พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 23

การไล่ล่าแห่งรัก

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
“ถ้าเธอไม่โผล่หัวออกมาภายในห้านาที อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!” เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ไม่ได้ดังมาจากปากของใครอื่น นอกจากคิรากร อัครเดชากุล เขาเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือราคาสูงลิ่วลงบนเบาะหนังรถสปอร์ตคันหรูด้วยความแรงจนมันกระดอนไปกระแทกข้างประตู ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่เคยสุขุมเยือกเย็น บัดนี้กลับฉายแวววูบไหวราวกับเปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้ทุกอย่างรอบตัว ความเงียบงันของคฤหาสน์ตระกูลพรรณรายในยามวิกาลไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มใจเย็นลงได้เลย ตรงกันข้าม... มันกลับกระตุ้นให้เขารู้สึกเหมือนคนคลั่ง คิรากรก้าวลงจากรถด้วยท่าทีองอาจแต่หนักแน่น เขาสาวเท้าตรงไปยังประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิท หากรินรดาคิดจะเล่นเกมซ่อนหากับเขาล่ะก็ เธอควรจะรู้ว่าคนอย่างเขาไม่ใช่คนที่จะตามหาเพียงเพื่อจะถามไถ่ แต่เขาตามหาเพื่อ ‘กักขัง’ เธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล "คุณคิรากรคะ! กรุณาหยุดก่อนค่ะ!" เสียงร้อนรนของแม่บ้านเก่าแก่ที่วิ่งตามมาไม่ได้อยู่ในโสตประสาทของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย เขาสวนกลับด้วยแววตาเย็นเยียบที่ใครเห็นต่างต้องถอยกรู “ถอยไป ถ้ารไม่อยากให้ฉันพังประตูนี้ทิ้งเสียเดี๋ยวนี้” เขารู้ดีว่ารินรดาอยู่ที่ไหน... กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นดอกมะลิที่ติดอยู่บนหมอนในคอนโดของเขาคือหลักฐานเดียวที่เธอยังหลงเหลืออยู่ ก่อนจะหนีไปพร้อมกับหยดน้ำตาที่เขาเพิ่งมารู้สึกตัวว่ามันมีความหมายมากเพียงใดเมื่อมันหยดลงบนฝ่ามือของเขาเมื่อคืนนี้ รินรดาไม่ได้ไปไหนไกล เธอซ่อนตัวอยู่ในห้องสมุดเก่าชั้นล่างของบ้านตระกูลพรรณราย มือบางที่สั่นเทาปิดปากตัวเองไว้แน่นจนแทบจะหยุดหายใจ น้ำตาใสๆ ไหลอาบแก้มขณะที่ฟังเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ทุกที เธอรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีทางหนีพ้น แต่เธอจำเป็นต้องหนี... หนีจากพันธะที่ดูเหมือนจะลึกซึ้งแต่กลับซ่อนไว้ด้วยความว่างเปล่าที่คิรากรเคยมอบให้ *กึก...* เสียงกลอนประตูถูกปลดออกด้วยฝีมือของผู้มาเยือนโดยไม่ต้องใช้กุญแจ คิรากรไม่ได้พังประตูเข้ามาด้วยกำลัง แต่นั่นน่ากลัวยิ่งกว่า เพราะเขารู้รหัสลับที่แม้แต่คนในบ้านก็ไม่กี่คนที่รู้ เขาปรากฏตัวขึ้นในชุดสูทสีเข้มที่หลุดลุ่ยเล็กน้อย สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความโหยหาที่ท่วมท้นในเสี้ยววินาที “คิดจะหนีไปให้พ้นจากฉันจริงๆ หรือริน” เสียงของเขาเบาหวิว ทว่ากลับสั่นสะท้านไปด้วยแรงอารมณ์ เขาเดินตรงเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่ถอยกรูไปจนหลังติดชั้นหนังสือเก่า รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก “คุณไม่มีสิทธิ์ตามมาที่นี่ คิรากร