พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 25

ถอดหน้ากาก

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
"ถ้าคุณจะให้ฉันนั่งฟังคำลวงที่ปรุงแต่งมาอย่างดีอีกครั้ง ฉันว่าเราควรเลิกคุยกันเสียตั้งแต่นาทีนี้เถอะค่ะ" รินรดาวางแก้วไวน์ราคาแพงลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยน้ำหนักที่มากเกินพอดี เสียงกระทบของแก้วคริสตัลดังกังวานบาดหูในห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า เธอไม่ได้หันไปมองคิรากรที่ยืนพิงผนังห้องอยู่เบื้องหลัง สายตาของเธอจับจ้องเพียงภาพวาดทิวทัศน์สีน้ำมันบนผนังราวกับมันมีคำตอบที่เธอกำลังตามหา คิรากรขยับตัวช้าๆ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นมั่นคงของเขากดดันอากาศในห้องจนดูเบาบางลง เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยความเกรี้ยวกราดอย่างที่เขาเคยทำเมื่อมีใครกล้าท้าทาย แต่เขากลับถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาจางๆ ผสมกับกลิ่นไอความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ "ริน... ผมไม่เคยโกหกคุณเรื่องความรู้สึกของผม" มือหนาเอื้อมมาจับไหล่บางเบาๆ ทว่ารินรดากลับเบี่ยงตัวหลบราวกับสัมผัสนั้นคือน้ำร้อนลวก "ความรู้สึกงั้นเหรอคะ?" รินรดาหันกลับมาประจันหน้า ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้ฉายแววตัดพ้ออย่างถึงที่สุด "ในขณะที่คุณกอดฉัน แต่คุณกำลังมองศศินาเป็นเงาสะท้อนของสิ่งที่เสียไป คุณเรียกสิ่งนั้นว่าความรู้สึก หรือคุณแค่เรียกว่า 'เกมแก้แค้น' ที่ฉันดันเผลอเข้าไปเป็นหมากในกระดานโดยไม่รู้ตัวกันแน่คะ" คิรากรนิ่งไป นัยน์ตาสีเข้มของเขาไหววูบราวกับถูกมีดกรีดเข้าที่ใจกลางความทรงจำ เขาเดินไปที่ตู้เก็บไวน์ หยิบขวดเก่าแก่ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีออกมา รินรดาเห็นมือที่แข็งแกร่งคู่นั้นสั่นเพียงเล็กน้อยขณะที่เขารินเครื่องดื่มสีอำพันลงในแก้ว "คุณอยากรู้ความจริงใช่ไหม" เขาเอ่ยเสียงพร่า แหบแห้งราวกับเสียงกระดาษทรายขูดไปบนหิน "ความจริงที่ไม่ได้ถูกเขียนไว้ในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือบทสัมภาษณ์สวยหรูของพวกนักข่าว... จริงๆ แล้วสิ่งที่ผมทำกับตระกูลศศินา ไม่ใช่เพื่อทวงคืนเงินตรา แต่มันคือการทวงคืน 'ลมหายใจ' ของคนคนหนึ่งที่ตายไปเพราะความเห็นแก่ตัวของพวกเขา" คิรากรวางแก้วลง เขาไม่ได้มองรินรดา แต่เขากำลังมองทะลุผ่านผนังห้องไปไกล แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—จากความสุขุมเยือกเย็น กลายเป็นความเจ็บปวดที่หมักหมมมานานปี "เมื่อสิบปีก่อน พี่สาวของผม... เธอไม่ได้จากไปเพราะอุบัติเหตุอย่างที่ข่าวลงรินด้า" เขาเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอึกที่ตีตื้นขึ้นมา "เธอถูกครอบครัวของศศินาบีบคั้นจนตรอก เพียงเพราะเธอถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนสุดท้ายที่พวกมันต้องการใช้ฟอกเงิน พ่อของศศินาถึงขั้นขู่ฆ่าเธอ... และในวันที่พี่สาวผมตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ศศินาก็ยืนอยู่ตรงนั้น ยืนมองเธอตกจากระเบียงห้องพักโดยไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปช่วยแม้แต่นิดเดียว" รินรดายกมือขึ้นปิดปาก ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เธอรู้ว่าคิรากรมีความลับ แต่นึกไม่ถึงว่าเบื้องหลังความแค้นที่ดูเหมือนการแก่งแย่งทางธุรกิจ จะมีโศกนาฏกรรมเลือดที่ถูกฝังกลบไว้อย่างโหดร้ายเช่นนี้ "แล้วศศินา..." รินรดาถามเสียงสั่น "ศศินาไม่เคยรู้ว่าผมคือใครในตอนแรกที่เธอเข้าหาผม" คิรากรหันกลับมาเผชิญหน้า แววตาของเขาดุดันและเย้ยหยันตัวเอง "เธอคิดว่าผมเป็นแค่นักธุรกิจหนุ่มที่หลงใหลในรูปลักษณ์ของเธอ ผมแกล้งโง่ ผมเข้าหาเธอ ผมปรนเปรอเธอด้วยของมีค่าที่เธอโหยหา เพื่อให้เธอตายใจ เพื่อให้เธอเห็นผมเป็นโลกทั้งใบของเธอ... แล้วในวันที่เธอรักผมจนโงหัวไม่ขึ้น ผมจะทำให้เธอเห็นว่าการถูกคนรักทิ้งและทำลายทุกอย่างที่เธอสร้างมานั้น มันรู้สึกอย่างไร" "แต่คุณก็ลากฉันเข้ามา" รินรดาก้าวถอยหลังเมื่อเขารุกเข้าใกล้ "คุณใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการเยาะเย้ยเธอ" "ตอนแรกใช่... แต่ริน..." คิรากรคว้ามือเธอมากุมไว้ แน่นจนรินรดารู้สึกถึงชีพจรที่เต้นระรัวของเขา "ตั้งแต่วันที่ผมเจอคุณ ความมืดในใจผมมันเริ่มเปลี่ยนไป ผมเริ่มไม่อยากแก้แค้นเพื่อคนตายอีกต่อไปแล้ว ผมแค่อยากมีชีวิตอยู่... กับคุณ" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเคืองที่เคยคุกรุ่นถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่อบอวลไปด้วยความต้องการและรอยร้าวในใจ รินรดามองลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความทรมานของเขา เธออยากจะเชื่อเหลือเกิน แต่บาดแผลในใจของเขานั้นลึกเกินกว่าจะรักษาได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ คิรากรเชยคางหญิงสาวขึ้นมา ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปัดผ่านผิวแก้มเนียน ความนุ่มนวลที่เขามอบให้ในวินาทีนี้มันขัดแย้งกับความบ้าคลั่งในคำสารภาพเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง เขาโน้มตัวลงมาประทับจุมพิตที่แผ่วเบา ทว่าเร่าร้อนราวกับจะสูบเอาวิญญาณของเธอไปเป็นประกัน ทว่าก่อนที่รินรดาจะทันได้ตอบสนองหรือผลักไส เสียงปลดล็อกประตูห้องทำงานจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างแรง! บานประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออกพร้อมกับร่างของสตรีที่ดูร้อนรน ศศินายืนหอบหายใจอยู่ตรงนั้น ในมือของเธอถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเปียกชื้นเล็กน้อย แววตาของเธอไม่ได้มีความเป็นนางแบบผู้สง่างามเหลืออยู่เลย มีเพียงความเกลียดชังและชัยชนะที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มมุมปาก "เล่านิทานจบหรือยังคะ คิรากร?" ศศินาแสยะยิ้ม ก่อนจะโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน "ถ้าเรื่องมันสนุกนัก ทำไมไม่ลองดูสิ่งที่อยู่ในนี้ก่อนล่ะ... ว่าจริงๆ แล้วใครกันแน่ที่เป็นคนฆ่าพี่สาวคุณในคืนนั้น!" คิรากรผงะถอยหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน ในขณะที่รินรดาเหลือบมองเอกสารที่กระจัดกระจายออกมา เผยให้เห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น เข็มฉายานิศหวังว่ารี้ดที่รักจะยังคงเคียงข้างหัวใจที่แตกสลายและเต็มไปด้วยรอยแผลของทั้งสองคนในตอนต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%