"คุณกำลังทำอะไร... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่กรีดลึกผ่านความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของคิรากร ทำให้มือที่กำลังถือแก้วไวน์ของรินรดาสั่นไหวจนของเหลวสีแดงก่ำกระเพื่อมไหว ร่างสูงใหญ่ของเขาที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่กึ่งมืดกึ่งสว่างนั้นดูทรงอำนาจจนเธอแทบหยุดหายใจ
รินรดาค่อยๆ หันกลับมา เธอยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองรบ "ฉันแค่... หาหนังสืออ่านสักเล่มค่ะ ห้องสมุดที่นี่กว้างเกินกว่าจะหาจุดหมายเจอ"
คิรากรไม่ตอบในทันที เขาก้าวเข้ามาในห้องด้วยจังหวะที่เงียบเชียบและหนักแน่น กลิ่นอายของน้ำหอมกลิ่นแซนดัลวูดผสมกับกลิ่นยาสูบจางๆ แผ่ซ่านเข้ามาในอาณาเขตของเธอจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับปะทะเข้ากับชั้นหนังสือไม้โอ๊คหนาหนัก
เขาหยุดลงตรงหน้า ระยะห่างที่น้อยจนเธอนับจังหวะการหายใจของเขาได้ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปทั่วใบหน้าของเธอ ราวกับจะค้นหาความลับที่เธอซ่อนไว้ภายใต้ดวงตาคู่สวย
"หนังสือในห้องนี้ไม่มีเล่มไหนที่น่าสนใจเท่ากับ 'ความลับ' ของคุณหรอก รินรดา" เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้นช้าๆ "บอกผมมา... ทำไมคืนนี้คุณถึงดูประหม่าผิดปกติ"
"ฉัน..." รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังต่อสู้กับแรงดึงดูดมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ความเป็นสุภาพบุรุษที่แฝงไปด้วยอันตรายของเขามันทำให้สมองเธอพร่าเลือน "ฉันแค่เหนื่อยกับการต้องเล่นบทบาทที่ไม่ได้เป็นตัวเองค่ะ"
"งั้นก็เลิกเล่นเสียสิ" คิรากรขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนหน้าอกกว้างสัมผัสกับไหล่บางของเธอ "ทิ้งทุกอย่าง ทิ้งอดีตที่คอยหลอกหลอนคุณ แล้วมองแค่ผมคนเดียว ในค่ำคืนนี้... ผมไม่อยากเห็นคุณเป็นใครทั้งนั้น นอกจาก 'รินรดา' ที่เป็นของผม"
คำพูดของเขาไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นคำประกาศสิทธิ์ ความร้อนจากร่างกายเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าชุดนอนผ้าไหมลื่นมือของเธอ รินรดาไม่รู้ตัวเลยว่าเธอหยุดหายใจไปตั้งแต่ตอนไหน ปลายนิ้วของเธอสั่นระริกขณะที่มันเผลอไปแตะบนปกเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกของเขาโดยไม่ตั้งใจ
คิรากรเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความยับยั้งชั่งใจที่เขาสั่งสมมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นแววตาที่สั่นไหวแต่ไม่ยอมแพ้ของเธอ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างหู
"คุณรู้ไหมว่าการยั่วเย้าผู้ชายที่กำลังพยายามอดทน... มันอันตรายแค่ไหน" เขาจงใจลากเสียงต่ำ สัมผัสจากมือหนาที่เลื่อนลงมาโอบรัดเอวบางกระชับเข้ามาจนร่างทั้งสองแทบหลอมรวมกัน กลิ่นหอมจางๆ จากเส้นผมของเธอกำลังทำให้เขาสติแตก
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ความดื้อรั้นในใจสั่งให้เธอโต้ตอบแม้ขาจะอ่อนแรง "แล้วคุณรู้ไหมคะ... ว่าผู้หญิงที่ไม่มีอะไรจะเสีย ก็อันตรายไม่แพ้กัน"
คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูหิวกระหายและเร่าร้อน เขาช้อนร่างบางขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าหญิง รินรดาสะดุ้งสุดตัวพลางโอบรอบคอเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ เขาเดินตรงไปยังโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าหวานที่ตอนนี้เริ่มแดงระเรื่อด้วยความเขินอายและแรงปรารถนาที่ยากจะปิดบัง
