“ถ้าคุณจะมองฉันด้วยสายตาที่เหมือนคนแปลกหน้าแบบนี้อีกแค่ครั้งเดียว... ฉันแนะนำให้คุณเดินออกไปจากห้องนี้ แล้วอย่าได้กลับเข้ามาอีกเลยค่ะ คิรากร”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาของเธอกลับแน่วแน่ราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม เธอวางแก้วไวน์คริสตัลลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ดังกังวานไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด คิรากรชะงักมือที่กำลังหยิบปากกาหมึกซึม เขามองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—ร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมสีมุกที่หลวมโพรกเผยให้เห็นหัวไหล่มนขาวจัด ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีของบทรักที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบในทันที เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยนั้น ความนิ่งขรึมที่เขามักใช้เป็นเกราะกำบังกำลังสั่นคลอน ปมปัญหาที่ศศินาพยายามขุดคุ้ยขึ้นมาทำลายความเชื่อใจของพวกเขายังคงทิ้งร่องรอยไว้ราวกับรอยร้าวบนกระจกเงา
“คุณกำลังขอให้ผมทำในสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตนะ ริน” เขาเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าแฝงความเหนื่อยอ่อน “การเปิดเผยความอ่อนแอ... ไม่เคยอยู่ในคำสั่งการของผม”
“ความรักไม่ใช่สนามรบที่คุณต้องบัญชาการนะคะ” รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิจากกายสาวปะทะเข้ากับโสตประสาทของเขา เธอวางมือลงบนแผ่นอกแกร่งที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจ “และคุณก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว”
คิรากรคว้าข้อมือเล็กไว้ทันควัน แรงบีบไม่ได้รุนแรงแต่หนักแน่นเต็มไปด้วยความโหยหา เขาดึงร่างบางเข้ามาจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับโต๊ะทำงาน กลิ่นอายของบุรุษเพศที่ทรงอำนาจโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง มือหนาไล้ไปตามแนวสันหลังผ่านเนื้อผ้าไหมเย็นเยียบ ปลายนิ้วสัมผัสถึงความสั่นสะท้านที่เธอพยายามซ่อนไว้
“ถ้าผมจะหัดเป็นคนใหม่...” เขาพึมพำชิดใบหู รดลมหายใจอุ่นร้อนลงบนซอกคอขาวผ่อง “คุณจะเป็นคนเดียวที่ได้รับสิทธิ์นั้นไหม รินรดา?”
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาที่เอ่อล้น แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเสียใจ หากเป็นความปีติที่กำแพงน้ำแข็งรอบกายเขากำลังละลายลง มือของเธอสอดประสานเข้าไปในกลุ่มผมหนานุ่มของชายหนุ่ม ดึงรั้งให้เขาประทับจูบลงมา... จูบที่ไม่ได้เร่าร้อนดั่งพายุเหมือนครั้งก่อน แต่เป็นจูบที่เชื่องช้า ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยคำสัญญา
สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปตามเรียวขาใต้ชุดคลุมผ้าไหมนั้นไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความใคร่ แต่มันคือการสำรวจและการจดจำ เขาปรนเปรอเธอด้วยความทะนุถนอมราวกับรินรดาเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดที่เขาเพิ่งค้นพบท่ามกลางความมืดมิด เสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ผสานเข้ากับจังหวะของหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทุกสัมผัสคือการสารภาพรักที่ไม่มีคำพูดใดจะบรรยายได้ดีเท่า
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดไม่อาจทราบได้ จนกระทั่งแสงแรกของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามา แต่งแต้มสีสันให้ห้องทำงานที่เคยดูดุดันกลับดูอบอุ่นละมุนตา รินรดาอยู่ในอ้อมกอดของคิรากรบนโซฟาหนังตัวใหญ่ ใบหน้าของเธอซุกอยู่ที่อกแกร่งอย่างสุขสม
“ริน...” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผาก “ไม่ว่าศศินาจะวางแผนอะไรไว้หลังจากนี้ ผมจะไม่ให้เธอเข้าใกล้คุณได้อีกแม้แต่น้าวเดียว”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนรัก “คุณจะทำยังไงคะ? เธอมีสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นไพ่ตาย”
คิรากรยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง มันคือรอยยิ้มของชายที่ตัดสินใจทำลายโซ่ตรวนของตัวเองได้สำเร็จ “ไพ่ที่เธอถืออยู่... มันก็แค่กระดาษที่ไร้ค่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่มีความหมายจริงๆ”
เขากำลังจะพูดต่อ ทว่าเสียงเคาะประตูอย่างหนักแน่นและรีบร้อนก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน คิรากรขมวดคิ้ว มือหนาหยิบเสื้อคลุมมาคลุมร่างให้หญิงสาวอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณปกป้อง
“เข้ามา” เขาอนุญาตเสียงเย็น
ประตูถูกผลักเปิดออกกว้างโดยคนรับใช้เก่าแก่ของคฤหาสน์ ใบหน้าของชายชราซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ในมือถือซองจดหมายสีน้ำตาลเข้มที่ดูเหมือนจะเปียกชื้นเล็กน้อย
“คุณคิรากรครับ... มีคนนำสิ่งนี้มาวางไว้ที่หน้าประตูใหญ่เมื่อครู่นี้ครับ” ชายชรากล่าวเสียงสั่น “เขาบอกว่า... ถ้าคุณไม่ดูมันภายในห้านาที งานแต่งงานที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า อาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่วางแผนไว้ครับ”
คิรากรรับซองมาด้วยความสงสัย รินรดาลุกขึ้นนั่งข้างๆ เขาอย่างกังวล เมื่อชายหนุ่มคลี่กระดาษแผ่นสุดท้ายในซองออกมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นทันที มันไม่ใช่จดหมายขู่ แต่มันคือใบรับรองการสมรสที่มีลายเซ็นของเขาและศศินา... ซึ่งประทับตราวันที่ไว้เมื่อคืนที่ผ่านมานี้เอง!
“มันเป็นไปไม่ได้...” เขาพึมพำ มือสั่นเทาเล็กน้อย “ผมไม่เคยจดทะเบียนกับใครทั้งนั้น!”
รินรดามองดูภาพถ่ายที่แนบมาด้วย ภาพที่ทั้งคู่นั่งเคียงข้างกันในสถานที่ที่เธอไม่รู้จัก พร้อมกับพยานสองคนที่เธอนึกภาพไม่ออกว่าจะเป็นใครไปได้นอกจาก... 'คุณพ่อ' ของเธอเอง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางและสวยงามที่สุดของรินรดากับคิรากรไปกับเข็มฉายานิศนะคะ
พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 17
รุ่งอรุณแห่งการเปลี่ยนแปลง
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!