่จะทำให้รินรดาต้องออกจากที่นี่ไปตลอดกาลค่ะ"
ร่างของคิรากรแข็งทื่อในทันทีที่ได้ยินชื่อของคนที่บุกเข้ามา ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดด้วยโทสะที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในขณะที่รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเงาร่างที่ปรากฏผ่านกระจกบานหน้าต่างนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
มันคือศศินา... และในมือของเธอกำลังถือแฟ้มเอกสารบางอย่างที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและคิรากรมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าความเข้มข้นจะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปพร้อมกับเข็มฉายานิศค่ะ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 49
การสารภาพครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!