พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 24

คำสารภาพที่รอคอย

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
“ถ้าคุณยังเลือกที่จะเงียบ... เราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วค่ะ คุณคิรากร” น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตากลับแน่วแน่เหลือเกิน เธอวางปากกาหมึกซึมเล่มงามลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวหนา เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นราวกับเสียงระฆังแห่งการพิพากษาในห้องทำงานที่เงียบสงัด คิรากรที่ยืนหันหลังให้เธออยู่ริมหน้าต่างบานสูงกระชับแก้ววิสกี้ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาไม่ได้หันมามอง แต่ความกดดันที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังกว้างนั้นทำให้อากาศในห้องดูเบาบางจนรินรดาแทบหายใจไม่ออก “คุณไม่ได้หนีผมมาที่นี่เพื่อจะบอกเลิกกันเพียงเพราะเรื่องของศศินาหรอกนะ ริน” เขาเอ่ยเสียงต่ำ มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งเฉย รินรดาแค่นหัวเราะ ทั้งที่หยดน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาคลอหน่วย “ไม่ใช่เรื่องของเขาหรอกค่ะ แต่มันคือเรื่องของ ‘คุณ’ เรื่องที่ว่าคุณไม่เคยไว้ใจให้ฉันเข้าไปอยู่ในพื้นที่นั้น... พื้นที่ที่คุณขังตัวเองไว้กับอดีต” คิรากรหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ก้าวยาวๆ เข้ามาประชิดตัวเธอเพียงไม่กี่วินาที มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ทว่ามั่นคง เขากดสายตาคมกริบคู่นั้นลงมา จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่รวนเรของเธอ “คุณคิดว่าผมขังตัวเองไว้ในอดีต? คุณต่างหากที่ทำให้ผมอยากจะออกมา... แต่ความกลัวมันห้ามผมไว้” “กลัวอะไรคะ?” เธอถาม เสียงสะอื้นหลุดลอดออกมา “กลัวว่าถ้าผมให้ใจคุณไปทั้งหมด แล้วคุณจะทำลายมัน... เหมือนที่เธอคนนั้นเคยทำ” เขาพูดชื่อศศินาออกมาด้วยน้ำเสียงชิงชัง ก่อนจะดึงรินรดาเข้ามากอดแนบชิด แรงกอดนั้นรุนแรงและปวดร้าว ราวกับเขากำลังกอดหยดน้ำตาที่กำลังจะระเหยไป สัมผัสจากกายแกร่งทำให้รินรดารู้สึกสั่นสะท้าน เธอหลับตาลง ซึมซับความอบอุ่นที่แฝงด้วยความทรมานนี้ กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเศร้าของเขาทำให้เธอยิ่งตระหนักว่า คนตรงหน้าคือคนเดียวที่เธอต้องการ แต่ก็เป็นคนเดียวที่ทำร้ายหัวใจเธอได้ลึกซึ้งที่สุด “ริน... ผมไม่ได้ต้องการใคร ผมแค่ต้องการคุณ” เขาพึมพำชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาทำให้ขนอ่อนลุกชัน “บอกผมสิ ว่าคุณจะไม่อ่อนแอให้กับคำโกหกของศศินา บอกผมว่าคุณเชื่อในสิ่งที่ผม ‘เป็น’ ในตอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ผม ‘เคยเป็น’” นิ้วเรียวของรินรดาสั่นเทาขณะที่เธอแตะลงบนข้างแก้มสากของเขา “ความไว้ใจมันไม่ได้สร้างขึ้นด้วยคำพูดนะคะคิรากร แต่มันสร้างด้วยความจริงใจ... และในคืนนี้ ฉันต้องการเห็นความจริงใจนั้นของคุณ มากกว่าแค่สัมผัสทางกาย” คิรากรชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับเธอด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะประทับจูบแผ่วเบาลงบนหน้าผากเนียน แล้วค่อยๆ เลื่อนลงมาที่เปลือกตาที่ปิดสนิท