เรื่องระหว่างเรา... มันจบลงตั้งแต่นาทีที่คุณเลือกจะฟังคำพูดของผู้หญิงคนนั้นมากกว่าฉัน” คิรากรไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขาวางมือหนาลงบนชั้นหนังสือข้างใบหน้าของเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่ง กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวทำให้สติสัมปชัญญะของเขากระเจิดกระเจิง เขาก้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเฉียดผ่านแก้มเนียน ความนุ่มนวลที่เขากำลังโหยหาทำให้ความแข็งกร้าวในใจอ่อนยวบ “ศศินาไม่ได้มีความหมายอะไรกับฉันเลย” เขาพึมพำชิดใบหู “คนที่ทำให้ฉันเป็นบ้าได้ขนาดนี้... มีแค่เธอคนเดียว รินรดา” “คนโกหก” เธอสวนกลับพลางสะอื้น “ถ้าเธอไม่มีความหมาย แล้วทำไมคืนนั้น... ทำไมคุณถึงทิ้งฉันไว้ที่นั่น” คิรากรไม่รอช้าที่จะพิสูจน์ความจริง เขาเชยคางมนขึ้นมาอย่างเบามือ บังคับให้เธอสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ภายใน “ฉันทิ้งเธอไว้ไม่ได้หรอก เพราะหัวใจของฉัน... มันติดตามเธอมาอยู่ที่นี่หมดแล้ว” ริมฝีปากหยักได้รูปประทับลงบนเรียวปากบางอย่างหนักแน่นและเรียกร้อง ไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานหากแต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยการลงโทษและคำขอโทษในเวลาเดียวกัน มือหนาสอดประสานเข้ากับกลุ่มผมหนานุ่มของเธอ รั้งร่างบางเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอถูกสูบหายไปพร้อมกับความเด็ดเดี่ยวที่มีในตอนแรก ท่ามกลางความสลัวของแสงไฟในห้องสมุด ร่างของทั้งสองแนบชิดราวกับต้องการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ความกดดันในใจของรินรดาที่สั่งให้เธอหนีค่อยๆ พังทลายลงภายใต้ความอบอุ่นที่คิรากรโอบล้อม ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจะกระซิบคำรักที่แสนหวาน เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากโถงทางเดินกลับทำให้คิรากรต้องชะงัก ร่างบางในอ้อมแขนสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาของใครบางคนทาบทับลงมาที่บานประตู “คิดว่าจะหนีพ้นจริงๆ เหรอคะ คิรากร... แล้วก็เธอน่ะ รินรดา วันนี้เธอไม่มีวันได้กลับไปนอนในอ้อมกอดของเขาอีกแล้ว” เสียงแหลมสูงที่คุ้นหูทำให้คิรากรปล่อยตัวหญิงสาวด้วยท่าทีที่ไม่สบอารมณ์ เขาสบตากับคนมาใหม่ที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยโทสะ “ศศินา! ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่!” คิรากรคำราม ศศินาไม่ได้สะทกสะท้าน เธอยกโทรศัพท์ขึ้นในมือชูให้ทั้งสองคนเห็น ภาพบนหน้าจอนั้นทำให้หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม มันคือภาพถ่ายชุดหนึ่งที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะมีคนแอบถ่ายไว้ได้... ภาพที่เธอและคิรากรอยู่ในอิริยาบถที่สุ่มเสี่ยงและเปิดเผยความลับบางอย่างที่อาจจะทำลายตระกูลอัครเดชากุลได้ในชั่วข้ามคืน “ถ้าไม่อยากให้ภาพพวกนี้หลุดออกไปสู่สาธารณะ... ก็เลือกระหว่างผู้หญิงคนนี้ หรืออนาคตของบริษัทหมื่นล้านของคุณเถอะค่ะ คิรากร!” เข็มฉายานิศหวังว่ารี้ดที่รักจะร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของหัวใจคิรากรและรินรดาในบทต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%