เขาวางเธอนั่งบนเบาะหนังเย็นเฉียบ ก่อนจะคุกเข่าลงแทรกตัวระหว่างขาเรียวสวยที่สั่นไหว รินรดารู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงทองที่มีเพียงเขาเป็นผู้คุมกฎ
"รินรดา..." เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ ราวกับเป็นการร่ายมนต์สะกด "คืนนี้... เราจะมาทำความรู้จักกันใหม่ ในแบบที่ไม่ต้องมีอดีตมาเกี่ยวข้อง"
มือหนาเลื่อนขึ้นลูบไล้ไปตามแนวสันหลังของเธอผ่านผ้าไหมเนื้อบางเบา ความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย รินรดาเชิดหน้าขึ้น ดวงตาพร่าฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งอารมณ์ เธอรู้ดีว่าหากก้าวข้ามเส้นกั้นนี้ไปแล้ว เธอจะไม่มีวันหันหลังกลับได้อีก แต่นาทีนี้ เธอกลับไม่ต้องการที่จะถอยหลังเลยแม้แต่น้อย
ทว่า ในจังหวะที่มือของคิรากรกำลังจะรั้งสาบเสื้อของเธอออก จู่ๆ เสียงฝีเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านนอกก็ดังขึ้น หยุดชะงักลงที่หน้าประตูห้องทำงานพร้อมกับเสียงเคาะที่หนักแน่นและไร้ซึ่งความเกรงใจ
"คิรากร! ฉันรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยทำเอาบรรยากาศที่แสนหวานชื่นพังทลายลงในพริบตา คิรากรชะงักค้าง แววตาที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและหงุดหงิดทันที เขาจำเสียงนั้นได้แม่นยำ... เสียงของศศินาที่ไม่มีวันปล่อยให้เขาได้อยู่เป็นสุข
คิรากรผละออกจากรินรดาเพียงเล็กน้อย แต่สายตายังคงจับจ้องที่ริมฝีปากสีเชอร์รี่ของเธอด้วยความเสียดาย เขากระซิบด้วยเสียงที่ดุดันแฝงความขุ่นมัว "อย่าหนีไปไหน... ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้จบ แล้วเราจะมาต่อกัน"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูด้วยท่าทีนิ่งขรึมเหมือนเดิม รินรดานั่งนิ่งอยู่บนโซฟา หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความผิดหวังและความหวาดหวั่นเมื่อเห็นเขาแง้มประตูออก
ภาพของศศินาที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในชุดราตรีสีแดงเพลิงหรูหรา เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นรินรดานั่งอยู่บนโซฟาในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ทว่าก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำใด ศศินาก็ขยับยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยันพลางควักสมาร์ทโฟนขึ้นมาโชว์ภาพหน้าจอให้คิรากรดู
"ไม่ต้องรีบจัดการเรื่องนี้หรอกค่ะคิรากร... เพราะถ้าคุณเห็นภาพนี้แล้ว คุณอาจจะอยากรีบส่งผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบ้านคุณเดี๋ยวนี้เลยก็ได้"
คิรากรขมวดคิ้วแน่น รับโทรศัพท์มาดูเพียงแวบเดียว แววตาสีเข้มของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นความโกรธจัดที่น่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ เขาหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนเธอสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เมื่อเห็นภาพบนหน้าจอนั้นคือภาพเธอกำลังกอดกับผู้ชายคนหนึ่งในเงามืด... ผู้ชายที่เธอกำลังหนีมา... และเขาเพิ่งจะตามหาเธอจนเจอในค่ำคืนนี้
เข็มฉายานิศหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักอ่านทุกท่านจะยังคงประทับใจและร่วมลุ้นไปกับบททดสอบของหัวใจที่กำลังจะปะทุในตอนต่อไปนะคะ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 4
กลิ่นไอค่ำคืนแรก
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!