พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 16

คืนเร่าร้อนกลางพายุ

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
“คุณจะกักขังฉันไว้ที่นี่ด้วยพายุ หรือด้วยความปรารถนาที่เก็บงำไว้กันแน่คะ คิรากร?” คำถามนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของรินรดา ท่ามกลางเสียงคำรามของฟ้าร้องที่ดังกึกก้องจนกระจกบานใหญ่ของบ้านพักตากอากาศสั่นสะเทือน เธอไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับผนังหินอ่อนเย็นเฉียบในห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มตรงหน้ากักขังเธอไว้ด้วยวงแขนที่ทาบลงกับผนังทั้งสองฝั่ง คิรากรไม่ตอบในทันที ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬของเขาคู่นั้นดูราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งที่เขามองเห็น แสงจากฟ้าแลบที่วาบผ่านเข้ามาทางหน้าต่างเผยให้เห็นแววตาที่สั่นไหวของเขาก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบดั่งมหาสมุทรยามวิกาล “พายุข้างนอกนั่นเป็นเพียงข้ออ้าง... รินรดา” เสียงทุ้มต่ำพร่าของเขาพึมพำอยู่ใกล้เพียงลมหายใจรดกัน “แต่ตัวคุณต่างหากที่ทำให้ผมไม่อยากปล่อยให้ที่นี่เหลือแค่ความเงียบงัน” บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของฝนและความอึดอัดที่สั่งสมมานาน รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความดื้อรั้นในใจที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความต้องการบางอย่างที่เรียกร้องสิทธิ์ของมัน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอย่างท้าทาย “ถ้าอย่างนั้น ก็เลิกทำเป็นนิ่งเฉยเหมือนรูปปั้นเสียที” คำท้าทายนั้นราวกับฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึง คิรากรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่เขาเคยมี เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่ม กลิ่นกายหอมอ่อนๆ แบบดอกไม้ป่าของหญิงสาวทำเอาความยับยั้งชั่งใจที่เขาสั่งสมมาพังทลาย “คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่?” เขาถามขณะที่มือหนาข้างหนึ่งเชยคางมนขึ้นอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากนิ้วร้อนผ่าวทำให้รินรดาสะท้านเฮือก “ฉันก็แค่... อยากรู้ว่าภายใต้ท่าทีที่เย็นชานั่น มันมีไฟที่ร้อนแรงพอจะแผดเผาฉันได้จริงหรือเปล่า” สิ้นคำกล่าว คิรากรก็ไม่รอช้า เขาโน้มตัวลงบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างเร่าร้อนและเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนหวานทว่ากลับหนักแน่นและเรียกร้อง รินรดาเบิกตากว้างก่อนจะค่อยๆ ปิดลง ยอมจำนนต่อสัมผัสที่ดูเหมือนจะดึงวิญญาณของเธอให้หลุดลอย มือเล็กกำชายเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยไป ร่างสูงจะหายไปพร้อมกับสายฝน เสียงฟ้าร้องคำรามก้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับกลายเป็นเพียงเสียงประกอบฉากที่ทำให้อารมณ์ของทั้งคู่พุ่งสูงขึ้น คิรากรช้อนร่างบางขึ้นมาในอ้อมแขนอย่างมั่นคงโดยไม่ผละริมฝีปากออก เขาพาร่างระหงเดินตรงไปยังห้องนอนกว้างขวางที่อยู่ชั้นบน ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงสายฟ้าคอยส่องสว่างเป็นระยะ ภายในห้องนอนที่กว้างใหญ่ ความเงียบสงัดถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ ผ้าปูที่นอนเนื้อดีถูกยับย่นด้วยการเคลื่อนไหวของคนทั้งสอง เสื้อผ้าของรินรดาหลุดร่วงไปกองกับพื้นราวกับไร้ความหมาย มือหนาของคิรากรลูบไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดของเธอด้วยความหลงใหล ราวกับเขากำลังสำรวจสมบัติล้ำค่าที่ถูกซ่อนเร้นมานาน “รินรดา...” เขาเรียกชื่อเธอซ้ำๆ ราวกับเป็นมนต์สะกด “อย่าทำให้ผมหยุด... อย่าทำให้ผมต้องกลับไปเป็นคนเดิมที่ไม่มีคุณ” คำพูดนั้นทำให้รินรดารู้สึกถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่งของเขา เธอโอบกอดแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มไว้แน่น สัมผัสที่เกิดขึ้นมีความลึกซึ้งและละมุนละไมดั่งบทกวีที่ค่อยๆ พรรณนาถึงความรักที่อัดอั้น มันไม่ได้มีเพียงแค่ความเร่าร้อน แต่มีความโหยหาที่ฝังรากลึกในหัวใจของทั้งสองคน ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดอยู่นอกหน้าต่าง ความเร่าร้อนภายในห้องกลับร้อนแรงยิ่งกว่า ลมหายใจที่ประสานกันจังหวะการเต้นของหัวใจที่สอดรับกันอย่างประหลาด มันเป็นค่ำคืนที่ความลับของอดีตถูกลืมเลือน และปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ลึกซึ้งที่สุด เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ มันเป็นเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าซ้ำๆ ราวกับคนทางปลายสายพยายามจะติดต่ออย่างบ้าคลั่ง คิรากรขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ เขาคว้าโทรศัพท์มาดูแล้วต้องชะงักไป สีหน้าของเขาที่เคยเต็มไปด้วยความสุขสมกลับกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาในทันที รินรดาชะงักค้างมองดูใบหน้าที่เปลี่ยนไปของเขาอย่างสงสัย “ใครกันคะ?” เธอถามเสียงพร่า คิรากรไม่ตอบ เขาจ้องหน้าจอด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะกดอ่านข้อความที่ส่งมาจากเบอร์ที่ไม่บันทึกชื่อ แต่มีรูปภาพแนบมาด้วย เป็นรูปภาพที่ทำให้รินรดาต้องซีดเผือด—รูปภาพของศศินาที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านพักตากอากาศแห่งนี้ ในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่เปียกปอนไปด้วยฝน พร้อมกับถือซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูมีลับลมคมใน “นั่นมัน... ศศินา?” รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่เสียงกริ่งหน้าบ้านดังแว่วเข้ามาแข่งกับเสียงพายุฝน คิรากรหันมามองรินรดาด้วยแววตาที่สับสนและกังวลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหนักอึ้ง “ผมเกรงว่าค่ำคืนของเรา... กำลังจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาร่วมงานด้วยเสียแล้ว” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นไหวและบททดสอบของความรักในครั้งนี้ไปกับเข็มฉายานิศนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%