สัมผัสของเขาละเมียดละไมราวกับกำลังปลอบประโลมแก้วที่กำลังจะแตกสลาย “ความจริงที่ผมไม่เคยบอกใคร... ความลับที่อยู่ในตู้เซฟใบนั้น” เขาเริ่มกระซิบ เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับจะขาดใจ “มันไม่ใช่แค่สัญญาธุรกิจ... แต่มันคือหลักฐานว่าศศินาเคยทำอะไรไว้กับครอบครัวผม เพื่อแลกกับการรักษาชื่อเสียงของเธอ” รินรดาเบิกตากว้างขึ้นทันที ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง นี่คือเหตุผลที่เขายอมให้ศศินาเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตอยู่เรื่อยๆ อย่างนั้นหรือ “คุณกำลังบอกว่า...” “ใช่ครับ ริน” เขาตัดบท ดวงตาคู่คมฉายแววทอดถอน “เธอขู่ผม... ไม่ใช่ด้วยความรัก แต่ด้วยชีวิตของคนในครอบครัวผม” ในจังหวะที่คิรากรกำลังจะขยายความถึงแผนการที่ศศินาใช้เล่นงานเขาอยู่นั้น เสียงเคาะประตูจังหวะหนักๆ ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยดีแทรกผ่านเข้ามาในห้องโดยไม่รออนุญาต “คิรากรคะ ฉันมีรูปถ่ายชุดใหม่ที่เธออาจจะอยากเห็นก่อนที่จะตัดสินใจ ‘สารภาพ’ อะไรออกไปนะ” ศศินาเดินเข้ามาในห้องด้วยชุดเดรสสีแดงเพลิง ใบหน้าของเธอแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูมีน้ำหนักน่ากลัว คิรากรผละออกจากรินรดาฉับพลัน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบตึงราวกับหินผา ความรักเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด รินรดามองภาพนั้นด้วยหัวใจที่บีบคั้น เธอหันไปมองคิรากรที่ตอนนี้ดูเหมือนกำลังเผชิญกับพายุใหญ่ที่เพิ่งเริ่มก่อตัว เขาหันมาสบตาเธอแวบหนึ่ง... สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกผิดมหาศาล ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับอดีตคนรักด้วยแววตาที่เย็นชาที่สุดที่เธอเคยเห็น “ออกไปจากห้องของฉัน ศศินา” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนศศินาชะงักไปครู่หนึ่ง “ถ้าฉันออกไป... ความลับของ ‘คุณผู้หญิง’ คนนี้ ก็จะหลุดออกไปถึงหูสื่อทันทีนะ คิรากร” ศศินาเขย่าซองในมือ รอยยิ้มเย้ยหยันฉายชัด “เลือกเอาแล้วกัน ระหว่างผู้หญิงคนนี้ หรือชื่อเสียงของตระกูลอัครเดชากุลที่พ่อยกให้คุณมากับมือ” รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าเรื่องของเธอจะกลายเป็นอาวุธที่ศศินาใช้ทำลายคิรากรได้ ในขณะที่คิรากรนิ่งค้างไปราวกับถูกสาป ความเงียบงันในห้องบีบคั้นจนแทบระเบิดออก เมื่อคิรากรค่อยๆ หันกลับมาหารินรดาอีกครั้ง แววตาของเขาไม่ได้มีความลังเลอีกต่อไป... แต่มันกลับเป็นความสับสนที่เธอยิ่งอ่านไม่ออก ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด คิรากรหยิบปืนพกกระบอกเล็กที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมาวางลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดังก้องไปทั่วห้อง เขาหันไปมองศศินาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเมตตาอีกต่อไป ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอารินรดาหัวใจแทบหยุดเต้น “ถ้าเธอคิดจะทำลายรินรดาด้วยวิธีสกปรกแบบนั้น... ก็ลองดูว่ากระสุนนัดนี้ หรือชื่อเสียงของเธอที่จะพินาศก่อนกัน” เข็มฉายานิศหวังว่ารี้ดที่รักจะยังคงเคียงข้างหัวใจที่แตกสลายและเต็มไปด้วยรอยแผลของทั้งสองคนในตอนต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%